สะพัดทายาทกระทิงแดง ดอดเข้าไทย เหตุ ตร.ไม่ออกหมายจับ
« เมื่อ: วันนี้ เวลา 07:05:36 AM »
สะพัด! ทายาทกระทิงแดง เช่าเหมาลำเครื่องบิน ดอดกลับประเทศไทยลอยชาย เหตุตำรวจเตะถ่วง ไม่ยอมออกหมายจับ...
วันนี้ (24 ก.ย. 56) ความคืบหน้ากรณี นายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือ "บอส" อายุ 28 ปี บุตรชายเจ้าของกระทิงแดง ผู้ต้องหาคดีขับรถยนต์พุ่งชน ด.ต.วิเชียร กลั่นประเสริฐ อายุ 47 ปี ผบ.หมู่งานป้องกันและปราบปราม สน.ทองหล่อ เสียชีวิต โดยลากศพไปไกลกว่า 200 เมตร บริเวณหน้าปากซอยสุขุมวิท 49 ในช่วงเช้ามืดวันที่ 3 ก.ย. 2555 และเมื่อวันที่ 2 ก.ย.56 ที่ผ่านมา พนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญาใต้ ได้นัดให้นายวรยุทธมาฟังการสั่งคดี ที่อัยการมีความเห็นสั่งฟ้องผู้ต้องหาใน 3 ข้อหา คือ ฐานขับรถยนต์โดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายและทำให้เสียทรัพย์ ข้อหาไม่หยุดรถให้ความช่วยเหลือผู้ถูกชน และข้อหาขับรถเร็วเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดฯ แต่ทนายความอ้างว่าผู้ต้องหาป่วยอยู่ที่สิงคโปร์ แต่อัยการไม่เชื่อและขอออกหมายจับ โดยให้ สน.ทองหล่อ เป็นผู้ขอ นั้น
ล่าสุด นายวินัย ดำรงค์มงคลกุล อธิบดีอัยการฝ่ายคดีพิเศษ ในฐานะโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด กล่าวว่า ไม่ขอพูดเรื่องนี้ เกรงจะเป็นการเสนอความคิดเห็นก้าวล่วงในหน้าที่ของอัยการฝ่ายคดีอัยการอาญากรุงเทพใต้ 1 ที่เป็นผู้รับผิดชอบคดี
ผู้สื่อข่าวจึงได้สอบถามไปยัง นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรครักประเทศไทย ซึ่งเปิดเผยว่า ได้รับแจ้งจากแหล่งข่าว ตม.ว่า นายวรยุทธได้เดินทางเข้ามากรุงเทพฯ ที่สนามบินสุวรรณภูมิ ในช่วงค่ำวันที่ 23 ก.ย.ที่ผ่านมา โดยเช่าเหมาลำเครื่องบินส่วนตัว จึงไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าเดินทางด้วยสายการบินไหน หรือเที่ยวบินที่เท่าไหร่ โดยเมื่อทาง ตม.ได้ตรวจสอบ ประวัติแล้วก็ไม่พบหมายจับ ซึ่งเรื่องที่ตำรวจจะต้องมาขอหมายจับจากศาล แต่การที่เจ้าหน้าที่ตำรวจอ้างว่า กำลังตรวจสอบใบรับรองแพทย์จากสิงค์โปร์ว่าถูกต้องหรือไม่นั้น ถือเป็นการดึงเวลา เพราะไม่สามารถตรวจสอบได้อยู่แล้ว ถือว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทำให้สังคมคลางแคลงใจ ทั้งตนทราบว่ามีการวิ่งเต้น โดย ส.ว.คนหนึ่ง
“เรื่องนี้ต้องโฟกัสที่ตัวบุคคลว่า ตำรวจ สน.ทองหล่อ ทำอะไรอยู่ การที่ผู้ต้องหาไม่มอบตัว ทำให้คดีหมดอายุความ จนอัยการต้องเสนอให้ตำรวจขอศาลออกหมายจับ เพราะมีพฤติการณ์หลบหนี แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ยอมออกหมายจับ ทั้งที่ผู้เสียชีวิตก็เป็นตำรวจ ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องให้ความเป็นธรรมกับสังคม และคดีนี้ก็มีการชดใช้ค่าเสียหายในทางแพ่งไปแล้ว เหลือเพียงคดีอาญา ซึ่งเป็นการกระทำที่ไม่เจตนา หากเข้ามามอบตัว ก็อาจจะได้รับการลงโทษสถานเบา หรือรอลงอาญา ได้อยู่แล้ว”.


บันทึกการเข้า