ผู้เขียน หัวข้อ: พญาไท 1 เริ่มรถฉุกเฉิน เร่งเวลารักษาคนไข้สโต๊ก  (อ่าน 2220 ครั้ง)

ออฟไลน์ webmaster

  • Administrator
  • medtech ปี เอก
  • *****
  • กระทู้: 3951
    • อีเมล์


“คนในกรุงเทพฯ ทุกครึ่งชั่วโมงจะมีคนเป็นโรคหลอดเลือดสมอง 1 คน หนึ่งวันมีเกือบ 100 คน เฉพาะในกรุงเทพฯและปริมณฑล 4 นาที จะเป็นโรคนี้ 1 คน”

นพ.สุรัตน์ บุญญะการกุล ผู้อำนวยการศูนย์โรคหลอดเลือดสมอง โรงพยาบาลพญาไท 1 บอก

การรักษาโรคหลอดเลือดสมองต้องทำอย่างรีบด่วน กรณีคนไข้มาโรงพยาบาลเองไม่ได้ ต้องเรียกรถพยาบาลไปรับ การเรียกรถโรงพยาบาลแบบธรรมดาไปรับ ไปกลับก็ต้องเสียเวลา 2 ทอด ถึงจะได้เริ่มกระบวนการตรวจวินิจฉัย

ด้วยความจำเป็นเร่งด่วนนี้ โรงพยาบาลพญาไท 1 จึงจัดให้มีรถโมบายซีทีสโต๊กยูนิต (Mobile CT&Stoke Treatment Unit) ซึ่งมีอุปกรณ์การรักษาพร้อม เหมือนยกห้องฉุกเฉินไปหาคนไข้ที่บ้าน

ทำไมโรคนี้ต้องรักษาอย่างเร่งด่วน คำตอบคือ เวลาหลอดเลือดสมองอุดตัน เนื้อสมองจะค่อยๆตาย เมื่อตายแล้วจะไม่ฟื้น เราต้องไปกู้เนื้อสมองขึ้นมา

วิธีการคือ ต้องไปเปิดหลอดเลือด ซึ่งมี 2 วิธี วิธีแรกคือ การฉีดยาละลายลิ่มเลือด ยาตัวนี้ต้องฉีดภายใน 4 ชั่วโมงครึ่ง ถ้าเปิดหลอดเลือดช้าเซลล์ตายไปแล้ว คุณมีเงินร้อยล้านพันล้านก็แก้ไม่ได้

ดังนั้น “เราจึงต้องทุ่มสรรพกำลังทั้งหมดไปช่วยในชั่วโมงแรกๆ ยิ่งเร็วเท่าไหร่ยิ่งดี”

นพ.สุรัตน์พูดถึงวิธีที่สอง “เอาลวดไปลากก้อนเลือดออกมา บางรายที่ฉีดยาแล้วก้อนเลือดไม่ละลาย เรามีวิธีใส่สายไปที่หน้าขา เพื่อดึงก้อนเลือดออกมา ต้องทำภายใน 6 ชั่วโมง”

สมมติว่า คุณมาจากบ้านถึงโรงพยาบาลชั่วโมงหนึ่ง หมอห้องฉุกเฉินตรวจอีก 15 นาที เข้าไปทำเอกซเรย์คอมพิวเตอร์อีก 25 นาที แล้วเจอก้อนเลือดขนาดใหญ่ พอเจอแล้วไม่ใช่ว่าหมอผ่าตัดจะได้ผ่าเลย ต้องตามหมอผ่าตัดมารออีก 45 นาที ก่อนผ่าต้องเตรียมตัวกว่า 3 ชั่วโมง

แต่เมื่อมีรถโมบายไปถึงบ้านแล้วเอกซเรย์คอมพิวเตอร์

“เลือดออกก็ให้ยาช่วยลดอาการสมองบวม ระหว่างทางเราก็เจาะเลือดในรถตรวจให้เรียบร้อย ระหว่างครึ่งชั่วโมงนั้นเราตามหมอผ่าตัดมารอไว้ พอถึงห้องฉุกเฉินคุยกับญาติว่าต้องผ่าตัด ก็เอาเข้าห้องผ่าตัดได้เลย”

ในรถ “นอกจากได้ฉีดยาละลายลิ่มเลือดแล้ว ยังได้เตรียมตัวคนไข้เป็นอย่างดีก่อนมาถึงโรงพยาบาล นี่คือความจำเป็นที่ต้องมีรถสำหรับรักษาโรคหลอดเลือดสมอง”

การรักษาที่เร็วทันเวลาจะช่วยเหลือผู้ป่วยให้ไม่เป็นอัมพาต ถ้าเป็นอัมพาตไปแล้ว ค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาต่อเดือนจะไม่ต่ำกว่า 30,000-40,000 บาท

แล้วต้องจ่ายไปเรื่อยๆ ทุกข์ทรมานทั้งคนไข้และญาติ

นพ.สุรัตน์เริ่มทำโครงการนี้จริงๆจังๆ เมื่อ 6 ปีก่อน อยู่เวร 24 ชั่วโมงทุกวัน

“ตอนนี้อายุเกือบจะ 60 ปี แม้จะไปเมืองนอกก็ต้องเปิดโทรศัพท์รับปรึกษา 3 ปีหลังมานี้ เรามีหมอมาช่วยทั้งหมด 4 คน ผลัดกันอยู่เวร จึงการันตีได้ว่า เราสามารถปรึกษาได้ตลอด 24 ชั่วโมง”

“เรายังมีเครือข่ายโรคหลอดเลือดสมอง คนไข้คนหนึ่งไปโรงพยาบาลรวมแพทย์ชัยนาท ไม่มีหมอระบบประสาท แต่มีเครื่องซีทีสแกนทำคอมพิวเตอร์ส่งภาพมาให้ผมดู คนไข้คนนี้น่าจะให้ยาได้ ก็ฉีดยาละลายลิ่มเลือดไปก่อน แล้วค่อยส่งคนไข้มาให้ดูแลต่อ”

สำหรับผู้ป่วยต่างจังหวัด สามารถติดต่อโรงพยาบาลที่เป็นเครือข่ายมี 10 แห่ง คือ ที่จังหวัดนครราชสีมา นครสวรรค์ ชัยนาท ลพบุรี สุพรรณบุรี ปทุมธานี นครปฐม กาญจนบุรี ราชบุรี และชลบุรี

“เราทำเครือข่ายมา 5 ปี รับปรึกษามาเกือบ 1,000 คน ฉีดยาลิ่มเลือดมาเกือบ 100 คน ด้วยเหตุผลนี้ทำให้เรามั่นใจว่า เราไม่พลาด เพราะฉะนั้นรถคันนี้เหมือนเป็นโรงพยาบาลเครือข่ายโรงหนึ่ง”

ทีมงานภายในรถมีคนทำงานถึง 4 คน 1 คนขับซึ่งเป็นบุรุษพยาบาล พยาบาล 1 คน เพื่อฉีดยาคนไข้ ให้น้ำเกลือ มีหมอ 1 คน และมีเทคนิคเชียน 1 คน ไว้ทำเอกซเรย์คอมพิวเตอร์

นพ.สุรัตน์บอกว่า รถโมบายคันนี้ผลิตในเมืองไทย แต่เครื่องซีทีสแกนนำเข้าจากต่างประเทศ รวมราคา 15 ล้านบาท แล้วจัดทีมประจำรถ นับเป็นคันแรกของประเทศไทย คันที่ 5 ของโลก

มีเพียง 3 ประเทศที่มีรถโมบายนี้คือ เยอรมนี อเมริกาและไทย

ตอนนี้เพิ่งได้รถมา ก็จดทะเบียนเป็นรถพยาบาล ในรถมีเครื่องมือแล็บ เครื่องมือสื่อสารระหว่างรถกับหมอ และที่สำคัญที่สุดคือมีเครื่องซีทีสแกนสมอง ใช้ถ่ายภาพสมองให้หมอดู มีเครื่องมือเจาะเลือดตรวจหาน้ำตาล เครื่องมือตรวจการแข็งตัวของเลือด ต้องตรวจดูการทำงานของไต ตรวจดูเกลือแร่

เมื่อไปถึงคนไข้ “เราก็เจาะเลือด เอกซเรย์คอมพิวเตอร์แล้วก็ส่งภาพมาให้ผม ผมก็บอกว่าฉีดยาได้หรือไม่ได้ นี่คือเครื่องมือที่อยู่ในรถ นอกจากนี้จะมีเครื่องช่วยชีวิตแบบมาตรฐานรถพยาบาลทั่วๆไป เหมือนกับยกห้องอีอาร์ ห้องฉุกเฉินและห้องไอซียูไปถึงบ้าน”

รถจะให้บริการได้ตั้งแต่ต้นเดือนธันวาคมเป็นต้นไป ติดต่อได้ที่เบอร์โทร. 1772 กด 7

เมื่อเปิดใช้ หากมีกรณีผู้รับบริการเรียกซ้อนกัน “เราจะดูความจำเป็น โดยพิจารณาจากอาการผู้ป่วย เพราะเจ้าหน้าที่เราจะถูกเทรนด์ไว้ให้พิจารณาอาการ ถ้ามี 2 ราย รายไหนจำเป็นมากกว่า”

โรคหลอดเลือดสมองเป็นโรคปัจจุบันทันด่วน ไม่มีใครรู้ล่วงหน้า ถ้าเป็นแขนขาไม่มีแรง ยกแขนไม่ขึ้น อยู่ดีๆพูดไม่ชัด การปฐมพยาบาลเบื้องต้น หมอแนะนำให้นอนราบ แล้วเรียกรถหรือพาส่งโรงพยาบาลโดยเร็วที่สุด

ถ้ามีรถโมบาย “เราเชื่อว่าคนไข้จะได้รับการรักษาเร็วขึ้นอย่างน้อยครึ่งชั่วโมง ถ้าหลอดเลือดอุดตันขนาดใหญ่ ทุก 1 นาทีเซลล์สมองจะตาย 2,000,000 ตัว ทุก 5 นาทีที่ฉีดยาช้าลง คนไข้โอกาสหายจะลดลงไป 1% ฉะนั้น ความเร็วเป็นเรื่องสำคัญมากในการรักษาโรคหลอดเลือดสมอง”

ทั่วโลก โรคนี้เป็นสาเหตุการตายอันดับ 2 ส่วนประเทศไทยเป็นสาเหตุการตายอันดับ 1 มากกว่าโรคหัวใจอุดตัน

สาเหตุของโรคหลอดเลือดสมอง หมอบอกว่า ไม่ได้เป็นกันทุกคน แต่มีปัจจัยเสี่ยง คือ 1.อายุ เป็นโรคของคนสูงอายุ 2.ความดันสูงเป็นปัจจัยเสี่ยงหลัก ยิ่งสูงยิ่งเสี่ยง 3.การสูบบุหรี่ 4.เบาหวาน 5.หัวใจเต้นพลิ้ว เต้นไม่เป็นจังหวะ 6.ไขมันในเลือดสูง ถ้าคนไข้เป็นโรคไขมันในเลือดสูงจะออกที่หัวใจ แต่ถ้าเป็นความดันจะออกที่สมอง

การป้องกันคือป้องกันปัจจัยเสี่ยง คนสูบบุหรี่ก็เลิกสูบ ความดันสูงก็ควบคุมความดัน เป็นเบาหวานควบคุมเบาหวาน หัวใจเต้นพลิ้วมีกินยา ทุกอย่างป้องกันได้ ยกเว้นอายุอย่างเดียว

ถามถึงค่าบริการ หมอบอกว่า คิดตามระยะทางเหมือนรถพยาบาลทั่วไป แต่จะบวกถ้าทำซีทีสแกน ค่าแล็บ หรือค่าฉีดยา

นพ.สุรัตน์ฝากข้อคิดว่า เวลาเป็นอัมพฤกษ์อัมพาต การจะหายจากภาวะพิการ ต่อให้มีเงินมากเท่าไหร่ก็ช่วยไม่ได้ การรักษาที่จะช่วยให้ไม่เป็นอัมพาต คือช่วงชั่วโมงแรกๆต้องรีบด่วน

“เราทุ่มเททรัพยากร สรรพกำลังทั้งหมดมารักษาในช่วงแรก เราจึงขยายไปรักษานอกโรงพยาบาล ประชาชนจะได้ไม่เป็นอัมพาต เรามีความสามารถในการรักษาคนไข้บนรถได้แน่นอนถึงทำรถคันนี้ขึ้นมา โดยค่าใช้จ่ายไม่ได้เพิ่มจากการรักษาปกติ”.





ที่มา http://www.thairath.co.th/