ผู้เขียน หัวข้อ: สรรพากรโกย 5 พันล.-หมอ-พยาบาลระส่ำ เดินหน้ารีดภาษีโรงเรียนกวดวิชา  (อ่าน 413 ครั้ง)

ออฟไลน์ webmaster

  • Administrator
  • medtech ปี เอก
  • *****
  • กระทู้: 3951
    • อีเมล์


นายสุทธิชัย สังขมณี อธิบดีกรมสรรพากร เปิดเผยว่า  ได้เตรียมแนวทางการจัดเก็บภาษีของกรมในปีงบฯ 2557 ไว้เพื่อขยายฐานของภาษีให้มากขึ้น  โดยเฉพาะในธุรกิจโรงเรียนกวดวิชาที่ปัจจุบันได้รับการยกเว้นภาษีจากสรรพากร  ทั้งภาษีเงินได้นิติบุคคล ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา รวมถึงภาษีมูลค่าเพิ่ม (แวต) คาดว่าภายในปี 2557 จะสรุปได้ชัดเจนว่าจะเป็นอย่างไร  เบื้องต้นคาดว่าจะใช้หลักเกณฑ์ของกระทรวงศึกษาธิการที่จะกำหนดเรื่องของราย ได้ ขนาดของโรงเรียนกวดวิชามาเป็นตัวกำหนดในการจัดเก็บภาษี  โดยไม่จำเป็นที่จะต้องแก้กฎหมายแต่อย่างใด

"กฎ  กติกาในขณะนี้สรรพากรสามารถเข้าไปเก็บภาษีได้  แต่ที่ผ่านมามองว่าเป็นเรื่องการศึกษาจึงไม่อยากเข้าไปเก็บ  แต่ขณะนี้ใช้ชื่อครูที่ดังๆ เพียงคนเดียวตั้งโรงเรียนกวดวิชาได้ทั่วประเทศ  โดยให้เรียนกับวิดีโอเทป ซึ่งต้องดูว่าเหมาะสมหรือไม่  คุณภาพการศึกษาเป็นอย่างไรด้วย" นายสุทธิชัยกล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงาน ว่าช่วงปี 2554 กระทรวงการคลังเคยมีแนวคิดจะเก็บภาษีโรงเรียนกวดวิชา  ตามข้อเสนอของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) คาดว่าจะทำให้กรมสรรพากรมีรายได้เพิ่มขึ้นปีละ 4-5 พันล้านบาท

นาย สุทธิชัยกล่าวต่อว่า  ได้มอบนโยบายให้ฝ่ายจัดเก็บเข้มงวดกับการจัดเก็บภาษีของกลุ่มอาชีพอิสระ  อาทิ แพทย์ พยาบาล หรือแม้แต่โรงพยาบาลว่ามีการเสียภาษีอย่างถูกต้องหรือไม่ โดยเฉพาะในปี 2556 ที่มีการปรับปรุงโครงสร้างภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา  แต่ภาษีคณะบุคคลที่แก้ปัญหาหลบเลี่ยงภาษีนั้นต้องรอเสนอรัฐบาลชุดใหม่  ทำให้กลุ่มหมอที่จัดตั้งเป็นคณะบุคคลได้ผลดีจากภาษีในปีนี้เป็นอย่างมาก  ดังนั้นในปีนี้ต้องตรวจสอบว่ารายได้ที่แท้จริงหมอนั้นเป็นอย่างไร  โดยจะติดตามดูตั้งแต่ที่โรงพยาบาล  สัญญาที่หมอทำไว้กับโรงพยาบาลว่าเป็นอย่างไร

นอกจากนี้  จะเข้าไปดูกลุ่มธุรกิจประกันภัยว่ามีการเสียภาษีอย่างถูกต้องหรือไม่  โดยเฉพาะกับตัวแทนประกันภัยที่ต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม  หากมีรายได้เกินกว่า 1.8 ล้านบาท แต่พบว่าตัวแทนประกันนำญาติ พี่น้อง  มาเป็นตัวแทน เพื่อเป็นการกระจายรายได้ไม่ให้ถึงเกินเกณฑ์ที่ต้องจดทะเบียน  ซึ่งที่ผ่านมากรมได้ส่งเสริมให้มีการนำประกันภัยมาหักลดหย่อนภาษีมากขึ้น  ดังนั้นกลุ่มประกันควรต้องมีการเสียภาษีอย่างถูกต้องด้วย

ส่วนกลุ่ม พ่อค้า แม่ค้าแผงลอย  ตลาดนัดที่มีข้อเสนอให้จัดเก็บภาษีเพราะเป็นกลุ่มที่มีรายได้สูงโดยเฉพาะการ ขายใน กทม.นั้น  ที่ผ่านมากรมมีทีมเข้าไปประเมินรายได้เพื่อจัดเก็บภาษีแต่ไม่ง่ายนัก  เนื่องจากแม่ค้า พ่อค้าส่วนใหญ่ย้ายสถานที่ขายไปเรื่อยๆ  และเป็นคนมาจากต่างจังหวัด การเสียภาษีต้องไปเสียที่บ้านเกิด  ดังนั้นมีแนวคิดจะทำแบบแสดงรายการภาษีที่แยกออกมาต่างหาก ไม่ใช่ ภงด.91 หรือ ภงด.90 ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างศึกษา