ผู้เขียน หัวข้อ: นิคมอุตสาหกรรมอุดรฯเนื้อหอมทุนไทย-ต่างประเทศเล็งตั้งฐานผลิตบุกอินโดจีน  (อ่าน 416 ครั้ง)

ออฟไลน์ beebee

  • medtech ปี เอก
  • ******
  • กระทู้: 1550
    • อีเมล์



นิคมฯสีเขียวเมืองอุดรธานี เนื้อที่ 2,400 ไร่ เนื้อหอมสุด ๆ กลุ่มทุนไทย-ญี่ปุ่น-จีน -มาเลเซีย รุมตอมตั้งฐานผลิตหวังบุกตลาดอินโดจีน เตรียมเปิดขายที่ดินได้ ภายในเดือนสิงหาคม-กันยายนนี้ คาดเกิด การจ้างงานในพื้นที่และจังหวัดใกล้เคียง หลายหมื่นคน ตั้งเป้าปิดการขาภายใน 3 ปี
 
          นายสุวิทย์ พิพัฒน์วิไลกุล ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เมืองอุตสาหกรรมอุดรธานี จำกัด เปิดเผยกับ "ประชาชาติธุรกิจ" หลังจากที่ประชุมคณะกรรมการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) ได้อนุมัติการตั้งนิคมอุตสาหกรรมอุดรธานี ตำบลโนนสูง และตำบลหนองไผ่ อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี พื้นที่ประมาณ 2,400 ไร่ ขณะนี้บริษัทยังไม่ได้เปิดให้เอกชนที่สนใจเข้ามาตั้งโรงงานภายในนิคมฯดังกล่าว เนื่องจากอยู่ระหว่างให้บริษัทที่ปรึกษาออกแบบมาสเตอร์แพลนที่เสร็จสมบูรณ์ทั้งโครงการ รวมถึงการทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ที่อยู่ระหว่างการยื่นขออนุมัติ คาดว่าภายในเดือนสิงหาคม-กันยายน 2557 จะสามารถเปิดให้นักลงทุนจองพื้นที่ได้อย่างแน่นอน
 
          อย่างไรก็ตาม ขณะนี้มีกลุ่มทุนสนใจเข้ามาตั้งโรงงานภายในนิคมฯอุดรธานีจำนวนมาก แม้ว่าจะยังไม่เปิดขายที่ดิน เพราะเห็นว่าที่ตั้งโครงการอยู่ในทำเลที่มีศักยภาพสูงมาก คืออยู่ห่างจากถนนมิตรภาพ (อุดร-ขอนแก่น) ประมาณ 800 กิโลเมตร และอยู่ติดกับถนนวงแหวนรอบ 2 ที่กำลังจะก่อสร้างในเร็ว ๆ นี้ สามารถขนส่งสินค้าไปยังภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน รวมถึง สปป.ลาวได้อย่างสะดวกรวดเร็ว เพราะมีการพัฒนาสาธารณูปโภคอื่น ๆ ไว้รองรับหมดแล้ว โดยเฉพาะทางรถยนต์ และระบบรางที่มีสถานีอยู่ห่างนิคมฯเพียง 800 เมตรเท่านั้น
 
          สำหรับกลุ่มที่สนใจจะเข้ามาลงทุน ได้แก่กลุ่มทุนผลิตชิ้นส่วนยานยนต์จากประเทศญี่ปุ่น ต้องการพื้นที่ประมาณ 300-400 ไร่
          ผลิตป้อนให้กับโรงงานประกอบรถยนต์ ทั่วโลก, กลุ่มผลิตรถมอเตอร์ไซค์จากมาเลเซีย ต้องการเข้ามาตั้งโรงงานเพื่อผลิตสินค้าส่งออกไปขายตลาดอาเซียน, กลุ่มโรงงานแปรรูปยางพาราจากจีน รวมถึง ผู้ประกอบการในหลายธุรกิจจากจังหวัดระยอง สมุทรปราการ และสมุทรสาคร เป็นต้น
 
          "ตอนนี้มีคนติดต่อเข้ามาเยอะมาก แต่ผมยังไม่ตัดสินใจที่จะเปิดขาย รอให้มาสเตอร์แพลนเสร็จสมบูรณ์ 100% ก่อน รวมไปถึงต้องการให้ผ่าน EIA เรียบร้อย ซึ่งไม่น่าจะเกิน 6 เดือน อีกประเด็นที่น่าสนใจคือมีทุนจีนสนใจเข้ามาเทกโอเวอร์โครงการไปบริหารเอง แต่ยังไม่ตัดสินใจในแนวทางนี้ เพราะต้องพิจารณาศักยภาพในทุกมิติ ทั้งนี้ ผมตั้งเป้าการขายที่ดินภายในโครงการทั้งหมดภายใน 3 ปี"
 
          นายสุวิทย์กล่าวด้วยว่า ปัจจุบันมีการก่อสร้างสาธารณูปโภคภายในโครงการใกล้เสร็จแล้ว ทั้งในส่วนของการขยายถนนลาดยางความกว้าง 18 เมตร ขนาด 4 ช่องจราจร งบฯลงทุนกว่า 30 ล้านบาท, สถานีไฟฟ้าย่อย, แหล่งน้ำประปา และในอนาคตมีแผนที่เชื่อมต่อรางรถไฟเข้ามาในโครงการ เพื่อสร้างความได้เปรียบด้านโลจิสติกส์ ซึ่งงบประมาณในส่วนนี้ คาดว่าจะไม่สูงมากนัก
 
          นางฉายา ตยางคนนท์ ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดอุดรธานี กล่าวว่า สภาอุตสาหกรรมจังหวัด พยายามผลักดันอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับวัตถุดิบที่มีในท้องถิ่น อาทิ ยางพารา มาโดยตลอด พุ่งเป้าไปที่อุตสาหกรรมผลิตยางรถยนต์ในอาเซียน โดยเชิญชวนทุนต่างชาติและทุนต่างถิ่นมาลงทุนในจังหวัด เพียงแต่ที่ผ่านมายัง
 
          ไม่ชัดเจน และเมื่อทั้งบอร์ดบีโอไอและ กนอ.ได้อนุมัติโครงการนิคมอุตสาหกรรมสีเขียวอุดรธานีแล้ว สภาอุตสาหกรรมจังหวัดจะ เดินหน้าผลักดันในเรื่องนี้ต่อไป ซึ่งจากการพูดคุยกับนักธุรกิจในจังหวัดหลายคนมีเงินทุนและอยากร่วมทุนในการทำอุตสาหกรรม กับต่างชาติ ในประเด็นนี้ ทางสภาอุตสาหกรรมจังหวัดพร้อมที่จะเป็นตัวประสานให้เกิด การเจรจาทางการลงทุนระหว่างกัน
 
          "ขณะนี้มีโรงงานจากภาคใต้ต้องการขยายโรงงาน หรือขยายไลน์การผลิตมายังภาคอีสาน อาทิ โรงงานถุงมือยาง ที่ต้องการเจาะตลาดอาเซียน หรือจีนตอนใต้ ทางสภาอุตสาหกรรมจะดึงเข้ามาตั้งโรงงานในนิคมฯแห่งนี้ โดยจะนำเสนอจุดเด่นของนิคมฯที่ได้รับการส่งเสริมจากบีโอไอ ยกเว้นภาษี 8 ปี" นางฉายากล่าว

ที่มา ประชาชาติธุรกิจ ฉบับวันที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2557