ผู้เขียน หัวข้อ: ผวาครูโหด!คว้าไม้บรรทัดเหล็กเลื่อยใบหูเด็ก 5 ขวบ  (อ่าน 479 ครั้ง)

ออฟไลน์ beebee

  • medtech ปี เอก
  • ******
  • กระทู้: 1550
    • อีเมล์












ผู้ปกครองผวา!ครูโหดคว้าไม้บรรทัดเหล็กเลื่อยใบหูเด็กกระเหรี่ยงวัย 5 ขวบ เลือดอาบเย็บ 5 เข็ม เจ้าตัวปฏิเสธลั่น แต่ทางสังกัดไม่เชื่อหลังมีประวัติเรื่องลงโทษเด็กเกินกว่าเหตุ สั่งสอบก่อนเด้งไปช่วยงานเทศบาลชั่วคราว

เมื่อเวลา 09.30 น.วันที่ 22 ก.ค. ที่หอประชุมโรงเรียนอนุบาลเทศบาลตำบลแม่ยวม อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน กลุ่มผู้ปกครองเด็กนักเรียนกว่า 60 คน ได้เข้ารับฟังคำชี้แจงของ นายพุทธิวัฒน์ ใจสูง นายกเทศมนตรีตำบลแม่ยวม และนางแพรวนภา ธรรมเนียมต้น ผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลเทศบาลตำบลแม่ยวม กรณีที่ครูประจำชั้นอนุบาล 2 โรงเรียนดังกล่าว ทำร้าย ด.ช.จิรายุ ไม่มีนามสกุล นักเรียนชั้นอนุบาล 2 โดยการใช้ไม้บรรทัดเหล็กเลื่อยใบหูซ้ายจนเลือดอาบเย็บ 5 เข็ม และถูกนำเผยแพร่ทาง fackbook อย่างกว้างขวาง ซึ่งสาเหตุที่ถูกทำโทษทราบว่า มีการปรับปรุงสนามกีฬาให้เด็กนักเรียนเข้าห้อง แต่น้องจิรายุไม่ยอมเข้าห้องจึงโดนทำโทษ โดยผู้ปกครองส่วนหนึ่ง กังวลกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เรียกร้องให้มีการสอบสวนเอาความผิดทั้งทางวินัยและอาญา และไม่ให้เข้ามาสอนในโรงเรียนอีกต่อไป

ซึ่งใช้เวลาการประชุมชี้แจงทำความเข้าใจกับผู้ปกครองนักเรียนประมาณ 2 ชม. จนทางผู้ปกครองเข้าใจในหลักการปฏิบัติตามระเบียบขั้นตอนของทางราชการแล้ว รู้สึกพึ่งพอใจในระดับหนึ่ง แต่ยังเฝ้าติดตามความคืบหน้า เนื่องจากหวั่นเกรงว่าครูคนดังกล่าวจะได้กลับมาทำงานอีกหรือไม่ บางคนถึงกลับคิดล่วงหน้าว่าจะย้ายลูกหลานไปเรียนที่อื่น

ด้านนายพุทธิวัฒน์ กล่าวว่า ขณะนี้ได้ออกคำสั่งให้ครูคนดังกล่าวไปช่วยงานด้านพัสดุ ที่สำนักงานเทศบาลตำบลแม่ยวมแล้ว พร้อมตั้งคณะกรรมการขึ้นมา 1 ชุด ร่วมกับทางศูนย์ประชาบดีสอบหาข้อเท็จจริงเพื่อความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย เบื้องต้นจาการพูดคุยครูคนดังกล่าวให้การปฏิเสธอ้างว่า ช่วงเกิดเหตุไปเข้าห้องน้ำ พอกลับออกมาพบว่า ด.ช.แดง มีบาดแผลที่ใบหูเลือดอาบ ขณะที่เด็กนักเรียนที่อยู่ในชั้นเรียนเดียวกันพูดตรงกันว่า "ครูเป็นคนทำร้าย" อย่างไรก็ตามจากการสอบข้อเท็จจริงเบื้องต้นของเจ้าหน้าที่ศูนย์ประชาบดี และเจ้าหน้าที่ตำรวจชัดเจนว่าครูเป็นผู้กระทำ ซึ่งการดำเนินเรื่องต่าง ๆ ต้องเป็นไปตามระเบียบและขั้นตอน ซึ่งทางเจ้าหน้าที่จะให้ความเป็นธรรมอย่างที่สุด

ส่วนนางแพรวนภา กล่าวว่า ครูคนดังกล่าวอยู่ระหว่างการทดลองงาน เพิ่งจะสอบบรรจุเข้ามาได้ประมาณ 2 ปี ยังไม่ผ่านการประเมิน และที่ผ่านมาถูกผู้ปกครองนักเรียนร้องเรียนมาแล้วหลายครั้ง ว่ามีพฤติกรรมที่ลงโทษนักเรียนค่อนข้างจะรุนแรง ทางโรงเรียนเองได้กล่าวตักเตือนมาแล้ว 2 ครั้ง พร้อมกำหนดโทษไว้แล้ว เจ้าตัวรับว่าจะไม่ให้เกิดขึ้นอีก เหตุการณ์ครั้งนี้ จึงถึงเป็นครั้งที่ 3 ที่ลงโทษเด็กด้วยวิธีรุนแรงเกินกว่าเหตุ และปฎิเสธการกระทำดังกล่าว ดังนั้นเพื่อหาข้อเท็จจริงและความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย ทางโรงเรียนร่วมกับคณะกรรมการสถานศึกษา จะดำเนินการสอบหาข้อเท็จจริงอย่างเร่งด่วนต่อไป

ขณะที่มารดาเด็กยืนยันไม่เอาเรื่องครู สาเหตุหนึ่งอาจมาจากพ่อแม่เด็กเป็นบุคคลไม่มีสถานทางทะเบียนหมายเลขศูนย์ ซึ่งอาจจะเกรงกลัวว่าลูกจะไม่ได้เรียนหนังสือ อย่างไรก็ตามถึงแม้พ่อแม่เด็กไม่ติดใจเอาความ แต่คุณครูที่กระทำผิดก็จะต้องได้รับโทษทางวินัยอย่างแน่นอน.