
เมื่อวันที่ 21 ก.พ.นางวิลาวัลย์ วัชระเกียรติศักดิ์ ผอ.สำนักศิลปะและวัฒนธรรมมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา หัวหน้าโครงการวิจัยการศึกษาเพื่อพัฒนารูปแบบศูนย์การเรียนรู้ท้องถิ่นสมัยก่อนประวัติศาสตร์ ติดตามการขุดสำรวจวิจัยแหล่งโบราณคดีบ้านโนนจาก เพื่อค้นหาต้นกำเนิดของอารยธรรมขอม บริเวณลุ่มแม่น้ำมูลตอนบน โดยดร.รัชนี ทศรัตน์ นักโบราณคดี 8 สำนักงานศิลปากรที่ 12 นครราชสีมา พร้อมด้วยดร.ไนเจล ชาง นักโบราณคดีมหาวิทยาลัยเจมส์คุก ประเทศออสเตรเลีย และทีมนักวิจัยมหาวิทยาลัยโอทาโก ประเทศนิวซีแลนด์ กำลังขุดค้นหาซากวัตถุโบราณ ภายในหลุมสี่เหลี่ยม กว้าง 30 เมตร ยาว 150 เมตรบริเวณด้านหลังวัดหนองเครือชุด หมู่ 12 ต.ลำคอหงส์ อ.โนนสูง จ.นครราชสีมา
นางวาริกา ทองคำ ผู้ใหญ่บ้านหนองเครือชุดพัฒนา เปิดเผยว่า แหล่งโบราณคดีบ้านโนนจาก อยู่ห่างจากแหล่งโบราณคดีบ้านโนนวัด 10 ก.ม. เดิมเป็นผืนดินรกร้างกลางทุ่งนา ต่อมาชาวบ้านเข้าไปปลูกพืชผักขณะขุดดินพบเศษซากวัตถุโบราณจำนวนมาก ด้วยความเชื่อในสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เร้นลับจึงไม่มีใครกล้าแตะต้อง จากนั้นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาทำการวิจัย
ดร.รัชนีกล่าวว่า สันนิษฐานว่าน่าจะเป็นชุมชนสมัยก่อนประวัติศาสตร์ที่มีหลักฐานการตั้งถิ่นฐาน ขนาดใหญ่ในยุคเหล็ก ตามหลักฐานที่ค้นพบและวิเคราะห์ที่มีหลักฐานของกลุ่มวัฒนธรรมแบบทวารวดี และแบบขอมโบราณ ระยะเวลาอยู่ในช่วงระหว่าง 2,500-3,000 ปี
ดร.ไนเจล ชาง ให้รายละเอียดเพิ่มเติมว่า สถานที่แห่งนี้มีการเข้าอยู่อาศัยที่เนินดินอย่างต่อเนื่อง พบหลักฐานโครงสร้างกำแพงบ้าน โครงกระดูกมนุษย์ผู้ใหญ่ชาย หญิง โครงกระดูกวัยรุ่น เด็ก และทารก รวม 80 ร่าง แสดงให้เห็นถึงข้อมูลด้านประชากรศาสตร์ ด้านเพศ วัย ส่วนสูง อัตราการตาย และโรคภัยไข้เจ็บ รวมทั้งประเพณีการฝังศพที่สืบทอดกันมาในห้วงหลายพันปี หลักฐานที่ขุดพบบอกเล่าเรื่องราวตั้งแต่เริ่มตั้งชุมชนก่อนที่พุทธศาสนาจะเข้ามามีอิทธิพล บางศพพบวัตถุสิ่งของสมัยสำริดฝังร่วมกับศพ มีภาชนะดินเผาหลายสิบใบ พร้อมเครื่องประดับตามร่างกาย และกระดูกสัตว์บก สัตว์น้ำ และสัตว์ปีก รวมทั้งเปลือกหอย วางเรียงรอบร่างผู้เสียชีวิต จำนวน 5 ศพ มากกว่าศพอื่นๆ หากศึกษาข้อมูลอย่างจริงจังจะทำให้เข้าใจบรรพบุรุษคนไทย ตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์อย่างแท้จริง
นางวิลาวัลย์กล่าวว่า เรามุ่งหวังทำนุบำรุงอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมด้วยการบูรณาการภารกิจ การเรียนการสอนการวิจัยเข้าด้วยกัน โดยอาศัยกระบวนทัศน์ทางวัฒนธรรมเป็นปัจจัยขับเคลื่อนส่งเสริมให้เป็นชุมชนแห่งการเรียนรู้ เข้มแข็งและพึ่งพาตนเองได้อย่างมั่นคง ได้รับการสนับสนุนจากองค์การสหประชาชาติ หน่วยเฝ้าระวังโลก หรือเอิร์ทวอตช์ สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ(วช.) และกรมศิลปากร



บันทึกการเข้า