ผู้เขียน หัวข้อ: โมโหแย่งที่จอดรถคอนโด มือปืนยิงเสี่ยหนุ่มดับสยอง แฉหนีคดีฆ่าเรื่องเดียวกัน  (อ่าน 413 ครั้ง)

ออฟไลน์ tikky

  • Global Moderator
  • medtech ปี เอก
  • *****
  • กระทู้: 1985



สันติ ประหร่ำภากรณ์ - เรื่อง/ภาพ

อารมณ์ "ไม่ยอมกัน" เกิดขึ้นได้กับทุกคน แต่อาการแสดงออกอย่างรุนแรง มักเป็นกับคนที่มีอารมณ์รุนแรงเป็นพื้นฐาน เมื่อถูกปลุกเร้าด้วยการกระทำของผู้อื่น บุคคลเหล่านี้จะมีอารมณ์โกรธพุ่งสูง ในสมองจะมีแต่ความคิดที่ว่า "มันเริ่มก่อน มันทำเราก่อน ยอมไม่ได้ ยอมได้ยังไง"

หากไม่เรียนรู้ที่จะจัดการกับอารมณ์โกรธ มันจะยิ่งสะสมทำให้มีผลกระทบตามมาอีกมากมาย จนถึงขั้นใช้ความรุนแรง ชกต่อยกัน จนไปถึงขั้นใช้อาวุธทำร้ายกัน ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต

อย่างเช่นกรณีของ นายสมศักดิ์ งามพร้อม อายุ 65 ปี หนุ่มใหญ่อดีตการไฟฟ้าฝ่ายผลิตบางกรวย และ นายอนุสรณ์ หรือ เอก มี สาระภี อายุ 35 ปี เสี่ยหนุ่มเจ้าของร้านขายอาหารสัตว์ ที่ปล่อยให้อารมณ์โกรธครอบงำ โดยมีต้นเหตุมาจากการไม่ยอมกันเรื่องแย่งที่จอดรถ ภายในคอนโดฯ โครงการเมืองใหม่สมบัติบุรี ม.13 ต.บางบัว ทอง อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี จนนายอนุสรณ์ถูกนายสมศักดิ์ ใช้อาวุธปืนกระหน่ำยิงเสียชีวิตสยองคาคอนโดฯ

เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเช้ามืด วันที่ 12 เม.ย.ที่ผ่านมา หลังเกิดเหตุ พ.ต.อ.มาโนช รัตนโชติ ผกก.สภ.บางบัวทอง พ.ต.ท.รุ่งระวี สุขัง รอง ผกก.ป. พ.ต.ท.จามร สุนทรกิจ รอง ผกก.สส. พ.ต.ท.อานนท์ เชื้อมีแรง พงส.ชน.(พ.) พ.ต.ต.เกรียงศักดิ์ อัฑฒพงษ์ สว.สส. และฝ่ายสืบสวนรีบรุดไปตรวจสอบ

ที่บริเวณทางเดินหน้าห้อง เลขที่ 101/132 บนชั้นที่ 4 ของ คอนโดฯ ดังกล่าวซึ่งสูง 6 ชั้น ซึ่งเป็นห้องพักของนายสมศักดิ์ พบศพนายอนุสรณ์นอนเสียชีวิตอยู่ สภาพศพสวมเสื้อยืดสีขาว กางเกงยีนส์สีน้ำเงิน รองเท้าแตะ นอนคว่ำหน้ามีเลือดไหลเป็นทาง

จากการชันสูตรเบื้องต้น พบผู้ตายถูกยิงเข้าที่ใต้รักแร้ซ้ายกระสุนทะลุออกต้นแขนซ้าย 1 นัด และที่ชายโครงซ้าย 1 นัดกระสุนฝังใน โดยในที่เกิดเหตุ พบหัวกระสุนปืนไม่ทราบขนาด 2 หัว จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน

เมื่อให้เจ้าหน้าที่ดูแลคอนโดฯ มาเปิดเข้าไปภายในห้องของนาย สมศักดิ์ พบรอยเลือดกระจายเต็มหน้าประตู ส่วนนายสมศักดิ์พร้อมด้วยนางวันเพ็ญ ผิวสุวรรณ อายุ 64 ปี ภรรยา ได้หลบหนีไปหลังก่อเหตุ

สอบพยานแวดล้อมทราบว่า นายสมศักดิ์กับนายอนุสรณ์ผู้ตายเคยมีเรื่องทะเลาะกัน แย่งที่จอดรถในคอนโดฯที่เกิดเหตุ มานานเป็นปีแล้ว เป็นเหตุให้ทั้งคู่เขม่นกันมาตลอด ถึงขั้นเคยลงไม้ลงมือชกต่อยกันที่หน้าคอนโดฯ มาแล้ว

ก่อนเกิดเหตุช่วงค่ำวันที่ 11 เม.ย. นายอนุสรณ์ออกมาดื่มสุรากับเพื่อน กระทั่งเวลา 03.00 น. โดยก่อนแยกกันได้เล่าให้เพื่อนฟังว่า มีปัญหากับนายสมศักดิ์ เรื่องที่จอดรถมานานแล้ว และจะเคลียร์กันให้รู้เรื่องในวันนี้ กระทั่งมีคนมาพบศพ โดยมีพยานยืนยันว่า เห็นผู้ตายกลับเข้ามาช่วงเวลาดังกล่าว และได้ยินคล้ายเสียงปืนดังขึ้น 3 นัด แต่ไม่กล้าออกมาดูจนมาพบศพตอนเช้า

การตรวจสอบประวัติของนายสมศักดิ์มือปืนพบว่าอยู่ระหว่างหลบหนีคดีฆ่านายสยาม หรือ เครา คุ้มจิตต์ อายุ 38 ปี อดีตนักมวยไทย ชื่อมรกตดำ เกียรติสิงห์น้อย เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2549 ในท้องที่ สภ.เมืองนนทบุรี ซึ่งครั้งนั้นก็ทะเลาะกับคู่กรณีเรื่องที่จอดรถเหมือนกัน

เหตุดังกล่าว เกิดภายในซอยวัดแจ้งศิริ สัมพันธ์ ถนนนนทบุรี 1 หมู่ 5 ต.บางกระสอ อ.เมืองนนทบุรี โดยนายสมศักดิ์ซึ่งขณะนั้นมีอาชีพขับรถแท็กซี่ ได้ทะเลาะกับนายอนันต์ แก้วอำพันธ์ คนขับรถแท็กซี่ที่พักอยู่บ้านใกล้ๆ กัน เรื่องที่จอดรถรอรับผู้โดยสาร บริเวณหอนาฬิกาท่าน้ำนนทบุรี

นายอนันต์ให้การว่า นายสมศักดิ์ขับรถมาจอดทับที่วินรถตู้และรถแท็กซี่ จึงไปไล่ไม่ให้จอด ทำให้เกิดโต้เถียงกัน โดยนายสมศักดิ์ประกาศอย่างอาฆาตว่า "เดี๋ยวกลับไปเจอกันที่บ้าน" จากนั้นรีบขับรถออกไป

ต่อมานายอนันต์ได้ชวนนายสยามผู้ตาย ซึ่งเป็นคนคุมวินนั่งรถไปเคลียร์กับนายสมศักดิ์ที่บ้าน ก่อนพบนายสมศักดิ์ยืนดักรออยู่ พร้อมตรงเข้ามาถามว่า "มึงใหญ่นักหรือ" ผู้ตายเปิดประตูรถลงไปถามว่ามีอะไรกัน

นายสมศักดิ์จึงชักปืนลูกซองสั้นที่เหน็บอยู่ที่เอว ออกมายิงใส่ทันที กระสุนถูกบริเวณกกหูขวาเสียชีวิตคาที่ จากนั้นหันปากกระบอกปืน จะมายิงนายอนันต์เป็นรายต่อไป แต่นายอนันต์รีบวิ่งหนีได้ทัน นายสมศักดิ์จึงหลบหนีไป

หลังเกิดเหตุทางเจ้าหน้าที่ ตร.สภ.เมืองนนทบุรี ขออนุมัติศาลจังหวัดนนทบุรีออกหมายจับนายสมศักดิ์ในข้อหาฆ่าคนตาย เอาไว้แล้ว แต่ยังไม่สามารถติดตามจับกุมตัวได้ จนกระทั่งนายสมศักดิ์มาก่อเหตุยิงคนตายซ้ำขึ้นอีก

จากคดีที่เกิดขึ้นกรมสุขภาพจิตแนะนำว่า เวลาถูกปลุกเร้าด้วยการกระทำของผู้อื่น อารมณ์โกรธของเราจะพุ่งสูงขึ้น หากเราควบคุมหรือดูแลได้ รวมทั้งตระหนักรู้ถึงผลที่จะเกิดตามมา เปลี่ยนวิธีคิดใหม่ว่าเราจะยอมให้เกิดเหตุการณ์ ที่จะตามมาไปเพื่ออะไร ทำไมเราต้องเอาตัวเองไปเสี่ยงความรุนแรงแบบนั้น อารมณ์มันจะลดลงจนคลี่คลายด้วยตัวเราเอง ในท้ายที่สุด

เพราะอารมณ์ชั่ววูบแท้ๆ ที่ทำให้เกิดเหตุร้ายขึ้นเช่นนี้