ผู้เขียน หัวข้อ: ไฟโหมบ้านไม้เก่าแก่อดีตส.ส.บุรีรัมย์วอด20ล้าน ปาฏิหาริย์รูปในหลวง-ราชินีไม่ไหม้  (อ่าน 480 ครั้ง)

ออฟไลน์ beebee

  • medtech ปี เอก
  • ******
  • กระทู้: 1550
    • อีเมล์

« เมื่อ: มกราคม 16, 2014, 02:52:19 PM »




เมื่อเวลา 05.45 น. วันที่ 16 ม.ค. ผู้สื่อข่าว ข่าวสด รายงานว่า ร.ต.ท.สำเร็จ รักษาวัฒนะ ร้อยเวร สภ.ห้วยราช จ.บุรีรัมย์ รับแจ้งเกิดเหตุเพลิงไหม้เรือนแถวบ้านไม้เก่าแก่ 2 สองชั้น ตั้งอยู่เลขที่ 22-26 บ.ตลาด ม.3 ต.ห้วยราช อ.ห้วยราช จ.บุรีรัมย์ จึงรายงานให้ พ.ต.อ.บุญสินธุ์ ผดุงสุข ผกก.สภ.ห้วยราช ทราบ พร้อมประสานรถดับเพลิงจากเทศบาล และ อบต.ทั้งใน อ.ห้วยราช และพื้นที่ใกล้เคียงกว่า 20 คัน ไปตรวจสอบ

 ที่เกิดเหตุเป็นเรือนแถวบ้านไม้ 2 ชั้น 10 คูหา เพลิงโหมลุกไหม้บริเวณคูหาสุดท้ายของเรือนแถวอย่างหนัก เจ้าหน้าที่ต้องระดมฉีดน้ำสกัด แต่เนื่องจากเรือนแถวดังกล่าวก่อสร้างจากไม้มะค่าโมง และไม้พะยูงเก่าแก่ทั้งหลัง เจ้าหน้าที่ใช้เวลาฉีดน้ำดับเพลิงนานกว่า 4 ชั่วโมง แต่ก็ไม่สามารถสกัดเพลิงไว้ได้ ทำให้เรือนแถวไม้ดังกล่าวจำนวน 10 คูหา รวมทั้งทรัพย์สินภายในบ้านวอดเสียหายทั้งหมด

 จากการประเมินเบื้องต้นคาดว่ามูลค่าความเสียหายไม่ต่ำกว่า 20 ล้านบาท โดยเรือนแถวไม้ที่เกิดเหตุเป็นบ้านประจำตระกูลของนายสมาน มณีราชกิจ อดีตส.ส.บุรีรัมย์ ปัจจุบันมีลูกหลานอาศัยอยู่ 5 ครอบครัว แต่โชคดีที่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต

 สอบสวนนางธีรยา มณีราชกิจ ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุได้ยินเสียงชาวบ้านร้องตะโกนไฟไหม้ที่ห้องเลขที่ 23 ซึ่งเป็นห้องว่างไม่มีคนพักอาศัย ใช้สำหรับต้อนรับแขกและญาติพี่น้องมาพักอาศัยเท่านั้น ทุกคนที่นอนอยู่ภายในบ้านต่างพากันวิ่งออกมาช่วยกันใช้น้ำดับไฟ แต่เปลวไฟลุกไหม้อย่างรวดเร็ว เนื่องจากมีลมกระโชกแรง ประกอบกับบ้านไม้ทั้งหลังเป็นเชื้อเพลิงอย่างดี ทำให้เรือนแถวทั้ง 10 คูหา รวมทั้งทรัพย์สินภายในบ้านวอดเสียหายทั้งหมด

 แต่ปรากฏว่าพบพระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ ที่ติดอยู่ภายในบ้านไม่ถูกไฟไหม้ เชื่อว่าป็นเพราะพระบารมีล้นเกล้าฯ ของสองพระองค์ท่าน ทำให้ไฟไม่ไหม้เสียหายเพียงกรอบเท่านั้น

 อีกทั้ง เรือนแถวบ้านไม้ดังกล่าว ก่อสร้างมาตั้งแต่ปี 2518 เคยมีคนมาขอซื้อในราคาสูงถึงหลักพันล้านบาท แต่ครอบครัวไม่ขาย เพราะต้องการเก็บรักษาเอาไว้ให้อนุชนลูกหลานรุ่นหลังไว้ดูแล เนื่องจากทั้งหลังสร้างจากไม้มะค่าโมง และไม้พะยูงเก่าแก่ 

 จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุ ต้นเพลิงเกิดจากห้องเลขที่ 23 สันนิษฐานสาเหตุน่าจะเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร แต่ต้องรอให้เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน มาตรวจสอบเพื่อหาสาเหตุเพลิงไหม้ที่แท้จริงอีกครั้งหนึ่ง