ผู้เขียน หัวข้อ: ผอ.ฝ่ายตกแต่งห้างดัง เมาซิ่งเบนซ์ชนพ่อค้าสำเพ็งร่วง  (อ่าน 406 ครั้ง)

ออฟไลน์ beebee

  • medtech ปี เอก
  • ******
  • กระทู้: 1550
    • อีเมล์




 ผอ.ฝ่ายตกแต่งห้างดัง เมาซิ่งเบนซ์ชนรถเก็บขยะแบบไม่มีเบรก เสียงดังสนั่น สลด พ่อค้าซองมือถือโดนกระแทกกระดูกหักทั่วร่าง เจ้าหน้าที่ กทม.เจ็บอีก 1 ญาติเหยื่อสุดฉุน หลังเกิดเรื่องคู่กรณีห่วงแต่รถตัวเอง

เมื่อวันที่ 19 เม.ย. ร.ต.ท.พรชัย โรจนวิภาต พนักงานสอบสวน สน.จักรวรรดิ์ รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถยนต์ชนคนมีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต บริเวณหน้าตรอกหัวเม็ดซอยวานิช 1 ถนนจักรวรรดิ แขวงจักรวรรดิ เขตสัมพันธวงศ์ จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบก่อนรุดเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมอาสากู้ภัยมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ที่เกิดเหตุอยู่ด้านหน้าตู้โทรศัพท์สาธารณะใกล้ปากซอยวานิช 1 พบรถเก็บขยะของสำนักงานเขตสัมพันธวงศ์ทะเบียน 77-8748 กทม. ด้านท้ายมีรอยเฉี่ยวชนจนเสียหาย ห่างประมาณ 2 เมตร พบรถเบนซ์ รุ่น ซีแอลเค 240 สีดำ ทะเบียน 1 กญ 752 กทม. สภาพด้านหน้าพังยับเยิน เนื่องจากพุ่งชนตะกร้าและถังขยะข้างริมทางเท้าทำให้ขยะตกเกลื่อนข้างถนน โดยมี นายใจดล ไกรฤกษ์ อายุ 61 ปี ผอ.ฝ่ายตกแต่ง ในเครือเอ็มบีเคกรุ๊ป (ห้างสรรพสินค้ามาบุญครอง) นั่งอยู่ในรถฝั่งคนขับ มีอาการคล้ายคนมึนเมาสุราอย่างหนัก เจ้าหน้าที่จึงนำตัวส่ง สน.จักรวรรดิเพื่อตรวจหาปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือด

นอกจากนี้ จากการตรวจสอบบริเวณใต้รถเก็บขยะพบศพ นายสมชาย ขำผิวพรรณ อายุ 57 ปี อาชีพพ่อค้าขายกระเป๋าใส่โทรศัพท์มือถือที่ตลาดสำเพ็ง สภาพนอนคว่ำหน้า สวมใส่เสื้อโปโลแขนสั้นสีเหลือง กางเกงขาสั้นสีเทา กระดูกหลายแห่ง นอนจมกองเลือดอยู่ ขณะที่ท้ายรถคันดังกล่าวพบผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 1 รายทราบชื่อต่อมา นายทวีป แสนคำ อายุ 27 ปี พนักงานเก็บขยะเขตสัมพันธวงศ์มีอาการบาดเจ็บสาหัสจากการถูกกระแทก จึงเร่งนำส่ง รพ.กลาง

จากการสอบสวน นายสัมฤทธิ์ โตสันเทียะ อายุ 59 ปี พนักงานขับรถเก็บขยะคันเกิดเหตุ ให้การว่า เมื่อเวลาประมาณ 00.10 น. ตนพร้อมพนักงานเก็บขยะสองคนได้ขับรถมาจอดที่บริเวณจุดเกิดเหตุเพื่อเก็บขยะ ในขณะที่ตนนั่งอยู่บนรถโดยมีพนักงานเก็บขยะทั้งสองกำลังขนขยะขึ้นรถ ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงดังพร้อมแรงกระแทกจากท้ายรถขยะทั้งที่ไม่ได้ยินเสียงเบรกเลย จึงรีบลงมาดูทำให้ทราบว่า ถูกรถเบนซ์คันสีดำพุ่งชนด้านหลัง ทำให้นายทวีป ซึ่งเป็นพนักงานเก็บขยะได้รับบาดเจ็บนอนอยู่บนพื้นท้ายรถขยะ ส่วนผู้ตายก็ถูกชนจนร่างแกระเด็นไถลลอดใต้ท้องรถเช่นกัน

ขณะที่ น.ส.เยาวลักษณ์ แสงสุชา อายุ 44 ปี หลานสาวผู้ตาย กล่าวทั้งน้ำตาว่า นายสมชายเป็นลุงของตน ก่อนเกิดเหตุได้นั่งรถแท็กซี่ขนของที่จะนำมาขายที่ตลาดสำเพ็งเดินทางออกจากบ้าน โดยมากันคนละคันกัน จากนั้นผู้ตายที่มาถึงก่อนได้ไปเอารถเข็นมาขนของ จนกระทั่งมีเสียงรถชนอย่างแรงดังสนั่น ตอนแรกที่ได้ยินเสียงดังแรกไม่กล้าดูเพราะกลัวเป็นคนรู้จัก แต่พอตัดสินใจมาดูก็พบว่าเป็นลุงของตนจริง ยังทำใจไม่ได้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเพราะขายของอยู่กับลุงที่ตลาดสำเพ็งมากว่า 20 ปี ลุงไม่มีครอบครัว แต่เป็นคนขยันหาเลี้ยงทั้งตัวเองและพี่น้อง อีกทั้ง ลุงมีน้องชายเป็นคนพิการจะหาเงินช่วยกันดูแลกับญาติ ถ้าคิดในแง่ดี คือลุงได้ไปสบาย เนื่องจากเหนื่อยมามาก อย่างไรก็ตาม หลังเกิดเหตุตนได้ยินคนขับรถเบนซ์คุยกับเจ้าหน้าที่ทำนองว่า รถเบนซ์ของตัวเองเป็นอย่างไรดูแลดีหรือไม่ และลากมาที่สน.หรือยัง ทำให้รู้สึกแค้นมากที่ไม่มีสามัญสำนึกแทนที่จะเป็นห่วงคนกลับห่วงแต่รถตัวเอง

ขณะที่ ร.ต.อ.พรชัย กล่าวว่า หลังเกิดเหตุได้ประสานญาติของผู้เสียชีวิตและญาติคู่กรณีซึ่งเป็นคนขับรถเบนซ์คันก่อเหตุ ให้มารับทราบเรื่องที่เกิดขึ้นเพราะผู้ก่อเหตุยังอยู่ในอาการมึนเมาให้การไม่ปะติดปะต่อกัน โดยเบื้องต้นผลจากการตรวจวัดแอลกอฮอล์ ปรากฏว่า มีปริมาณเกินจากที่กฎหมายกำหนด วัดได้ 94 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ จึงจะแจ้งข้อหา เมาและขับเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้บาดเจ็บและเสียชีวิตต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในขณะที่ญาติของนายใจดลได้เดินทางมาที่สน.จักรวรรดิ โดยญาติที่เป็นผู้หญิงบอกว่า ยินดีจะรับผิดชอบค่าเสียหายทั้งหมดและได้ขอบรรดาผู้สื่อข่าวและช่างภาพอย่าถ่ายภาพทำข่าว เพราะไม่อยากให้เป็นข่าว โดยอ้างเหตุผลว่าตัวเองเป็นข้าราชการทหารระดับสูง จึงทำให้ น.ส.เยาวลักษณ์ หลานสาวของผู้เสียชีวิตพูดสวนกลับทันทีว่า ปล่อยให้สื่อมวลชนทำข่าวไปจะได้เป็นกรณีศึกษา ให้สังคมรับรู้ว่า การเมาแล้วขับทำให้เป็นอันตรายถึงชีวิตของคนบริสุทธิ์ไม่ต้องห่วงชื่อเสียงที่จะเสียจากความผิดครั้งนี้ ทำให้เกิดการโต้เถียงกันเล็กน้อยขณะที่นายใจดลได้ตอบรับเพียงสั้นๆว่า ดื่มสุราจากงานเลี้ยงมาจริง ก่อนจะขับรถกลับบ้านโดยก่อนมาถึงที่เกิดเหตุมีอาการวูบ มารู้ตัวอีกทีก็เกิดอุบัติเหตุเสียแล้ว..