ผู้เขียน หัวข้อ: เตือนใช้เครื่องเอกซเรย์ฟลูออโรสโคปี เป็นเวลานานเสี่ยงมะเร็งมากกว่าคนทั่วไป 4เท่า  (อ่าน 2170 ครั้ง)

ออฟไลน์ webmaster

  • Administrator
  • medtech ปี เอก
  • *****
  • กระทู้: 3951
    • อีเมล์
[/img]

นพ.อภิชัย มงคล อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เปิดเผยว่า กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ โดย สำนักรังสีและเครื่องมือแพทย์ ได้ทำการประเมินความเสี่ยงการเกิดโรคมะเร็งจากการปฏิบัติงานของบุคลากรด้านรังสีการแพทย์ ในประเทศไทย ปี พ.ศ. 2556 โดยวิเคราะห์จากอุปกรณ์วัดรังสีบุคคลที่ให้บริการ พบว่า บุคลากรที่ปฏิบัติงานกับเครื่องเอกซเรย์ฟลูออโรสโคปีในห้องส่องกล้อง ห้องผ่าตัด รังสีร่วมรักษา และงานรังสีวินิจฉัยได้รับรังสีกระเจิงเฉลี่ยสูงกว่า กลุ่มบุคลากรทางการแพทย์ด้านอื่น โดยได้รับรังสีทั่วลำตัวเฉลี่ย 0.727 มิลลิซีเวิร์ตต่อปี

เมื่อนำมาคำนวณค่าอัตราเสี่ยงการเกิดโรคมะเร็งจากการทำงานด้านรังสีตามหลักเกณฑ์ของคณะกรรมาธิการป้องกันอันตรายจากรังสีระหว่างประเทศInternational Commission on Radiological Protection (ICRP) พบว่า

บุคลากรเหล่านี้มีความเสี่ยงได้รับปริมาณรังสีสูง เนื่องจากการปฏิบัติงานร่วมกับเครื่องเอกซเรย์ฟลูออโรสโคปีเป็นเวลานาน มีอัตราเสี่ยงเกิดโรคมะเร็ง 4 คน ต่อบุคลากรแสนคน ซึ่งสูงกว่าบุคลากรที่ปฏิบัติงานร่วมกับเครื่องเอกซเรย์ทั่วไปถึง 4 เท่า

“ในขณะที่บุคลากรที่ปฏิบัติงานร่วมกับเครื่องเอกซเรย์ทั่วไปมีอัตราเสี่ยงเกิดโรคมะเร็งเพียง 1 คนต่อบุคลากรแสนคน ดังนั้นควรป้องกันปริมาณรังสี ทั่วลำตัว  ไม่ให้เกิน 20 มิลลิซีเวิร์ตต่อปี โดยเฉลี่ยย้อนหลังในช่วง 5 ปี และยังพบบุคลากร ที่มีความเสี่ยงต่อการเป็นต้อกระจกเนื่องจากได้รับปริมาณรังสีสูงเกินกว่าที่เลนส์ตาสามารถรับได้ถึง 1.4 เท่า หากบุคลากรไม่ใช้แว่นตากันรังสีอาจส่งผลกระทบเกิดเป็นต้อกระจกในอนาคต ควรลดความเสี่ยงปริมาณรังสีเลนส์ตาที่สามารถส่งผลให้เป็นต้อกระจก (equivalent dose) ไม่ให้ได้รับเกิน 150 มิลลิซีเวิร์ตต่อปี”นพ.อภิชัย กล่าว

นพ.อภิชัย กล่าวต่ออีกว่า กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ตระหนักถึงความเสี่ยงในการได้รับรังสีจากการปฏิบัติงานของบุคลากรด้านรังสีในห้องส่องกล้อง ห้องผ่าตัด รังสีร่วมรักษา และงานรังสีวินิจฉัยที่ต้องใช้เครื่องเอกซเรย์ ฟลูออโรสโคปีในการวินิจฉัย เนื่องจากมีความเสี่ยงได้รับรังสีสูงกว่าบุคลากรการแพทย์อื่น จึงได้จัดการอบรมให้ความรู้เบื้องต้นด้านรังสี เรื่องการวัดปริมาณรังสีบุคคลของบุคลากรด้านรังสีจากการกระเจิงของเครื่องเอกซเรย์ฟลูออโรสโคปี เพื่อให้เกิดมาตรการในการปฏิบัติงานอย่างถูกต้องเหมาะสมและได้รับรังสีในขณะปฏิบัติงานน้อยที่สุด และเรื่องการใช้อุปกรณ์วัดรังสีประจำบุคคลอย่างน้อย 2 ชิ้น คือ ติดภายในเสื้อตะกั่วและภายนอกไธรอยด์ชีลด์หรืออุปกรณ์วัดรังสีประจำบุคคลชนิด Extremity เพื่อวัดที่ข้อนิ้วและข้อมือ และขณะปฏิบัติงานควรใช้อุปกรณ์ป้องกันรังสี ได้แก่ เสื้อตะกั่ว ไธรอยชีลด์ แว่นตากันรังสีและฉากกำบังรังสีที่ตำแหน่งต่างๆ