เปิดแลป DRA รพศ.อุดรฯ ครอบคลุมพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมความพร้อมการจัดตั้งห้องแลป DRA โรงพยาบาลศูนย์อุดรธานี ซึ่งจะทำให้ครอบคลุมพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เพื่อพร้อมรองรับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคร้ายแรงต่างๆ โดยเฉพาะอีโบลา และสร้างความมั่นคงทางสุขภาพให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศ
น.พ.อภิชัย มงคล อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวภายหลังพิธีมอบป้ายห้องปฏิบัติการ DRA (Designated Receiving Area) ว่า จากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสอีโบลา ในประเทศแถบแอฟริกาตะวันตกเมื่อปี 2557 ที่ผ่านมา กระทรวงสาธารณสุขจึงได้มีนโยบายให้จัดตั้งห้องแลป DRA (Designated Receiving Area) ขึ้นใน รพ.ศูนย์ทุกเขตบริการสุขภาพและส่วนกลาง เพื่อจะได้สามารถตรวจวินิจฉัยโรคติดเชื้อร้ายแรงอื่นๆ เช่น โรคมาลาเรีย หรือโรคไข้เลือดออก ในผู้ป่วยต้องสงสัยติดเชื้ออีโบลา ทำให้แพทย์สามารถวินิจฉัยโรคได้อย่างถูกต้อง เพื่อเพิ่มโอกาสในการรักษาผู้ป่วยได้ทันท่วงที และหากผลตรวจจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ออกมาว่าเป็นผู้ป่วยติดเชื้ออีโบลา ห้องแลป DRA ก็จะสนับสนุนการรักษาผู้ป่วยโรคอีโบลาด้วย ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขได้มอบหมายให้กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์เป็นหน่วยงานหลักในการให้คำแนะนำและตรวจสอบมาตรฐานทางห้องปฏิบัติการ เพื่อให้ห้องแลป DRA ดังกล่าวมีมาตรฐานและความปลอดภัย เป็นการสร้างความมั่นใจแก่ผู้ปฏิบัติงานอีกด้วย
น.พ.อภิชัย กล่าวเพิ่มเติมว่า ที่ผ่านมามีโรงพยาบาลที่มีห้องปฏิบัติการ DRA แล้ว จำนวน 20 แห่ง เช่น โรงพยาบาลนครพิงค์ จ.เชียงใหม่ โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ โรงพยาบาลวชิระภูเก็ต โรงพยาบาลพระปกเกล้าจันทบุรี โรงพยาบาลชลบุรี โรงพยาบาลสกลนคร โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา โรงพยาบาลขอนแก่น โรงพยาบาลบำราศฯ โรงพยาบาลอุดรธานี ซึ่งโรงพยาบาลอุดรธานี เป็นโรงพยาบาลศูนย์ขนาดใหญ่ ในเขตสุขภาพที่ 8 มีความสามารถในการรองรับและดูแลผู้ป่วยโรคติดต่อร้ายแรง มีทีมแพทย์ที่เชี่ยวชาญ มีการพัฒนาศักยภาพบุคลากรให้มีความรู้ความชำนาญในการปฏิบัติงานและใช้เครื่องมือ มีห้องแยกผู้ป่วยที่มีมาตรฐาน รวมทั้งมีห้องปฏิบัติการ DRA ที่ได้มาตรฐานกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ทำให้สามารถพร้อมวินิจฉัย และดูแลรักษาผู้ป่วยโรคติดต่อร้ายแรงได้ครบวงจร ซึ่งจะครอบคลุมพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน และสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ส่งผลให้ประชาชนเชื่อมั่นในความพร้อมในการจัดการกับโรคอีโบลา และโรคติดเชื้อร้ายแรงอื่นๆ ของกระทรวงสาธารณสุขในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน
***************************************
ที่มา : http://www.moph.go.th/moph2/index4.php

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมความพร้อมการจัดตั้งห้องแลป DRA โรงพยาบาลศูนย์อุดรธานี ซึ่งจะทำให้ครอบคลุมพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เพื่อพร้อมรองรับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคร้ายแรงต่างๆ โดยเฉพาะอีโบลา และสร้างความมั่นคงทางสุขภาพให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศ
น.พ.อภิชัย มงคล อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวภายหลังพิธีมอบป้ายห้องปฏิบัติการ DRA (Designated Receiving Area) ว่า จากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสอีโบลา ในประเทศแถบแอฟริกาตะวันตกเมื่อปี 2557 ที่ผ่านมา กระทรวงสาธารณสุขจึงได้มีนโยบายให้จัดตั้งห้องแลป DRA (Designated Receiving Area) ขึ้นใน รพ.ศูนย์ทุกเขตบริการสุขภาพและส่วนกลาง เพื่อจะได้สามารถตรวจวินิจฉัยโรคติดเชื้อร้ายแรงอื่นๆ เช่น โรคมาลาเรีย หรือโรคไข้เลือดออก ในผู้ป่วยต้องสงสัยติดเชื้ออีโบลา ทำให้แพทย์สามารถวินิจฉัยโรคได้อย่างถูกต้อง เพื่อเพิ่มโอกาสในการรักษาผู้ป่วยได้ทันท่วงที และหากผลตรวจจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ออกมาว่าเป็นผู้ป่วยติดเชื้ออีโบลา ห้องแลป DRA ก็จะสนับสนุนการรักษาผู้ป่วยโรคอีโบลาด้วย ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขได้มอบหมายให้กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์เป็นหน่วยงานหลักในการให้คำแนะนำและตรวจสอบมาตรฐานทางห้องปฏิบัติการ เพื่อให้ห้องแลป DRA ดังกล่าวมีมาตรฐานและความปลอดภัย เป็นการสร้างความมั่นใจแก่ผู้ปฏิบัติงานอีกด้วย
น.พ.อภิชัย กล่าวเพิ่มเติมว่า ที่ผ่านมามีโรงพยาบาลที่มีห้องปฏิบัติการ DRA แล้ว จำนวน 20 แห่ง เช่น โรงพยาบาลนครพิงค์ จ.เชียงใหม่ โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ โรงพยาบาลวชิระภูเก็ต โรงพยาบาลพระปกเกล้าจันทบุรี โรงพยาบาลชลบุรี โรงพยาบาลสกลนคร โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา โรงพยาบาลขอนแก่น โรงพยาบาลบำราศฯ โรงพยาบาลอุดรธานี ซึ่งโรงพยาบาลอุดรธานี เป็นโรงพยาบาลศูนย์ขนาดใหญ่ ในเขตสุขภาพที่ 8 มีความสามารถในการรองรับและดูแลผู้ป่วยโรคติดต่อร้ายแรง มีทีมแพทย์ที่เชี่ยวชาญ มีการพัฒนาศักยภาพบุคลากรให้มีความรู้ความชำนาญในการปฏิบัติงานและใช้เครื่องมือ มีห้องแยกผู้ป่วยที่มีมาตรฐาน รวมทั้งมีห้องปฏิบัติการ DRA ที่ได้มาตรฐานกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ทำให้สามารถพร้อมวินิจฉัย และดูแลรักษาผู้ป่วยโรคติดต่อร้ายแรงได้ครบวงจร ซึ่งจะครอบคลุมพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน และสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ส่งผลให้ประชาชนเชื่อมั่นในความพร้อมในการจัดการกับโรคอีโบลา และโรคติดเชื้อร้ายแรงอื่นๆ ของกระทรวงสาธารณสุขในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน
***************************************
ที่มา : http://www.moph.go.th/moph2/index4.php


บันทึกการเข้า