
ท่ามกลางควันไฟที่คละคลุ้งไปทั่ว พื้นที่กว่า 150ไร่ ของบ่อขยะแพรกษาย่านสมุทรปราการที่เกิดไฟลุกไหม้ มานานถึง 4 วันเต็มๆ คนกลุ่มเล็กๆ ที่เข้ามาช่วยในภารกิจดับไฟครั้งนี้ คือ นักบิน จากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม...
ภารกิจของพวกเขาหนักหน่วงไม่แพ้นักผจญเพลิงที่ต้องทำงานท่ามกลางเปลวแดด ควันพิษ และกลิ่นขยะที่รุนแรง!
นักบินต้องนำเฮลิคอปเตอร์แบบฮิวอี้ ร่อนลงเหนือผิวน้ำแล้วตักน้ำใส่ถุงบรรจุขนาด 540 ลิตร ก่อนจะบินไปเทน้ำเพื่อดับไฟ ทำแบบนี้ครั้งแล้วครั้งเล่านับร้อยครั้ง ภายในเวลา 5-6 ชม.ของการปฏิบัติภารกิจ
"งานนี้ไม่ง่ายเพราะต้องเจอกับควันหนามาก กลิ่นก็รุนแรง ถึงขั้นสูดดมเข้าไปแล้วปวดหัว ต้องทานยาเข้าไปเพื่อช่วยบรรเทา"
ร.อ.สมเกียรติ ศุภวงศ์ นักบินของสำนักการบินและอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติฯ เปิดใจกับ "ไทยรัฐออนไลน์" ว่า อุปสรรคที่สำคัญ นอกจากควันที่ทำให้ทัศนวิสัยไม่ดี กลุ่มควันที่หนาแน่นยังเพิ่มความหนาแน่นของอากาศด้วย งานนี้จึงต้องใช้ความระมัดระวังสูง
ร.อ.สมเกียรติ ศุภวงศ์ นักบินของสำนักการบินและอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติฯ
"ดับไฟที่นี่ยากกว่า ไฟป่าพรุที่เคยไปปฏิบัติภารกิจทางภาคใต้ เพราะไฟระอุอยู่ใต้ดิน ใช้น้ำมาก และการเข้าไปหลังกลุ่มควันก็ทำยากด้วย"
ทีมข่าวมีโอกาสเปิดใจนักบินในขณะที่พวกเขาพักเติมพลัง ให้กับเครื่องบินขนาดเล็ก จิ๋วแต่แจ๋ว น้ำมันหนึ่งถังบินได้ 1 ชม.หมายถึงว่า หนึ่ง ชม.จะได้พักหนึ่งครั้ง
เมื่อถามว่า เหนื่อยไหม นักบินไม่ปฏิเสธ แต่สีหน้ายังเต็มไปด้วยรอยยิ้มและความมุ่งมั่น
ภารกิจนี้ไม่ง่าย และยังไม่รู้จะสิ้นสุดลงเมื่อไร แต่บรรดานักบินที่สลับสับเปลี่ยนกันทำหน้าที่บอกว่า จะทำต่อไปให้ดีที่สุดเพราะมันคือ "หน้าที่"
นักบินกระทรวงทรัพย์ฯ มีทั้งหมด 9 คน ประจำการกับเฮลิคอปเตอร์ 14 ลำทำหน้าที่ ทั้งดับไฟป่า ค้นหา ภารกิจเดินทางของผู้บังคับบัญชา และช่วยเหลือภารกิจอื่นๆ ของชาติ
และนี่คือภารกิจปีสุดท้ายของ กัปตันสมเกียรติ เพราะปัจจุบันอยู่ในวัย 60 ปีในปฏิบัติหน้าที่ในฐานะนักบิน.
ที่มา : www.thairath.co.th

บันทึกการเข้า