ผู้เขียน หัวข้อ: หนุ่มฉุนเพื่อนบ้าน ทาสีปลิวโดนรถ จ่อปืนยิงหมดแม็ก  (อ่าน 413 ครั้ง)

ออฟไลน์ bigpoint

  • medtech ปี เอก
  • ******
  • กระทู้: 854
   
หนุ่มฉุนเพื่อนบ้าน ทาสีปลิวโดนรถ จ่อปืนยิงหมดแม็ก
« เมื่อ: เมื่อวานนี้ เวลา 04:23:39 AM »


"หนุ่มใหญ่" ฉุนหุ้นส่วนเนอร์สเซอรี่ เพื่อนบ้าน ทาสีละอองฟุ้งกระจาย ปลิวติดรถตู้-เก๋ง ปะทะคารมเดือด ก่อนเดินไปหยิบปืน 11 มม. รัวยิงดับหน้าบ้าน ก่อนซิ่งรถขึ้นโรงพักขอมอบตัว...

วันที่ 12 ต.ค. 56 ร.ต.อ.ณรงค์ เมืองด้วง พนักงานสอบสวน สภ.ถลาง จ.ภูเก็ต ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่ามีเหตุยิงกันตาย ที่หน้าบ้านเลขที่ 9/18 หมู่บ้านอยู่เจริญ 1 หมู่ 8 ถ.อนุสาวรีย์-บ้านป่าคลอก ต.ป่าคลอก อ.ถลาง จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.อรุณ แก้ววาที รอง ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต พ.ต.อ.ศิริศักดิ์ วาสะศิริ ผกก. พ.ต.ท.อำนวย ไกรวุฒิอนันต์ รอง ผกก.ป. พ.ต.ท.พิศิษฐ์ ชื่นเพ็ชร รอง ผกก.สส. นำกำลังชุดสืบสวน-พิสูจน์หลักฐาน จ.ภูเก็ต และอาสาสมัครมูลนิธิกุศลธรรมภูเก็ต รุดไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุเป็นหมู่บ้านจัดสรรขนาดใหญ่ ห่างจากถนนสายหลักเข้าไปราว 50 เมตร บริเวณหน้าบ้านเดี่ยวชั้นเดียว เนื้อที่กว่า 100 ตารางวา ภายในทำเป็นเนอร์สเซอรี่และบ้านพัก พบศพชายสภาพสวมเสื้อยืดแขนยาวสีน้ำตาล นุ่งกางเกงยีนส์ขายาวสีดำ ใส่รองเท้าหนังหุ้มข้อสีน้ำตาล นอนหงายจมกองเลือดอยู่บนพื้นถนน ใกล้ศพพบหัวกระสุน 3 หัว และปลอกกระสุนปืนขนาด 11 มม.อีก 7 ปลอก ตกเกลื่อนไปทั่วบริเวณ ห่างออกไปเล็กน้อยมีกระป๋องสีทาบ้านวางอยู่จำนวนมาก เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานจึงเก็บหัวและปลอกกระสุนไว้เป็นหลักฐาน




"หนุ่มใหญ่" ฉุนหุ้นส่วนเนอร์สเซอรี่ เพื่อนบ้าน ทาสีละอองฟุ้งกระจาย ปลิวติดรถตู้-เก๋ง ปะทะคารมเดือด ก่อนเดินไปหยิบปืน 11 มม. รัวยิงดับหน้าบ้าน ก่อนซิ่งรถขึ้นโรงพักขอมอบตัว...

วันที่ 12 ต.ค. 56 ร.ต.อ.ณรงค์ เมืองด้วง พนักงานสอบสวน สภ.ถลาง จ.ภูเก็ต ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่ามีเหตุยิงกันตาย ที่หน้าบ้านเลขที่ 9/18 หมู่บ้านอยู่เจริญ 1 หมู่ 8 ถ.อนุสาวรีย์-บ้านป่าคลอก ต.ป่าคลอก อ.ถลาง จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.อรุณ แก้ววาที รอง ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต พ.ต.อ.ศิริศักดิ์ วาสะศิริ ผกก. พ.ต.ท.อำนวย ไกรวุฒิอนันต์ รอง ผกก.ป. พ.ต.ท.พิศิษฐ์ ชื่นเพ็ชร รอง ผกก.สส. นำกำลังชุดสืบสวน-พิสูจน์หลักฐาน จ.ภูเก็ต และอาสาสมัครมูลนิธิกุศลธรรมภูเก็ต รุดไปตรวจสอบ



ที่เกิดเหตุเป็นหมู่บ้านจัดสรรขนาดใหญ่ ห่างจากถนนสายหลักเข้าไปราว 50 เมตร บริเวณหน้าบ้านเดี่ยวชั้นเดียว เนื้อที่กว่า 100 ตารางวา ภายในทำเป็นเนอร์สเซอรี่และบ้านพัก พบศพชายสภาพสวมเสื้อยืดแขนยาวสีน้ำตาล นุ่งกางเกงยีนส์ขายาวสีดำ ใส่รองเท้าหนังหุ้มข้อสีน้ำตาล นอนหงายจมกองเลือดอยู่บนพื้นถนน ใกล้ศพพบหัวกระสุน 3 หัว และปลอกกระสุนปืนขนาด 11 มม.อีก 7 ปลอก ตกเกลื่อนไปทั่วบริเวณ ห่างออกไปเล็กน้อยมีกระป๋องสีทาบ้านวางอยู่จำนวนมาก เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานจึงเก็บหัวและปลอกกระสุนไว้เป็นหลักฐาน



จากการชันสูตรศพเบื้องต้นพบว่า บริเวณฝ่ามือซ้ายของผู้ตายมีหัวกระสุนปืนฝังอยู่ 1 นัด กกหูขวาและศีรษะมีบาดแผลเป็นรูโบ๋ทะลุจนมันสมองไหลทะลัก ทราบชื่อผู้ตายคือ นายคำนูญ แสงวรรณ์ลอย อายุ 49 ปี หุ้นส่วนเนอร์สเซอรี่ และเป็นเจ้าของบริษัทออกแบบ ซึ่งตั้งอยู่บ้านหลังดังกล่าว ขณะเดียวกัน ได้รับแจ้งจากสิบเวรประจำ สภ.ถลาง ว่ามีชายวัยกลางคนขับรถเก๋งเข้ามาจอดที่โรงพัก แล้วเดินขึ้นมาแจ้งความประสงค์ขอมอบตัว หลังก่อเหตุยิงคนเสียชีวิต เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวไว้ให้ พ.ต.อ.อรุณ และ พ.ต.อ.ศิริศักดิ์ มาสอบข้อเท็จจริง


ทั้งนี้ จากการสอบปากคำชายดังกล่าว ทราบชื่อคือ นายไพโรจน์ สมเพ็ชร อายุ 42 ปี อยู่บ้านเลขที่ 9/12 หมู่บ้านอยู่เจริญ 1 หมู่ 8 ถ.อนุสาวรีย์-บ้านป่าคลอก ต.ป่าคลอก อ.ถลาง ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับบ้านที่เกิดเหตุ โดยเล่าว่า ก่อนเกิดเหตุ ตนได้เดินออกไปเตือนผู้ตายที่กำลังยืนสั่งช่างทาสีบ้านและเนอร์สเซอรี่ใหม่ แล้วละอองสีปลิวมาติดรถตู้และรถเก๋งของตนที่จอดอยู่หน้าบ้าน รวมถึงโรงรถภายในบ้าน จนได้รับความเสียหาย แต่นายคำนูญกลับไม่ฟัง และไม่ยอมนำพลาสติก หรือสิ่งต่างๆ มาปิดบัง ตนจึงเดินไปสอบถาม แต่นายคำนูญไม่แยแส จนมีปากเสียงโต้เถียงกันอย่างรุนแรง ตนไม่พอใจอย่างมากจึงเดินเข้าไปในบ้านหยิบอาวุธปืนของบุตรชายที่เป็นทหารอยู่ที่ จ.สงขลา เดินออกไปรัวยิงใส่นายคำนูญที่ยืนอยู่หน้าบ้านโดยไม่รู้ตัว จนกระสุนหมดแม็กกาซีน จนผู้ตายล้มลงไปกองกับพื้นถนนเลือดไหลท่วมตัว เสียชีวิตทันที

อย่างไรก็ตาม หลังก่อเหตุ ตนได้ขับรถเก๋งอีกคันเดินทางไป สภ.ถลาง เพื่อมอบตัวรับโทษ โดยรับสารภาพว่า ที่ทำลงไปเพราะบันดาลโทสะ แม้เรื่องดังกล่าวอาจมองดูเป็นเรื่องเล็กน้อยก็ตาม แต่ผู้ตายทำให้ตนรำคาญจิตใจและรถยังเสียหาย ทั้งที่พูดคุยกันแล้วแต่กลับถูกเมินเฉย ไม่สนใจ เพราะผู้ตายเป็นคนมีเงิน ไม่สนใจคนจน ตนรับไม่ได้กับคนมีเงินที่สร้างความเจ็บช้ำน้ำใจให้ จากนั้นตำรวจได้ควบคุมตัวนายไพโรจน์ เตรียมส่งฟ้องฝากขังตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป.