
ผู้ชุมนุมต่อต้านรัฐบาลในกรุงเคียฟ ปะทะกับเจ้าหน้าที่ตำรวจปราบจลาจลอีกครั้ง ในช่วงเช้าวันพฤหัสบดี ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 10 ราย และบาดเจ็บอีก 8 คน แต่เชื่อว่าจำนวนจะเพิ่มขึ้นอีก เนื่องจากการปะทะยังดำเนินต่อไป...
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 20 ก.พ. ว่า ข้อตกลงหยุดยิงระหว่างประธานาธิบดี วิคเตอร์ ยานูโควิช และแกนนำฝ่ายค้าน ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อคืนวันพุธ ล่มไม่เป็นท่า หลังเกิดเหตุปะทะระหว่างกลุ่มผู้ชุมนุมต่อต้านรัฐบาลกับเจ้าหน้าที่ตำรวจปราบจลาจลในย่านใจกลางกรุงเคียฟอีกครั้งเมื่อเช้าวันพฤหัสบดี หลังจากกลุ่มผู้ชุมนุมพยายามบุกฝ่าแบริเออร์ของเจ้าหน้าที่บริเวณจัตุรัส 'อินดีเพนเดนซ์'
จากรายงานของสำนักข่าว เทเลกราฟ มีผู้ชุมนุมได้รับบาดเจ็บและถูกหามออกจากพื้นที่จัตุรัสอินดีเพนเดนซ์ไปแล้วไม่น้อยกว่า 8 ราย เมื่อเวลาประมาณ 9:00 น. (ตามเวลาท้องถิ่นซึ่งช้ากว่าไทย 5 ชั่วโมง) ขณะที่ผู้สื่อข่าวของสำนักข่าวรอยเตอร์ส ระบุว่า เห็นศพผู้เสียชีวิตซึ่งอยู่ในชุดพลเรือนแล้ว 10 ศพ ท่ามกลางเสียงปืนดังสนั่น และควันไฟจากแบริเออร์ที่ถูกไฟลุกไหม้
ผู้ประท้วงติดอาวุธจำนวนหลายร้อยคนโจมตีตำรวจด้วยระเบิดขวดและก้อนหิน ขณะพยายามรุกคืบยึดคืนพื้นที่จัตุรัสอินดีเพนเดนซ์ ที่ถูกตำรวจยึดกลับไปในเหตุปะทะเมื่อคืนวันอังคาร (18 ก.พ.) หลังจากผู้ชุมนุมปักหลักประท้วงประธานาธิบดี ยานูโควิช มานานกว่า 3 เดือน ขณะที่ตำรวจตอบโต้การโจมตีของผู้ประท้วงด้วยกระสุนยางและระเบิดแสง นอกจากนี้มีรายงานว่ามีการใช้กระสุนจริงด้วย แต่ไม่แน่ชัดว่ากระสุนมาจากฝ่ายตำรวจหรือผู้ประท้วง
แถลงการณ์ล่าสุดของกระทรวงสาธารณสุขแห่งยูเครน เมื่อช่วงเช้าวันพฤหัสบดีก่อนเกิดการปะทะกันรอบใหม่ระบุว่า มีผู้เสียชีวิต 28 ราย และบาดเจ็บ 287 คน ระหว่างเหตุความรุนแรงบนท้องถนนในช่วง 2 วันที่ผ่านมา (18-19 ก.พ.) ขณะที่ผู้ประท้วง ซึ่งตั้งศูนย์พยาบาลขึ้นที่โบสถ์ใจกลางกรุงเคียฟ ระบุยอดผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บสูงกว่านี้มาก
ทั้งนี้ เหตุนองเลือดในวันอังคาร เริ่มต้นขึ้นในช่วงกลางวัน โดยตำรวจเข้าขัดขวางกลุ่มผู้ชุมนุมไม่ให้เดินขบวนมุ่งหน้าไปยังอาคารรัฐสภา ทำให้เกิดการปะทะระหว่างทั้ง 2 ฝ่าย ก่อนที่กลุ่มผู้ชุมนุมที่โกรธแค้นจะบุกโจมตีสำนักงานใหญ่ของพรรค 'รีเจียนส์' ของนายยานูโควิช ทำให้มีผู้เสียชีวิต 11 ราย ต่อมาในช่วงกลางคืน เจ้าหน้าที่ตำรวจปราบจลาจลบุกสลายการชุมนุมที่จัตุรัสอินดีเพนเดนซ์ ทำให้เกิดการปะทะกันอย่างรุนแรงจนถึงเช้าวันพุธ
ขณะที่ในวันพุธ สำนักงานความมั่นคงของยูเครน กล่าวหาผู้ประท้วงว่า ยึดอาวุธจำนวนหลายร้อยกระบอก พร้อมเครื่องกระสุนไปจากคลังเก็บอาวุธของตำรวจ และประกาศเริ่มปฏิบัติการต่อต้านการก่อการร้ายทั่วประเทศ เพื่อฟื้นฟูความเป็นระเบียบเรียบร้อย ขณะเดียวกันผู้ชุมนุมก็บุกรุกเข้าไปในสำนักงานไปรษณีย์หลักบริเวณจัตุรัสอินดีเพนเดนซ์ เนื่องจากอาคารข้างเคียงที่พวกเขายึดครองอยู่ ถูกไฟไหม้ได้รับความเสียหายจากเหตุปะทะในวันอังคาร
อย่างไรก็ตาม ในคืนวันเดียวกัน ประธานาธิบดียานูโควิช ได้เข้าเจรจากับแกนนำฝ่ายค้าน และบรรลุข้อตกลงชั่วคราวเพื่อเปิดทางสำหรับการเจรจา โดย วิตาลี คลิทช์โก หัวหน้าพรรค 'อูดาร์' หนึ่งในแกนนำฝ่ายค้านระบุว่า ประธานาธิบดีสัญญากับพวกเขาว่าตำรวจจะไม่บุกโจมตีค่ายผู้ชุมนุมในจัตุรัสอินดีเพนเดนซ์อีก แต่ทั้งสองฝ่ายไม่ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับข้อตกลงหยุดยิงนี้
เหตุปะทะกันระลอกล่าสุด ทำให้แผนการของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศแห่งประเทศฝรั่งเศส, เยอรมนีและโปแลนด์ ที่จะเข้าพบปะกับประธานาธิบดี ยานูโควิช ที่ทำเนียบประธานาธิบดีต้องถูกยกเลิก และทั้ง 3 คนเดินทางออกจากยูเครนแล้ว โดยคาดว่าจะกลับไปยังกรุงบรัสเซลส์ เพื่อเข้าร่วมการประชุมเหล่ารัฐมนตรีต่างประเทศแห่งสหภาพยุโรปทั้ง 28 ประเทศ เพื่อหารือเรื่องการคว่ำบาตรยูเครนต่อเหตุความรุนแรงเมื่อคืนวันอังคาร
ที่มา : www.thairath.co.th

บันทึกการเข้า