
เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 1 ก.พ. ผู้สื่อข่าว ข่าวสด รายงานว่า พ.ต.ท.ธนกฤต ปานใจ สว.เวร สภ.กำแพงแสน จ.นครปฐม รับแจ้งจาก ร.พ.กำแพงแสน มีสองผัวเมีย สภาพร่างกายอิดโรยบาดเจ็บ มีบาดแผลฟกช้ำ ได้รับบาดเจ็บมาเข้ารักษาตัว ที่ ร.พ.ขอให้ สว.เวรมาตรวจสอบด้วย หลังรับแจ้งแล้วจึงได้เดินทางไปยัง ร.พ. ทราบชื่อผู้บาดเจ็บ นายชูวงศ์ นิติปัญญาวงศ์ อายุ 63 ปี และ น.ส.ดวงพร หร่ายมะดี อายุ 23 ปี ภรรยา เจ้าของบ่อปลาดุก อยู่บ้านเลขที่ 58 ม.9 ต.หนองกระทุ่ม อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม สภาพทั้งสอง นายชูวงศ์ มีบาดแผลฟกช้ำตามตัวและใบหน้า แขนขวาหัก อยู่ในสภาพอิดโรย ส่วน น.ส.ดวงพร ภรรยา ได้รับบาดเจ็บปากแตก ใบหน้า และตามร่างกายฟกช้ำเหมือนถูกของแข็งตี สภาพอิดโรยเช่นกัน แพทย์ต้องนำเข้าห้องผ่าตัดช่วยชีวิต เพราะอาการทั้งสองสาหัส
จากนั้นได้เดินทางไปตรวจสอบยังบ้านเกิดเหตุ ซึ่งเป็นฟาร์มเลี้ยงปลาดุก เลขที่ 58 ม.9 ต.หนองกระทุ่ม อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม อยู่ในเนื้อที่ 13 ไร่ ภายในมีบ้านพักปูนชั้นเดียวเป็นที่พักของนายชูวงศ์และภรรยา และมีบ้านพักคนงานที่แบ่งเป็นห้องพักและทำเป็นโรงเก็บอาหารสัตว์ อยู่ตรงข้ามหันหน้าชนกันห่างจากตัวบ้านเพียงกัน 20 เมตร และเพิงกระต๊อบอยู่ด้านท้ายบ่อ ที่กระต๊อบท้ายบ่อปลาอยู่ห่างจากบ้าน 150 เมตร พบว่ามีร่องรอยของการต่อสู้มีเชือกฟางและชิ้นส่วนเศษไม้หน้าสาม ยาว 1 เมตรตกอยู่ ส่วนภายในบ้านก็เช่นกันพบเชือกฟางถูกทิ้งอยู่ 1 เส้น ที่ลานห้องรับแขก มีการรื้อค้นภายในห้องนอนกระจุยกระจายหมด
จากการสอบถามนายชู สัญชาติพม่า อายุ 40 ปี คนงานบ่อปลาข้างบ้าน ที่มาพบผู้บาดเจ็บเป็นคนแรก เผยว่า เมื่อตอนเช้าตรู่ เวลา 06.30 น. ได้เข้ามาที่ฟาร์มปลาเพื่อจะมาขอยืมจอบไปถากหญ้าที่บ่อข้างบ้าน แต่มายืนรอนานแล้วก็ยังไม่พบใคร จึงตะโกนเรียกเจ้าของบ้านแต่ก็ไม่มีเสียงตอบรับ ตนจึงรอจนถึง 7 โมง สักพักได้ยินเสียงกุกกักในบ้าน จากนั้น น.ส.ดวงพร ได้ปีนหน้าต่างออกมาด้วยสภาพบอบช้ำ จึงสอบถาม น.ส.ดวงพร จึงบอกว่าถูกคนงานพม่าทำร้าย พร้อมนำตัวนายชูวงศ์ไปด้วยยังไม่กลับเข้ามา กลัวว่าจะเกิดอันตราย ขณะเดียวกันมีพ่อค้าปลาขับรถเข้ามาซื้อปลา จึงให้ช่วยนำ น.ส.ดวงพร ส่ง ร.พ. จากนั้นนายชูจึงช่วยออกตามหานายชูวงศ์ในฟาร์มปลา กระทั่งไปพบนายชูวงศ์ถูกมัดมือเท้าพร้อมกับสภาพบาดเจ็บสาหัส ทิ้งไว้ภายในกระต๊อบไม้ปลายบ่อปลาดุก ซึ่งห่างจากบ้านพัก 150 เมตร จึงช่วยแก้มัดแล้วนำส่ง ร.พ.
ด้าน พ.ต.ท.ธนกฤต สว.เวร เจ้าของคดี ได้เผยว่า จากการสอบปากคำน.ส.ดวงพร ซึ่งพอให้การได้ ทราบว่าเมื่อเวลา 23.00 น. ของคืนวันที่ 31 ม.ค. ที่ผ่านมา นายชูวงศ์ได้ออกไปเลี้ยงอาหารปลาดุกซึ่งจะออกมาเลี้ยงเวลานี้ทุกวัน ขณะเดียวมีคนงานด่างด้าวสัญชาติพม่า จำนวน 5 คน ได้เข้ารุมทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บสาหัส จากนั้นได้ลากนายชูวงศ์ไปทิ้งไว้กระต๊อบไม้ที่ปลายบ่อ พร้อมใช้เชือกฟางมัดมือเท้า จากนั้นคนร้ายทั้ง 5 คน ได้กลับไปที่บ้านพักที่ น.ส.ดวงพร นอนพักผ่อนอยู่ คนร้ายชกทำร้ายร่างกาย จน น.ส.ดวงพรต่อสู้ไม่ไหวแล้วจับมัดมือเท้าด้วยเชือก พร้อมกับรื้อค้นโต๊ะไม้ทำงานที่มีลิ้นชักสำหรับเก็บเงิน ได้เงินสดไป 1.1 ล้านบาท เมื่อได้เงินไปแล้วจึงรีบหนีออกจากบ้านพัก พร้อมกับใช้แม่กุญแจล็อคที่ประตูหน้าบ้าน นำกุญแจบ้านและกุญแจรถไป แต่ไม่ได้เอารถไปด้วย
จากการสอบถามญาติของผู้บาดเจ็บให้การว่า นายชูวงศ์ เป็นคนตั้งใจทำงาน อารมณ์ร้อน หากโมโหจัดก็จะดุด่าคนงานอย่างแรง อาจเป็นไปได้ว่าคนงานพม่าเคยถูกนายชูวงศ์ด่าทอ จึงเกิดความโกรธแค้น รวมหัวกันทำร้ายก่อนที่จะขนทรัพย์สินหลบหนีไป ซึ่งในช่วงนี้เป็นช่วงจับปลา คนร้ายทราบดีว่ามีเงินหมุนเวียน แต่อย่างไรก็ตามต้องรอการสอบปากคำจากผู้บาดเจ็บอีกครั้ง ขณะนี้ได้ประสานชุดสืบสวนออกติดตามคนร้ายแล้ว


บันทึกการเข้า