ผู้เขียน หัวข้อ: วงจรปิดพิชิต"ผัว-เมีย"โจร แกล้งตบตีกันแล้วชิงมือถือเหยื่อ  (อ่าน 356 ครั้ง)

ออฟไลน์ pigky

  • medtech ปี เอก
  • ******
  • กระทู้: 1170



   
วงจรปิดพิชิต"ผัว-เมีย"โจร แกล้งตบตีกันแล้วชิงมือถือเหยื่อ
« เมื่อ: วันนี้ เวลา 03:00:56 PM »


ระยะนี้ในพื้นที่ สภ.บางพลี จ.สมุทรปราการ เกิดเหตุคนร้ายฉกมือถือเหยื่อเกิดขึ้นหลายสิบคดี ผู้เสียหายหลายคนให้การตรงกันว่าพฤติการคนร้ายมาเหนือเมฆสุดแยบยล แกล้งออกอุบายทะเลาะตบตีกันให้เหยื่อเห็น แล้วทำทีขอยืมมือถือเหยื่อโทร.แจ้งตำรวจ ก่อนฉกโทรศัพท์วิ่งหนีไปดื้อ ๆ มีคนตกเป็นเหยื่อแล้วไม่ต่ำกว่า 20 ราย แต่สุดท้ายโจรแสบคู่นี้ก็หนีไม่พ้นเงื้อมมือกฎหมาย โดน พ.ต.อ.กรวัฒน์ หันประดิษฐ์ ผกก.สภ.บางพลี ตามตะครุบตัวไว้ได้

หากินง่าย ๆ ก็เข้าคุกได้ง่าย ๆ 

ย้อนไปดูปฐมบทของเหตุการณ์ เกิดขึ้นหลังจากที่มีเหยื่อหลายราย เข้าแจ้งความกับตำรวจ สภ.บางพลี ว่าโดนคนร้ายชาย-หญิง เป็นสามีภรรยากัน แกล้งออกอุบายทำเป็นทะเลาะตบตีกัน จากนั้นฝ่ายหญิง จะทำทีเป็นขอยืมโทรศัพท์เหยื่อโทร.หาตำรวจ ให้มาระงับเหตุ ก่อนจะฉวยเอาโทรศัพท์เหยื่อวิ่งหนีไปดื้อ ๆ ซึ่งบางรายโดนหนักกว่านั้น ถูกฝ่ายชายชักปืนขู่เอาโทรศัพท์ไปต่อหน้าต่อตา พฤติการณ์แบบนี้มีคนตกเป็นเหยื่อมากกว่า 20 ราย ซึ่งทุกคนให้การตรงกันถึงรูปพรรณสันฐานคนร้าย หลังทราบข้อมูลผู้กำกับฯ กรวัฒน์ จึงสั่งสายสืบตามประกบทันที โดยมี พล.ต.ต.ธัชชัย หงษ์ทอง ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ พ.ต.อ.ยงยุทธ เดชะรัฐ รอง ผบก. ลงมาควบคุมการคลี่คลายคดี



ทีมสืบ สภ.บางพลี แกะรอยคนร้ายจากกล้องวงจรปิด ที่ติดตั้งไว้ใกล้จุดเกิดเหตุหลายแห่งในพื้นที่ ภาพที่ปรากฏในกล้องเห็นหน้าค่าตาคนร้ายทั้งคู่อย่างชัดเจน จึงนำภาพไปเปรียบเทียบทะเบียนประวัติอาชญากร กระทั่งรู้มาว่าโจรผัว-เมียคู่นี้ เคยอาละวาดในเขตพื้นที่ สน.บางนา และอีกหลาย สน.ในเขตนครบาลมาแล้วเช่นกัน ชุดไล่ล่าจึงใช้เทคนิคพิเศษสืบจนรู้ว่าทั้งคู่ คือ นายวีระชัย หรือ โอ๋ มิตรานนท์ อายุ 33 ปี มีภูมิลำเนาอยู่บ้านเลขที่ 12 ซอยรามคำแหง 2 ซอย 1 แขวงดอกไม้ เขตประเวศ กทม. และ น.ส.ณกมล หรือ บุ๋ม กรุดเพชร อายุ 26 ปี  อยู่บ้านเลขที่ 53/31 หมู่ 9 ต.บางพลีใหญ่ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ  เป็นผัวเมียกัน จึงรวบรวมหลักฐาน ขออนุมัติศาลจังหวัดสมุทรปราการ ตามหายจับ ที่ 1022/2556 และ 1023/2556 ข้อหาร่วมกันชิงทรัพย์ โดยมีและใช้อาวุธปืน ตามล่าตัวเดี๋ยวนั้น

ไม่นานตำรวจก็ได้เบาะแส

เจ้าหน้าที่ใช้เวลาแกะรอยอยู่ไม่นาน ก็ได้รับรายงานจากสายลับ ว่า "วีระชัย" กับเมีย กำลังเอาโทรศัพท์มือถือที่ชิงทรัพย์มาได้มาเร่ขายยังร้านรับซื้อบริเวณปากซอยจตุรโชค 1 ถนนหลังวัดหลวงพ่อโต อ.บางพลี  เมื่อวันที่ 6 พ.ย. ที่ผ่านมา ตำรวจนอกเครื่องแบบจึงจัดกำลังเฝ้าจุดไว้ กระทั่งคนร้ายทั้งคู่ปรากฏตัว จึงบุกตะครุบตัวได้ จนมุมพร้อมของกลางปืนลูกซองพกสั้น แบบไทยประดิษฐ์ 1 กระบอก และเครื่องกระสุน โทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อซัมซุง รุ่นโน๊ต สีดำ  1 เครื่อง โทรศัพท์มือถือ สมาร์ทโฟน สีดำ 1 เครื่อง และโทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อแอลจี สีขาว อีก 1 เครื่อง จึงนำตัวมาสอบขยายผล ท่ามกลางกลุ่มผู้เสียหายที่ทยอยมาดูตัวโจรผัว-เมียแน่นโรงพัก ตำรวจแจ้งข้อหาร่วมกันชิงทรัพย์ โดยมีและใช้อาวุธปืน ควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลาง ส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีทันที



งานนี้ "วีระชัย" ก้มหน้าสารภาพ ว่า อยู่กินกับแฟนสาวมาราว 1 ปี ใช้วิธีการชิงทรัพย์หาเงินใช้จ่ายในชีวิตประจำวันและซื้อยาบ้ามาเสพ เห็นหาเงินได้ง่ายจึงทำเรื่อยมาไม่ต่ำกว่า 20 ครั้งแล้ว ทุกครั้งจะนั่งรถโดยสารสาธารณะ ออกตระเวนไปตามพื้นที่ต่าง ๆ ในเขต กทม.และสมุทรปราการ ก่อนจะเลือกเหยื่อที่มาคนเดียว ทั้งผู้หญิงและผู้ชายบริเวณจุดเปลี่ยวไม่มีคน พลุกพล่าน โดยออกอุบายทะเลาะกับแฟนสาว และทำทีเข้าไปขอยืมโทรศัพท์เพื่อโทร.หาญาติ เมื่อเหยื่อหลงเชื่อส่งโทรศัพท์ให้ ก็จะหยิบปืนขึ้นมาขู่ ก่อนขึ้นรถแท็กซี่หลบหนีไปดื้อๆ และนำโทรศัพท์ไปเร่ขายตามร้านรับซื้อมือถือทั่วไป ที่ผ่านมา มีคนตกเป็นแล้วหลายราย

ขณะที่นายเกรียงไกร กำเหนิดนนท์ อาย 19 ปี นศ.ชั้นปีที่ 1 ม.รามคำแหง หนึ่งในผู้ตกเป็นเหยื่อ เล่าว่า ในกรณีของตนเอง โดนปืนจ่อหัวแล้วฉกเอามือถือไปดื้อ ๆ พลาดท่าในตอนบ่ายวันที่ 28 ต.ค. วันนั้นนั่งรถเมล์สาย 38 มาจากหน้าเซ็นทรัลบางนา กำลังกลับบ้านย่านราม 2 เจอคนร้ายทั้ง 2 คน นั่งอยู่เบาะหลัง จากนั้นฝ่ายหญิงทำทีขอยืมโทรศัพท์มือถือตนเพื่อโทร.หาญาติ อ้างว่าไปหาไม่ถูก และโทรศัพท์แบตหมด ตนจึงให้ยืมโทรศัพท์แบบสมาร์ทโฟนราคาเป็นหมื่นให้ แต่พอรถวิ่งมาถึงทางเปลี่ยว คนร้ายที่เป็นชายก็เข้ามาใช้ปืนจี้หัวบังคับให้ตนลงจากรถ แล้วฉกมือถือไป คดีนี้ตำรวจ สภ.บางพลี ฝากประชาสัมพันธ์ไปยังผู้เสียหายรายใด ที่สงสัยตกเป็นเหยื่อโจรผัว-เมียคู่นี้ ขอให้มาดูตัวได้ที่โรงพักบางพลีเพื่อแจ้งข้อหาเพิ่มเติมต่อไป


สมัยนี้ไว้ใจใครไม่ได้เลยจริง ๆ...