ผู้เขียน หัวข้อ: “จุรินทร์”เผยครม.อนุมัติโครงการปฎิรูปประเทศไทยด้านอนามัยแม่และเด็ก 4 โครงการ  (อ่าน 1198 ครั้ง)

ออฟไลน์ vt

  • medtech ปี เอก
  • ******
  • กระทู้: 530
    • อีเมล์


“จุรินทร์”เผยครม.อนุมัติโครงการปฎิรูปประเทศไทยด้านอนามัยแม่และเด็ก 4 โครงการ


ได้แก่ การให้นมหญิงตั้งครรภ์ที่มีปัญหาสุขภาพ การแจกไอโอดีนเม็ดให้กับหญิงตั้งครรภ์และหลังคลอดที่ให้นมลูกจนถึง 6 เดือนหนังสือเล่มแรกเด็กอายุ 1 ปีขึ้นไปและอสม.เชี่ยวชาญนมแม่


          วันนี้ (4 พฤษภาคม 2554) ที่กระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับนโยบายการปฏิรูปประเทศไทยในด้านอนามัยแม่และเด็ก ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้เป็นประธานเปิดโครงการนี้ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข เมื่อ 23 เมษายน 2554 ที่ผ่านมา ว่า เมื่อวานนี้ (3 พฤษภาคม 2554) ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีได้ให้ความเห็นชอบโครงการด้านอนามัยแม่และเด็กประกอบด้วย 4 โครงการ ดังนี้ 1.หญิงตั้งครรภ์ที่มีปัญหาสุขภาพจะให้นมบำรุงครรภ์ฟรี เพื่อให้การดูแลทั้งสุขภาพแม่และเด็กในครรภ์ควบคู่กันไป เมื่อเด็กคลอดออกมาจะได้มีสุขภาพแข็งแรง ทั้งร่างกายและสมอง

 2.การแจกไอโอดีนเม็ดให้กับหญิงตั้งครรภ์ทุกคนและให้ต่อเนื่องในหญิงที่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ จนกระทั่งเด็กมีอายุ 6 เดือน เพื่อให้ได้ไอโอดีนครบทั้งแม่และลูกเพราะเมื่อให้นมลูกไอโอดีนจะถูกแบ่งจากแม่ไปให้ลูกด้วย 3.โครงการหนังสือเล่มแรกให้เด็กอายุ 1 ปีขึ้นไป เพื่อต่อเนื่องกับเด็กแรกเกิด ที่ได้รับทันทีที่คลอด 1 เล่ม อายุ 6 เดือน 1 เล่ม และอายุ 1 ขวบอีก 1 เล่ม เพราะการที่พ่อแม่อุ้มลูกไว้และอ่านหนังสือให้เด็กฟัง เด็กจะได้มีพัฒนาการที่สมวัยและมีไอคิวที่ดีขึ้นตั้งแต่เกิด 

ล่าสุด ผลการวิจัยศึกษาของกรมอนามัยตามโครงการหนังสือเล่มแรก เปรียบเทียบสมรรถนะ ของเด็กในโครงการเมื่ออายุ 5-6 ปี กับเด็กทั่วไปที่ไม่ได้ใช้หนังสือเล่มแรกพบว่าเด็กในโครงการมีสมรรถนะในการพัฒนาตามวัยดีกว่าเด็กทั่วไปทุกด้าน ได้แก่1.ด้านความคิด เด็กในโครงการมีความตั้งใจจดจ่อร้อยละ 100 เด็กทั่วไปร้อยละ 90 เด็กในโครงการมีความคิดอย่างมีวิจารณญาณร้อยละ 99 เด็กทั่วไปร้อยละ 72 เด็กในโครงการมีความคิดสติปัญญาและความจำร้อยละ 96 เด็กทั่วไปร้อยละ 53 2.ด้านภาษาและการสื่อความหมาย เด็กในโครงการมีการเรียงคำให้เป็นประโยคร้อยละ 100 เด็กทั่วไปร้อยละ 90 เด็กในโครงการมีภาษาความเข้าใจและการใช้ภาษาร้อยละ 95 เด็กทั่วไปร้อยละ 46 เด็กในโครงการการอ่านร้อยละ 98 เด็กทั่วไปร้อยละ 63 3.พฤติกรรมอารมณ์ จริยธรรม เด็กในโครงการมีความรู้ผิดชอบชั่วดีร้อยละ 97 เด็กทั่วไปร้อยละ 77

4.โครงการอบรมอาสาสมัครสาธารณสุขเชี่ยวชาญแม่และเด็ก ให้มีศักยภาพในการดูแลเรื่องแม่และเด็กโดยเฉพาะ โดยเน้นเด็กในช่วงปฐมวัยเป็นพิเศษ เพราะถือว่าเป็นจุดในการตั้งต้นที่จะทำให้เด็กเติบโตไปในทิศทางที่ดีทั้งสุขภาพกาย สุขภาพจิต และสุขภาพสมองต่อไป

นอกจากนี้ ยังมีเรื่องที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงสาธารณสุขคือ มาตรฐานศูนย์เด็กเล็กแห่งชาติ ของกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โดยคณะรัฐมนตรีได้เห็นชอบ ซึ่งเกณฑ์ใกล้เคียงกับเกณฑ์ศูนย์เด็กเล็กคุณภาพของกรมอนามัย  และการปฏิบัติงานจะมีความต่อเนื่องและสอดคล้องกันไป  ขณะนี้ กระทรวงสาธารณสุขมีศูนย์เด็กเล็กอยู่ทั่วประเทศจำนวน 20,000 แห่ง ผ่านเกณฑ์มาตรฐานกรมอนามัยแล้วร้อยละ 90 และตั้งเป้าในปี 2557 จะทำให้ผ่านเกณฑ์ดีมากของกรมอนามัยทั้งหมดซึ่งก็คือเกณฑ์มาตรฐานศูนย์เด็กเล็กแห่งชาตินั่นเองก็จะช่วยดูแลเด็กเล็กในระดับปฐมวัยให้มีศักยภาพดียิ่งขึ้นต่อไป

ที่มา :  http://www.moph.go.th