
ไฟไหม้อาคารเฉลิมพระเกียรติฯ ร.พ.ตำรวจ อพยพผู้ป่วยวุ่น จนท.คุมเพลิงได้แล้ว
เมื่อเวลา 06.30 น. วันที่ 28 ต.ค. ผู้สื่อข่าว ข่าวสด รายงานว่า ร.ต.ท.มนตรี คำขาว พนักงานสอบสวน สน.ปทุมวัน รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้อาคารเฉลิมพระเกีรยติ 60 พรรษา มหาราชินี โรงพยาบาลตำรวจ ตั้งอยู่เลขที่ 492/1 ถนนพระราม 1 แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กทม. จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ พร้อมประสานรถน้ำดับเพลิง และรถกระเช้า จำนวน 15 คัน จึงรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อม พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.จงเจตน์ อาวเจนพงษ์ นายแพทย์ใหญ่ สบ 8 รพ.ตร. พ.ต.อ.เทียนชัย คามะปะโส ผกก.สน.ปทุมวัน พ.ต.ท.พนม เชื้อทอง รอง ผกก.สส.สน.ปทุมวัน พ.ต.ท.สัญชัย มาตรคำจันทร์ สว.สส. พ.ต.ท.สรกานต์ ดำกระบี่ สว.สส. เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สายตรวจ และมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง
ที่เกิดเหตุเป็นอาคารสูง 10 ชั้น เจ้าหน้าที่พบแสงเพลิงและกลุ่มควันเป็นจำนวนมากพวยพุ่งออกมาจากบริเวณห้องประชุม พล.ต.อ.สันต์ ศรุตานนท์ ซึ่งอยู่ชั้นที่ 9 เจ้าหน้าที่จึงรีบใช้รถกระเช้าและพร้อมทั้งใช้ชุดผจญเพลิงลากสายยางเข้าไประดมฉีดน้ำสกัดเพลิง โดยใช้เวลาประมาณ 50 นาที จึงสามารถควบคุมเพลิงเอาไว้ได้ ก่อนใช้เครื่องระบายควันเร่งทำการระบายควันออกจากตัวอาคาร เบื้องต้นพบว่าอุปกรณ์ข้าวของในห้องประชุมถูกเพลิงไหม้เสียหาย รวมพื้นที่ประมาณ 300 ตารางเมตร แต่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตแต่อย่างใด
จากการสอบสวนนายเสวียน มางิ้ว ซึ้งเป็น รปภ.ที่ประจำอยู่ด้านหน้าอาคารดังกล่าว ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุขณะที่กำลังเข้าเวรอยู่ก็มีพยาบาลที่ขับรถมาจอดในโรงพยาบาล เข้ามาบอกว่าเห็นกลุ่มควันเกิดจากบริเวณชั้น 9 จึงรีบแจ้งศูนย์รักษาความปลอดภัยของ ร.พ.ตร. ให้เข้าไปตรวจสอบ ก่อนประสานรถน้ำดับเพลิงมายังจุดเกิดเหตุทันที
พล.ต.อ.อดุลย์ เปิดเผยว่า หลังจากเพลิงสงบ เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบจุดเกิดเหตุเบื้องต้นพบว่าถูกเพลิงลุกไหม้เสียหายไปประมาณ 300 ตารางเมตร ส่วนสาเหตุที่ทำให้เกิดเพลิงไหม้นั้นได้สั่งให้เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานเข้าไปตรวจสอบหาสาเหตุของเพลิงไหม้ครั้งนี้แล้วว่าเกิดจากสาเหตุอะไร ทั้งนี้ภายในอาคารที่เกิดเหตุนั้นมีสปริงเกอร์ติดตั้งอยู่ แต่ได้รับรายงานว่าช่วงเกิดเหตุนั้นสปริงเกอร์ไม่ทำงาน แต่โชคดีที่มีชุดปฏิบัติการประจำอยู่จึงเข้าไปทำงานได้อย่างรวดเร็ว มิฉะนั้นอาจทำให้เพลิงลุกลามเสียหายไปมากกว่านี้ อย่างไรก็ตามหลังจากนี้จะให้ทางกทม.เข้ามาตรวจสอบโครงสร้างอาคาร รวมทั้งมีการตรวจสอบระบบรักษาความปลอดภัยใหม่ทั้งหมดด้วย
พล.ต.ท.นพ.จงเจตน์ เปิดเผยว่า อาคารดังกล่าวนั้นบริเวณชั้น 1-3 เป็นแผนกรังสีวิทยา ชั้นที่ 4-6 เป็นแผนกทันตกรรม ชั้นที่ 7 เป็นห้องสมุด ชั้นที่ 8 เป็นศูนย์คอมพิวเตอร์ และชั้นที่ 9 เป็นห้องประชุมขนาดใหญ่ 200 ที่นั่ง ฝั่งอาคารด้านจุดเกิดเหตุนั้นไม่มีผู้ป่วยนอนพักรักษาตัวอยู่แต่อย่างใด มีเพียงอีกฝั่งของอาคารที่มีผู้ป่วยเด็กเล็กที่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ประมาณ 10 กว่าราย ซึ่งช่วงเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ก็ได้รีบเคลื่อนย้ายไปยังอาคารอื่นแล้ว โดยหลังจากนี้ก็จะปิดชั้น 9 เพื่อทำการตรวจสอบความเสียหาย ส่วนบริเวณชั้นอื่นนั้นยังสามารถใช้การได้ตามปกติ



บันทึกการเข้า