
แม่ผู้ไม่ย่อท้อ หญิงชราเลี้ยงดูลูกพิการวัย54 เพียงลำพัง
« เมื่อ: วันนี้ เวลา 08:10:41 AM »
สะท้อนชีวิตวันแม่ หญิงชราวัย 78 เฝ้าดูแลลูกวัย 54 ด้วยความรัก เผยชีวิตเหมือนเคราะห์ซ้ำกรรมซัด ลูกชายป่วยไข้ขึ้นสมอง จากนั้นถูกรถชนจนพิการ เป็นแผลกดทับ แม่วัยชราไร้เรี่ยวแรง เริ่มมีอาการอัลไซเมอร์ วอนคนใจบุญช่วยเหลือ...
เมื่อวันที่ 10 ส.ค. ผู้สื่อข่าวเดินทาง ไปยังบ้านเลขที่ 344/3 ม.3 ต.บ้านใหม่สุขเกษม อ.กงไกรลาศ จ.สุโขทัย หลังรับแจ้งว่ามีหญิงชรา อายุ 78 ปี เฝ้าดูแลลูกชายพิการ อายุ 54 ปี อยู่เพียงลำพัง อย่างน่าเวทนา เมื่อไปถึงบ้านหลังดังกล่าว พบนางเสนาะ จินดา อายุ 78 ปี กำลังสาละวนอยู่กับการเช็ดหน้า เช็ดตัว และเตรียมอาหารเหลวทางสายยางให้กับ นายกริช จินดา อายุ 54 ปี ลูกชาย ที่พิการหลังจากประสบอุบัติเหตุ ต้องนอนรอความตายอยู่ในบ้าน ไม่สามารถเดินไปไหนมาไหน จนเกิดแผลกดทับเต็มแผ่นหลังลามไปจนถึงก้นกบ เนื่องจากนางเสนาะผู้เป็นแม่ก็มีอายุมากแล้ว ไม่มีเรี่ยวแรงพอที่จะจับลูกชายนอนตะแคง เพื่อลดอาการอักเสบได้ นอกจากนี้ ตัวนางเสนาะเองก็เริ่มมีอาการอัลไซเมอร์ พูดจาหลงๆ ลืมๆ ด้วย

นางเนาวรัตน์ ปานทุ่ง อายุ 45 ปี หลานสาวของนางเสนาะ ซึ่งมีบ้านอยู่ใกล้กัน เปิดเผยว่า หลังจากที่นางเสนาะ ซึ่งมีศักดิ์เป็นป้าของตน แต่งงานมีครอบครัว ก็แยกออกไปอยู่ที่ กทม. และมีลูกชายเพียงคนเดียวคือ นายกริช ซึ่งเรียนหนังสือเก่งมาตั้งแต่เล็ก กระทั่งเมื่อเรียนจบชั้นมัธยม นายกริชก็เข้าทำงานอยู่ที่บริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง ไม่นานก็ล้มป่วยเนื่องจากมีอาการไข้ขึ้นสมอง ไม่สามารถทำงานต่อไปได้ ประกอบกับ นายวิชัย จินดา ผู้เป็นสามี เสียชีวิตไป นางเสนาะจึงต้องพาลูกชายกลับมาที่ จ.สุโขทัย บ้านเกิดอีกครั้ง โดยญาติๆ ได้ช่วยกันสร้างบ้านพักหลังเล็กๆ มุงสังกะสี ให้อยู่กันตามมีตามเกิด ประสาแม่ลูก
"แต่เหมือนเคราะห์ซ้ำกรรมซัด เมื่อวันที่ 17 พ.ค. 2552 นายกริชประสบอุบัติเหตุถูกรถชน ได้รับบาดเจ็บสาหัส ขณะเดินข้ามถนนหน้าปากซอยเข้าบ้าน สมองได้รับการกระทบกระเทือน กระดูกสะโพกแตก กระเพาะปัสสาวะฉีกขาด ต้องเจาะสายยางออกทางหน้าท้องเพื่อใช้ปัสสาวะ และกระดูกคอเคลื่อน ทำให้ไม่สามารถกินอาหาร หรือพูดได้เหมือนแต่ก่อน
นอกจากนี้ มือและเท้าก็เริ่มเกร็งและบิดงอ จนไม่สามารถเดิน หรือจับสิ่งของได้ ต้องนอนทนทุกข์ทรมานกับชะตาชีวิตของตัวเอง โดยมีนางเสนาะคอยดูแลอย่างใกล้ชิด ด้วยความรักของแม่ที่มีต่อลูก คอยเช็ดเนื้อตัวและป้อนอาหารเหลวทางสายยางได้เพียงอย่างเดียว" หลานสาวนางเสนาะ กล่าว

ด้านความช่วยเหลือต่างๆ นั้น ขณะนี้ นางเสนาะมีรายได้จากเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ กับเบี้ยผู้พิการของตนเอง จำนวน 1,200 บาท และเบี้ยผู้พิการของลูกชายอีก 500 บาท รวม 1,700 บาทต่อเดือนเท่านั้น จึงใคร่ขอความเมตตาช่วยเหลือมายังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและผู้มีจิตศรัทธา ผ่าน นสพ.ไทยรัฐ เนื่องในโอกาสวันแม่แห่งชาติ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความรักของแม่ที่มีต่อลูก โดยสามารถโอนเงินบริจาคเข้าบัญชีทวีโชค-ออมทรัพย์ ของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร สาขากงไกรลาศ เลขที่บัญชี 209-2-62612-4 ชื่อบัญชี นางเสนาะ จินดา

บันทึกการเข้า