ผู้เขียน หัวข้อ: สตม. รวบแก๊งต้มตุ๋นต่างชาติชาวไลบีเลีย อ้างเป็นเศรษฐีขอซื้อบ้านแถมหลอกขายทอง  (อ่าน 1011 ครั้ง)

ออฟไลน์ nongpoint

  • medtech ปี เอก
  • ******
  • กระทู้: 1204
    • อีเมล์
รวบแก๊งต้มตุ๋นต่างชาติอ้างเป็นเศรษฐี

สตม. รวบแก๊งต้มตุ๋นต่างชาติชาวไลบีเลีย อ้างเป็นเศรษฐีขอซื้อบ้านแถมหลอกขายทอง เจ้าของบ้านรู้ทันแจ้ง ตร.ตลบหลังจับ

วันนี้(4 ส.ค.) เมื่อเวลา 20.00 น.  พ.ต.อ.ชาติชาย เอี่ยมแสง รอง ผบก.สส.สตม. พ.ต.ท.กิจจา เกษมณี รอง ผกก.1 บก.สส.สตม. พ.ต.ท.สมชาย เดชแพ รอง ผกก.1 บก.สส.สตม. แถลงข่าวจับกุมผู้ต้องหาแก๊งต้มตุ๋นหลอกลวงประชาชนจำนวน 2 ราย ประกอบด้วย นายเคนนี่ วาย กิ๊บสัน (MR.KENNY Y. GIBSON) อายุ 30 ปี และ นายมาร์ค เค เวอาห์ (MR.MARK K. WEAH)อายุ 32 ปี ทั้งสองคนสัญชาติ ไลบีเรีย โดยสามารถจับกุมได้ที่บริเวณถนนพระราม 4 ใกล้กับโรงแรมดุสิตธานี แขวงสีลม เขตบางรัก

พ.ต.อ.ชาติชาย เปิดเผยว่า การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากนายปวเรศ กาญจนริน อายุ 32 ปี ผู้เสียหาย ได้ประกาศขายบ้านราคา 30 ล้านบาททางเว็บไซด์ ผู้ต้องหาทั้งสองคนซึ่งแอบอ้างตัวเป็นเศรษฐีชาวไลบีเรีย ได้เข้ามาทำทีติดต่อขอซื้อบ้านหลังดังกล่าว แต่ในระหว่างเจรจากันอยู่นั้นผู้ต้องหาก็ทำทีเสนอขายทองคำให้กับผู้เสียหายในราคาถูกกว่าในท้องตลาด แต่ติดอยู่ที่ว่าทองจำนวนดังกล่าวนั้นติดอยู่ในตู้คอนเทนเนอร์ต้องใช้เงินจำนวน 200,000 บาท ในการดำเนินการนำออกมา และจะขอเงินจำนวนดังกล่าวจากผู้เสียหายก่อน ทางผู้เสียหายเกิดสงสัย จึงประสานมายังเจ้าหน้าที่ กก.1 บก.สส.สตม. ให้ช่วยทำการตรวจสอบ ทางเจ้าหน้าที่จึงให้ผู้เสียหายทำการถ่ายเอกสารเงินทั้งหมดไว้ ก่อนติดต่อกลับไปยังผู้ต้องหาทั้งสองคนให้เดินทางมารับเงิน

เมื่อถึงเวลานัดหมายผู้ต้องหาทั้งสองคนได้เดินทางมารับเงินจากผู้เสียหาย เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวขอเข้าตรวจค้นก็พบเงินจำนวน 200,000 บาท อยู่ในกระเป๋าสะพาย และจากการตรวจค้นในตัวของผู้ต้องหาทั้งสองคนพบเพียงตั๋วจำนำ 2 ใบ โทรศัพท์มือถือรุ่นเก่าอีกเพียง 2 เครื่อง และเงินสดจำนวนหนึ่ง จึงเชื่อว่าผู้ต้องหาทั้งสองคนนั้นไม่มีฐานะหรือทรัพย์สินพอที่จะซื้อบ้านในราคา 30 ล้านบาทจากผู้เสียหายได้แต่อย่างใด จึงควบคุมตัวมาสอบสวนที่ กก.1 บก.สส.สตม.

จากการสอบสวนผู้ต้องหาทั้งสองคนอ้างว่า เดินทางเข้าประเทศไทยมาตั้งแต่เดือน ม.ค.ปีที่แล้ว และไม่มีงานทำเป็นหลักแหล่ง โดยจะอาศัยอยู่ในพัทยาเป็นหลัก จะเข้ากทม.มาเป็นครั้งคราว ส่วนเรื่องทองคำนั้นผู้ต้องหายังให้การปฏิเสธ เจ้าหน้าที่จึงดำเนินการถอนวีซ่า และจะผลักดันออกนอกประเทศต่อไป พร้อมทั้งขึ้นบัญชีเป็นบุคคลอันตรายไม่ให้กลับเข้ามาในประเทศไทยได้อีก
 

 


ที่มา : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์    Dailynews