
หนุ่มอดีตขายประกันตกอับ เครียดจนคิดสั้น ใช้เลื่อยไฟฟ้าในโรงงานเฟอร์นิเจอร์ย่านสมุทรปราการของพี่เขย ฆ่าตัวตายสยอง...
วันที่ 17 ก.ค. ร.ต.ท.ปภาสุต บวรพลภัทร พนักงานสอบสวน สภ.สำโรงเหนือ จ.สมุทรปราการ รับแจ้งมีผู้เสียชีวิต ภายในบ้านเลขที่ 849 หมู่ 10 ซ.ด่านสำโรง 60 ต.สำโรงเหนือ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ หลังรายงาน พ.ต.อ.ภูมิน สิงหสุต ผกก. สภ.สำโรงเหนือ พร้อมชุดสืบสวนสอบสวน เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน แพทย์เวร รพ.สมุทรปราการ และเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู เร่งเดินทางไปตรวจสอบ
ที่เกิดเหตุเป็นบ้านไม้ชั้นเดียว มีรั้วรอบขอบชิด ดัดแปลงเป็นโรงงานผลิตเฟอร์นิเจอร์บิวอิน ภายในตัวบ้าน พบผู้เสียชีวิตคือ นายทรงวุฒิ ประโคทัง อายุ 27 ปี ชาว จ.ขอนแก่น สภาพนอนหงายสวมกางเกงขายาวตัวเดียว เสียชีวิตใกล้กับโต๊ะใบเลื่อยไม้วงเดือนไฟฟ้า สภาพร่างกายบริเวณหน้าท้องถูกใบเลื่อยฟันจนไส้ไหลทะลักออกมา นอกจากนี้ บริเวณลำคอและหัวไหล่ยังพบบาดแผลถูกใบเลื่อยฟันจนเศษชิ้นเนื้อและเลือดกระเด็นเกลื่อน เป็นที่น่าสยดสยอง ใกล้กันพบขวดเบียร์วางอยู่ 5 ขวด เจ้าหน้าที่เก็บไว้เป็นหลักฐาน
สอบสวนนายสุดชา มาลาศรี อายุ 38 ปี พี่เขย และเจ้าของโรงงาน ทราบว่า ก่อนหน้านี้ นายทรงวุฒิเคยเป็นพนักงานขายประกันของบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง กระทั่งช่วงหลัง รายได้ไม่เข้าเป้า จึงได้ออกมาเป็นพนักงานรับจ้างอยู่ย่านศรีนครินทร์ ต่อมาเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว นายทรงวุฒิลาออกจากที่ทำงานอีก ก่อนเดินทางแวะเวียนมาดื่มสุรา และมักปรับทุกข์เรื่องเงินทองกับนายสุดชาเป็นประจำ ก่อนจะแยกย้ายกลับบ้าน กระทั่งเมื่อเช้าวันนี้ นายสุดชาได้ขับรถเข้ามาที่โรงงาน เพื่อมาเอาไม้อัดไปบิวอิน เฟอร์นิเจอร์ให้กับลูกค้า ย่านถนนวิภาวดี 70 กรุงเทพฯ ถึงทราบว่านายทรงวุฒิไม่ได้กลับบ้าน ยังคงอยู่ที่โรงงานเพียงลำพัง ตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา
นายสุดชากล่าวว่า ตลอดทั้งวันตนเองก็ไม่ทันได้เอะใจอะไร คิดว่านายทรงวุฒิแค่นอนค้างปกติ กระทั่งเย็นวันนี้เดินทางกลับมาที่โรงงาน พบว่าประตูรั้วถูกล็อคไว้จากด้านใน และยังได้ยินเสียงเลื่อยวงเดือนทำงานอยู่ภายใน ตนจึงตะโกนเรียกผู้ตายให้เปิดประตู แต่ก็ไม่มีเสียงตอบรับ จึงรีบปีนข้ามกำแพงเข้าไปภายในรั้ว และผลักประตูเข้าไปถึงกับต้องผงะ เมื่อเห็นร่างนายสุดชา ถูกใบเลื่อยวงเดือนฟันร่างเสียชีวิต หลังตั้งสติได้จึงรีบเข้าไปปิดสวิตซ์ แล้ววิ่งออกมาขอความช่วยเหลือจากเพื่อนบ้านให้โทรศัพท์แจ้งตำรวจ
ด้านนายชาตรี คำโต 28 ปี พักอยู่ตรงข้ามกับที่เกิดเหตุ กล่าวว่า ตนเองเคยพูดคุยกับนายทรงวุฒิอยู่บ่อยครั้ง และสังเกตว่านายทรงวุฒิมีอาการเหม่อลอย พูดจาคนเดียว และนายทรงวุฒิเคยบอกว่า มีผีมาบอกว่าไม่ให้ไปคุยกับใคร ตอนนั้นตนเองก็แปลกใจ กระทั่งเช้าวันนี้ยังเห็นนายทรงวุฒิเดินออกมาซื้อบุหรี่ตามปกติ และเมื่อช่วงกลางวัน ภรรยาของนายทรงวุฒิยังซื้อข้าวมานั่งทานปกติเหมือนทุกวัน ก่อนที่ภรรยาจะเดินทางออกไปทำงาน ต่อมาตนได้ยินเสียงเลื่อยดังออกมาจากภายในบ้าน แต่ก็ไม่ได้เอะใจอะไร เนื่องจากปกติในบ้านก็มีการเลื่อยไม้เป็นประจำอยู่แล้ว กระทั่งช่วงเย็นพบเห็นนายสุดชาขับรถมาจอดหน้าบ้าน พร้อมกับตะโกนเรียกให้เปิดประตู แต่ก็ไม่มีใครเปิด นายสุดชาจึงได้ปีนข้ามกำแพงไป และวิ่งออกมาขอความช่วยเหลือจากเพื่อนบ้าน
ทางเจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่า นายทรงวุฒิน่าจะซื้อเบียร์มาดื่มจนเมาได้ที่แล้ว บวกกับความเครียดมากถึงคิดสั้นกล้าฆ่าตัวตายด้วยวิธีที่สยอง ประกอบกับยังไม่พบพยานแวดล้อม หลังจากภรรยาออกจากบ้านไปก็ไม่มีใครเข้าในบ้านอีก อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ยังไม่ทิ้งประเด็นฆาตกรรม เพราะรอยบาดแผลในตัวผู้ตายที่โดนใบเลื่อยไฟฟ้าแบบวงเดือนนั้น มีทิศทางที่สวนทางกัน เบื้องต้นได้ส่งชุดสืบสวนเร่งออกติดตามผู้ที่เคยดื่มเหล้าหรือเบียร์กับนายทรงวุฒิมาทำการสอบสวนแล้ว ส่วนศพผู้เสียชีวิต ได้มอบให้เจ้าหน้าที่มูลนิธินำส่งสถาบันนิติเวช ดำเนินการตามกฎหมาย



บันทึกการเข้า