ผู้เขียน หัวข้อ: ม็อบพม่าขู่บอยคอตสินค้าไทย  (อ่าน 1255 ครั้ง)

ออฟไลน์ webmaster

  • Administrator
  • medtech ปี เอก
  • *****
  • กระทู้: 3951
    • อีเมล์
ม็อบพม่าขู่บอยคอตสินค้าไทย
« เมื่อ: ธันวาคม 30, 2015, 04:21:12 pm »
พระสงฆ์นำทีมบีบทบทวนคดีเกาะเต่า

ผู้ชุมนุมชาวเมียนมายื่นหนังสือต่อสถานเอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงย่างกุ้ง เรียกร้อง ให้ปล่อยผู้ต้องหา และมีชาวเมียนมารวมตัวชุมนุมหน้าสถานทูตไทยที่กรุงแคนเบอร์รา และกรุงกัวลาลัมเปอร์ กลุ่มพระสงฆ์ชาตินิยม “มะบะธา” ขู่เรียกร้องให้บอยคอตสินค้าไทย นายกรัฐมนตรีติงสื่อหยุดวิพากษ์วิจารณ์เรื่องคดี อย่าปลุกระดมทำให้ไม่เชื่อมั่นกระบวนการยุติธรรมไทย ด้านรักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย โต้รัฐบาลอย่าโยนความผิดให้ “ยิ่งลักษณ์” ยืนยันไม่มีคนในพรรคเกี่ยวข้องการประท้วงในเมียนมา

การชุมนุมประท้วงอย่างต่อเนื่องของชาวเมียนมาต่อคำพิพากษาศาลจังหวัดเกาะสมุยให้ลงโทษประหาร ชีวิตนายซอลิน หรือเซเรน อายุ 21 ปี กับนายเวพิว หรือวิน อายุ 21 ปี จำเลยชาวเมียนมาคดีร่วมกันฆ่าสองนักท่องเที่ยวชาวอังกฤษที่หาดทรายรี หมู่ 2 ต.เกาะเต่า อ.เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี ซึ่งทางการเมียนมาจัดเจ้าหน้าที่ดูแลความปลอดภัยสถานเอกอัครราชทูตไทย ประจำนครย่างกุ้ง รวมทั้งคนไทยในเมียนมา ขณะที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงและ รมว.กลาโหม เชื่อว่าการชุมนุมดังกล่าวมีกลุ่มต่อต้านและไม่หวังดีต่อรัฐบาล และ คสช.อยู่เบื้องหลัง

ความคืบหน้าเมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 29 ธ.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ทวีป เนตรนิยม เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) กล่าวถึงการชุมนุมของชาวเมียนมาว่า เราสงสัยว่าทำไมยังมีชุมนุมอย่างต่อเนื่อง เมื่อถามว่าเหมือนเป็นการจัดตั้งหรือไม่ พล.อ.ทวีปกล่าวว่า พยายามดูลึกลงไปตรงนั้นอยู่ เราชี้แจงแล้วว่ากระบวนการยุติธรรมของเราดำเนินการถูกต้อง ขั้นตอนไม่ได้จบที่ศาลชั้นต้น หากผู้ต้องหามีหลักฐานอื่นมาแย้งก็สามารถอุทธรณ์ ฎีกาได้ เมื่อวันที่ 28 ธ.ค. ได้ประชุมสมาคมข่าวกรอง ได้ให้หัวข้อกับหน่วยข่าวให้หาข้อมูลเพิ่มเติม และได้ประสานหน่วยงานข่าวกรองระหว่างประเทศอยู่แล้ว ขณะนี้ไม่มีอะไรน่าห่วง

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. กล่าวว่า เรื่องความมั่นคงต้องดูในหลายๆมิติ เอาประสบการณ์ที่ผ่านมาพิจารณาว่าเกิดอะไรขึ้นแล้วจะทำอย่างไร วันนี้ภัยคุกคามเกิดขึ้นทั่วโลก พร้อมจะเกิดขึ้นที่ไหนก็ได้ สิ่งที่ต้องระมัดระวังคือ อย่าไปตกในท่ามกลางความขัดแย้งเสียเอง ฉะนั้นต้องขอร้องสื่อซึ่งมีหลายอย่างแล้ว ที่เห็นว่ามันบานปลายไปเรื่อย เพราะสื่อไม่เข้าใจแล้วเขียนวิจารณ์ซึ่งเป็นสิทธิ์ท่าน แต่ต้องไม่ทำให้ประเทศเกิดความเสียหาย ไม่ทำให้เกิดความขัดแย้งระหว่างประเทศ ระหว่างผู้นำประเทศ เพราะความสัมพันธ์ระหว่างประเทศสำคัญที่สุดในเรื่องของการที่จะทำให้อาเซียนเข้มแข็งสามารถพูดกันได้ทุกเรื่องถ้าไม่ทะเลาะกัน

นายกฯกล่าวต่อว่า ในเรื่องของกระบวนการยุติธรรม ต้องคิดไปว่าถ้าเขียนไปแล้วจะเกิดอะไรขึ้นมา เราเสียหายหรือไม่ แม้แต่เรื่องคดีไม่ต้องพูดกันอีกแล้ว เรื่องต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมเหมือนกับคดีอื่นๆ อย่าทำให้เกิดผลกระทบ ประเทศเพื่อนบ้านเขาก็ห่วงใยคนของเขา เขาไม่ได้จี้อะไร ฝากดูแลเราตอบโอเคก็จบ อย่าไปปลุกระดม ทำให้ไม่เชื่อมั่นกระบวนการยุติธรรมไทย ที่ผ่านมาคดีประหารชีวิต เราเคยประหารชีวิตคนสักกี่คน วันนี้การตัดสินเป็นการตัดสินตามรูปคดี ตามกฎหมาย ตามหลักฐานพยาน ถ้าถูกลงโทษอย่างนั้นก็สู้คดีไป ส่วนใหญ่เมื่อถูกโทษประหาร ชีวิตก็จะเป็นจำคุกตลอดชีวิต แล้วเคยอยู่กันตลอดชีวิตหรือไม่ วันกิจกรรมต่างๆ มีเยอะก็ลดโทษไปเรื่อย เดี๋ยวก็ออกมาจากการถูกจำคุกสักที ขอให้เข้าใจขั้นตอน ตรงนี้ อย่าไปตามกระแสที่มีคนปลุกปั่นขึ้นมา ทำให้เกิดความสับสน

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ให้สืบหาข้อมูลผู้อยู่เบื้องหลังการประท้วงในเมียนมา ว่า ยืนยันว่าไม่มีใครในพรรคเพื่อไทยเข้าไปเกี่ยวข้อง ไม่ใช่กินปูนร้อนท้อง แต่ไม่ประสงค์ให้ใช้ปฏิบัติการไอโอทำร้ายหรือดิสเครดิตใคร ไม่เป็นผลดีต่อบรรยากาศการเมือง คนที่มีจิตใจเป็นธรรมต้องเข้าใจได้ รัฐบาลอย่าโยนความผิดทุกเรื่องให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี คนเป็นถึงอดีตนายกฯย่อมมีจิตสำนึกรับผิดชอบต่อบ้านเมือง

วันเดียวกัน กระทรวงการต่างประเทศได้แปลคำพิพากษาฉบับย่อของคดีดังกล่าวเป็นภาษาเมียนมา เพื่อส่งมอบให้กับกระทรวงการต่างประเทศเมียนมา รวมถึงเผยแพร่ให้ชาวเมียนมาได้ทราบและเข้าใจถึงข้อเท็จจริงการดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรมของไทย ส่วนสถานการณ์การชุมนุมในนครย่างกุ้งนั้น กระทรวงการต่างประเทศได้รับรายงานจากสถานเอกอัครราชทูต ณ นครย่างกุ้ง ว่า มีกลุ่มผู้ชุมนุมชาวเมียนมาจำนวน 150-200 คน มายื่นหนังสือเพื่อเรียกร้องขอความเป็นธรรมและให้ปล่อยผู้ต้องหาชาวเมียนมาทั้ง 2 คน โดยมีผู้แทนของสถานเอกอัครราชทูตได้ออกมารับหนังสือ ก่อนที่ผู้ชุมนุมจะสลายตัวไป

กระทรวงการต่างประเทศยังได้รับรายงานจากสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงแคนเบอร์ราว่า เมื่อเวลา 11.00 น. มีชาวเมียนมาจำนวน 35-40 คน เดินทางมายื่นหนังสือกับผู้แทนของสถานเอกอัครราชทูต และผู้ชุมนุมได้สลายตัวไปในเวลา 12.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 28 ธ.ค.ที่ผ่านมา สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ได้มีผู้ชุมนุมชาวเมียนมาประมาณ 30-40 คน มารวมตัว กันบริเวณหน้าสถานเอกอัครราชทูต ทางตำรวจมาเลเซียได้ขอให้ผู้ชุมนุมเคลื่อนย้ายไปชุมนุมบริเวณหน้าสถานเอกอัครราชทูตเมียนมาประจำมาเลเซีย ซึ่งไม่ปรากฏความเคลื่อนไหวใดๆ หลังจากนั้น ทั้งนี้กระทรวงการต่างประเทศยังติดตามสถานการณ์และประสานงานกับทางการเมียนมาอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง โดยในชั้นนี้ยังไม่มีคนไทยได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว

สำนักข่าวเรดิโอฟรีเอเชีย สื่อภาษาอังกฤษในเมียนมา รายงานว่า องค์กรเพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเมียนมา (MNHR) ยื่นหนังสือเปิดผนึกถึงคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (ประเทศไทย) หรือ กสม. เมื่อวันที่ 28 ธ.ค.ที่ผ่านมา เรียกร้องให้ กสม.คุ้มครองสิทธิของผู้ต้องหาชาวพม่าทั้ง 2 ราย โดยนายเนียน ซอว์ ประธานองค์กรเอ็มเอ็นเอชอาร์ อ้างถึงรายงานที่ระบุว่าผู้ต้องหาชาวพม่าทั้ง 2 รายถูกทำร้ายร่างกายให้ยอมรับสารภาพ พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลไทยรับรองว่าผู้ต้องหาทั้ง 2 รายจะได้รับ การคุ้มครองด้านสิทธิมนุษยชนตามกฎหมายในระหว่างที่ถูกควบคุมตัวอยู่ในเรือนจำ นอกจากนี้ ตำรวจมาเลเซียได้จับกุมชาวพม่า 2 ราย ซึ่งเป็นแกนนำการชุมนุมประท้วงหน้าสถานทูตไทยในกรุงกัวลาลัมเปอร์ของมาเลเซีย เมื่อวันที่ 28 ธ.ค. เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลไทยปล่อยตัวผู้ต้องหาในคดีเกาะเต่า แต่กฎหมายมาเลเซียมีข้อห้ามชาวต่างชาติก่อเหตุประท้วง

สำนักข่าวเอพีรายงานว่า ชาวเมียนมาหลายร้อยคนยังชุมนุมประท้วงที่หน้าสถานทูตไทยในนครย่างกุ้งอย่างต่อเนื่องเป็นวันที่ 5 นับตั้งแต่ศาลพิพากษาประหารชีวิตแรงงานต่างด้าวชาวพม่า 2 คน ในคดีฆาตกรรมนักท่องเที่ยวชาวอังกฤษบนเกาะเต่า โดยชาวเมียนมาจำนวนมากเห็นว่าจำเลยทั้งคู่เป็นแพะ รับบาป ส่วนสถานทูตไทยในนครย่างกุ้ง ยังปิดแผนก กงสุลตลอดสัปดาห์ด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัย เพราะยังมีการประท้วงอยู่ นอกจากนี้ยังระบุว่ามีการ ประท้วงของชาวเมียนมายังเกิดขึ้นตามด่านบริเวณชายแดนไทย-เมียนมาด้วย

ส่วนนายเนย์ เมียว ไว นักการเมืองชาตินิยม ผู้สนับสนุนกลุ่มพระสงฆ์ชาตินิยม “มะบะธา” ที่ทรงอิทธิพลและเป็นผู้นำการประท้วงในครั้งนี้กล่าวว่า พวกตนไม่เชื่อว่าศาลไทยตัดสินคดีนี้อย่างยุติธรรม ขอเรียกร้องให้ศาลไทยทบทวนคดีนี้ใหม่ ส่วนอู ปามวกคา พระสงฆ์อาวุโส สมาชิกกลุ่มมะบะธา กล่าวว่า พวกตนตั้งใจจะต่อสู้เพื่อความยุติธรรมให้จำเลยชาวพม่าทั้ง 2 คน กลุ่ม ผู้ประท้วงยังขู่จะเรียกร้องให้ชาวเมียนมาบอยคอตสินค้าไทย ถ้าศาลไทยปฏิเสธที่จะทบทวนคดีนี้ใหม่ เพราะจำเลยชาวพม่าทั้งคู่ไม่ควรถูกตัดสินประหารชีวิต ในคดีที่เต็มไปด้วยคำถามที่ยังไร้คำตอบมากมายเกี่ยวกับพฤติกรรมของตำรวจไทย




ที่มา http://www.thairath.co.th/