ผู้เขียน หัวข้อ: หมอฝังเข็มถูกหนุ่มหลอกลักรถไปสวมทะเบียนขับเฉย  (อ่าน 383 ครั้ง)

ออฟไลน์ nongpoint

  • medtech ปี เอก
  • ******
  • กระทู้: 1204
    • อีเมล์
หมอฝังเข็มถูกหนุ่มหลอกลักรถไปสวมทะเบียนขับเฉย
« เมื่อ: เมื่อวานนี้ เวลา 07:53:50 AM »


หมอฝังเข็มสาว รพ.ดังฉะเชิงเทรา เล่นเฟซบุ๊ก เจอหนุ่มทำตัวเป็น ขรก.กระทรวงยุติธรรม ตีสนิทจนไว้ใจแล้ว ทำแสบแอบลักรถยนต์ที่กำลังผ่อน หายไปจากบ้านพัก พบเอาไปขับใช้โดยสวมทะเบียนใหม่ ด้านผู้ต้องหายังให้การภาคเสธ เบื้องต้น ตร.แจ้งข้อหาลักทรัพย์ในเคหสถานในเวลากลางคืน...

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 1 ก.ย.56 น.ส.ชรินทร์พร จันทร์นวล อายุ 28 ปี นักวิชาการ แพทย์แผนจีน รพ.สนามชัยเขต จ.ฉะเชิงเทรา ชาวบ้าน หมู่ 4 ต.ท่าชนะ อ.ท่าชนะ จ.สุราษฎร์ธานี ได้เดินทางมาให้ปากคำเพิ่มเติม กับ ร.ต.ท.ณัฐพงษ์ เหมือนพันธ์ พนักงานสอบสวน สภ.หนองแหน อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา สืบเนื่องมาจากเมื่อกลางดึกเมื่อคืนวันที่ 2 กค.ที่ผ่านมา นส.ชรินทร์พร ได้จอดรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นซิตี้ สีบรอนซ์ หมายเลขทะเบียน ฆถ 7415 กทม. ไว้หน้าบ้านเป็นอาคารพาณิชย์ 2 ชั้น ย่าน หมู่ 7 ต.หนองแหน อ.พนมสารคาม ส่วนตัวเองนอนพักผ่อนอยู่ด้านบน ต่อมารถคันดังกล่าวได้หายไป ผู้เสียหายจึงมาแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน สภ.หนองแหน เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 3 ก.ค.2556 หลังจากพนักงานสอบสวน สภ.หนองแหน รับแจ้งความแล้ว พ.ต.ท.วิชาญ สาระการ สว.หน.สภ.หนองแหน จึงได้สั่งการให้ ร.ต.ต.ทำนูล ยศโชติ รอง สว.สส.พร้อมกำลังสืบสวนติดตามจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดี



ต่อมาเมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 31 ส.ค.ชุดสืบสวนสืบทราบมาว่า รถคันดังกล่าวได้ถูกนำมาใช้ในพื้นที่ ต.คลองอุดมชลจร อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา จึงนำกำลังไปเฝ้าประกบจนพบรถคันดังกล่าววิ่งมาตามถนนภายในหมู่บ้าน โดยมีนายจิระพงษ์ ฝรั่งทอง อายุ 26 ปี ชาวบ้าน หมู่ 5 ต.ไม้เค็ด อ.เมือง จ.ปราจีนบุรี เป็นคนขับ จึงนำตัวมาสอบสวน ที่ สภ.หนองแหน จากการตรวจค้นรถคันดังกล่าวในกระโปรงท้าย พบเครื่องแบบสีกากีแขนสั้น ติดเครื่องหมายเติมยศของกระทรวงยุติธรรมสังกัดหนึ่ง และติดชื่อ รักนิรันดร์ กรุณา และพบป้ายทะเบียนหน้า-หลังของรถเปลี่ยนเป็น 1 กช 5562 กทม.และยังพบว่าป้ายภาษีหน้ารถยังเปลี่ยนเป็นเลขทะเบียนเดียวกัน นอกจากนี้ยังพบสมุดคู่มือจดทะเบียนรถของรถคันดังกล่าวอีก โดยมีการเปลี่ยนชื่อผู้ครอบครองรถไปแล้ว ซึ่งทั้งหมดมีตราสัญลักษณ์ของกรมการขนส่งทางบก (ขส) ทุกประการ

น.ส.ชรินทร์พร จันทร์นวล ผู้เสียหาย เปิดเผยว่า ตนได้รู้จักกับนายจิระพงษ์ ฝรั่งทอง ผู้ต้องหาจริงโดยเมื่อประมาณเดือนมิถุนายนที่ผ่านมาตนได้เล่นเฟซบุ๊ก และได้แชตกันจนนายจิระพงษ์ทราบว่า ตนทำงานอยู่ที่ รพ.สนามชัยเขต และจบแพทย์แผนจีนมา จากนั้นนายจิระพงษ์ได้เข้ามาพูดคุยตีสนิท และสอบถามเรื่องการฝังเข็มตนก็ได้ แนะนำไปหลังจากนั้นนายจิระพงษ์ ก็ขับรถเก๋ง ยี่ห้อเชพโรเลต สีเทา หมายเลขทะเบียน ฎง 9757 กทม.เดินทางมาหาตนที่ทำงานอยู่ โดยแต่งชุดข้าราชการเครื่องแบบสีกากีเติมยศของกระทรวงยุติธรรมสังกัดหนึ่ง โดยติดป้ายชื่อที่หน้าอกเสื้อว่า นายรักนิรันดร์ กรุณา และภายในรถของผู้ต้องหายังพบเสื้อเครื่องแบบของตำรวจติดยศ ร.ต.ท.แขวนไว้อีกและอาวุธปืนอีก 1 กระบอก

ผู้เสียหาย กล่าวต่อว่า ตัวผู้ต้องหาอ้างว่าเคยเป็นตำรวจมาก่อน แต่ตอนนี้ลาออกและได้มาสังกัดอยู่ หน่วยงานหนึ่งของกระทรวงยุติธรรมเกี่ยวกับการตรวจสอบการทุจริตของข้าราชการ แต่ตนเองก็ไม่ทราบว่าหน่วยงานใดตนเห็นเป็นข้าราชการจึงเกิดไว้ใจ และในตอนนี้ตนได้ซื้อบ้านใว้ 1 หลังเป็นอาคารพาณิชย์ 2 ชั้น และเป็นหลังที่เกิดเหตุซึ่งเป็นบ้านของโครงการตนจึงซื้ออุปกรณ์มาตกแต่ง เพิ่มเติม โดยอาศัยผู้ต้องหาช่วยเป็นภาระพาไปซื้ออุปกรณ์ตกแต่งบ้านใหม่ และผู้ต้องหาจะแต่งเครื่องแบบมาดูแลช่างทำบ้านมาโดยตลอดโดยตนไม่ได้เอะใจแต่อย่างใด จนบ้านสร้างเสร็จตนก็อาศัยอยู่ที่บ้านหลังดังกล่าว

น.ส.ชรินทร์พร กล่าวอีกว่า จนเมื่อคืนวันที่ 2 ก.ค.หรือประมาณ 2 เดือนที่ผ่านมา รถเก๋งตนได้หายจากหน้าบ้านไปโดยไม่ทราบคนร้าย ผู้ต้องหารายนี้จึงพาตนไปแจ้งความที่ สภ.หนองแหนและยังแต่งเครื่องแบบไปอีก และผู้ต้องหารายนี้ยังโทรศัพท์ไปบอกพ่อแม่ตน ที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี อีกว่ารถตนหาย โดยพ่อแม่ตนยังฝากให้ผู้ต้องหารายนี้ดูแลตนด้วย หลังจากนั้นผู้ต้องหาก็มาสอบถามความคืบหน้าของคดีตลอดมา และหลังจากรถตนหายไปประมาณ 1 สัปดาห์ ผู้ต้องหาได้นำรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นยาริส สีขาวไม่ทราบหมายเลขทะเบียนมาให้ตนใช้ชั่วคราว และเสนอขายให้ตนในราคา 2 แสนบาทเศษถ้าตนอยากได้ แต่ตนใช้ได้ประมาณ 1 สัปดาห์รถเกิดมีปัญหาเรื่องเครื่องยนต์ จึงได้ให้ผู้ต้องหานำกลับไป

ผู้เสียหาย กล่าวด้วยว่า ล่าสุด เมื่อทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเริ่มสืบสวนพอรู้เค้าแล้วว่า คนร้ายลักรถตนไปนั้น คือใคร ผู้ต้องหารายนี้พยายามทำตัวออกห่างจนกระทั่งติดต่อไม่ได้ และมาถูกตำรวจจับกุมตัวได้ ขณะขับรถของตนอยู่ในเขต อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา และได้เปลี่ยนหมายเลขทะเบียน ป้ายภาษี และมีสมุดคู่มือของการจดทะเบียนรถของตนอีก โดยรถของตนนั้นยังผ่อนชำระไม่หมด เหลือเวลาอีก 3 ปี แต่ไม่ทราบว่าเอกสารของทางราชการออกมาได้อย่างไร ตนคาดว่าจะต้องทำกันเป็นขบวนการ ส่วนรถของตนที่ผู้ต้องหลักไปอย่างง่ายดายนั้นมีอยู่ครั้งหนึ่งผู้ต้องหายืมรถตนไปใช้และนำไปล้างอัดฉีดให้ คาดว่าผู้ต้องหาคงนำไปปั๊มลูกกุญแจสำรองไว้

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า จากการสอบสวน นายจิระพงษ์ ฝรั่งทอง ผู้ต้องหายังให้การภาคเสธ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาลักทรัพย์ในเคหสถานในเวลากลางคืน และจะสอบสวนเพื่อแจ้งข้องหาอื่นอีกต่อไป.