ผู้เขียน หัวข้อ: พ่อแม่ร่ำไห้! กอดศพลูกชาย 3 ขวบ ไฟชอร์ตดับคาชิงช้าใต้ถุนบ้าน สลดวันแม่  (อ่าน 403 ครั้ง)

ออฟไลน์ tikky

  • Global Moderator
  • medtech ปี เอก
  • *****
  • กระทู้: 1985











 

 
เมื่อเวลา 21.30 น. วันที่ 12 ส.ค. ผู้สื่อข่าว ข่าวสด รายงานว่า ที่บ้านเลขที่ 56 หมู่ 4 บ้านหนองดุม ต.หนองใหญ่ อ.เมืองจันทร์ จ.ศรีสะเกษ นางมณีรัตน์ ใยดวง อายุ 30 ปี  นายบุญเพิ่ม ใยดวง อายุ 34 ปี และ ด.ญ.พรพิมล อายุ 8 ขวบ นักเรียนชั้น ป.2 ร.ร.บ้านหนองดุมหนองแคนน้อย ซึ่งเป็นแม่ พ่อ และพี่สาว พากันร่ำไห้กอดศพของ น้องน้ำ  เด็กชาย อายุ 3 ขวบ 8 วัน ซึ่งกำลังเรียนอยู่ที่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กก่อนเกณฑ์ วัดปลาซิว สังกัดเทศบาล ต.หนองใหญ่ อย่างน่าเวทนา 

 โดยนายบุญเพิ่มได้อุ้มร่างของน้องน้ำ ขึ้นมากอดไว้แนบอก พร้อมทั้งบีบนวดตามแขน และเอามือลูบใบหน้าของน้องน้ำร่ำไห้ขอให้น้องน้ำตื่นลืมตาขึ้นมามองดูพ่อ แม่และพี่สาว แต่ว่าตาทั้งสองข้างของน้องน้ำก็ยังคงหลับสนิท เนื่องจากว่าน้องน้ำได้เสียชีวิต เพราะโดนไฟฟ้าชอร์ตเสียชีวิต ขณะที่กำลังเล่นชิงช้าอยู่ใต้ถุนบ้าน เมื่อช่วงเช้าของวันที่ 12 ส.ค. ซึ่งเป็นวันแม่แห่งชาติ ท่ามกลางบรรยากาศที่เศร้าสลด โดยมีการนิมนต์พระสงฆ์มาสวดพระอภิธรรมศพเป็นวันแรก 

 จากนั้น นายบุญเพิ่ม ซึ่งเป็นพ่อของน้องน้ำ ได้อุ้มศพของน้องน้ำนำไปวางลงในโลงศพสีขาวที่เตรียมไว้ ขณะที่นางมณีรัตน์ แม่ของน้องน้ำ ได้ร่ำไห้ตลอดเวลา และได้นำเอาของเล่น  รวมทั้งนำหมวกที่น้องน้ำชอบมาสวมใส่บนศีรษะให้กับศพของน้องน้ำ แล้วนำโลงศพของน้องน้ำนำไปบรรจุในโลงเย็นไว้ เพื่อประกอบพิธีทางศาสนา โดยมี นายเอกอมร มะโนรัตน์  นายกเทศมนตรีตำบลหนองใหญ่ มาช่วยอำนวยความสะดวกดูแลการสวดพระอภิธรรมศพอย่างเต็มที่

 นางมณีรัตน์ แม่ของน้องน้ำ เล่าด้วยน้ำเสียงสะอึกสะอื้นด้วยความเศร้าโศกเสียใจอย่างมากว่า เหตุเกิดเมื่อช่วงเวลาประมาณ 09.45 น. ของเช้าวันที่ 12 ส.ค. ขณะที่ตนกำลังเข้าไปซักผ้าและล้างอ่างอาบน้ำภายในห้องน้ำ ตนได้ให้น้องนุ่น เล่นเป็นเพื่อนอยู่กับน้องน้ำ โดยพากันนั่งเล่นชิงช้าอยู่ใต้ถุนบ้าน ซึ่งชิงช้าจะมีเหล็กโยงอยู่กับคานใต้ถุนบ้าน  และมีเชือกให้ดึงเพื่อให้ชิงช้าโล้ไปมา จากนั้น ประมาณ 5 นาที ตนได้ยินเสียงน้องนุ่นร้องตะโกนบอกว่า ไม่รู้ว่าน้องน้ำเป็นอะไร ตัวอ่อนพับอยู่กับชิงช้า และเมื่อตนวิ่งออกมาดู ก็เห็นน้องนุ่นกอดน้องน้ำอยู่ในอ้อมกอด ตนจึงได้รีบอุ้มเอาน้องน้ำส่งไปที่ ร.พ.เมืองจันทร์ ซึ่งขณะนั้นน้องน้ำยังมีชีวิตอยู่ และแพทย์ได้พยายามช่วยชีวิตน้องน้ำอย่างเต็มที่ แต่ว่าน้องน้ำก็เสียชีวิตในเวลาต่อมา ทำให้ตนเสียใจมาก เพราะมีลูกชายเพียงคนเดียว แต่ว่าลูกชายของตนต้องมาเสียชีวิตในวันนี้วันแม่

 นายบุญเพิ่ม พ่อของน้องน้ำ กล่าวด้วยเสียงที่เศร้าโศกอย่างหนักเช่นกันว่า ตนและภรรยาไปทำงานทำไส้กรอกส่งตามร้านสะดวกซื้อทั่วประเทศ โดยปล่อยให้ลูกทั้งสองคน คือ น้องนุ่นและน้องน้ำอยู่กับนางปริศนา ซึ่งเป็นป้าของตนและได้เลี้ยงดูลูกของตนอย่างดี แต่ต่อมาป้าของตนป่วยต้องเข้ารักษาตัวที่ ร.พ.เมืองจันทร์ ตนจึงได้ให้นางมณีรัตน์กลับมาดูแลลูก ตั้งแต่วันจันทร์ที่ 4 ส.ค. ที่ผ่านมา อีกทั้งจะได้อยู่กับลูกในช่วงวันแม่ปีนี้อีกด้วย แต่ตนไม่คิดว่า ลูกชายจะต้องมาโดนไฟฟ้าชอร์ตเสียชีวิต  ทำให้ตนเสียใจมาก เพราะว่าตนและภรรยามีลูกชายเพียงคนเดียวเท่านั้น ซึ่งตนจะทำพิธีฌาปนกิจศพน้องน้ำ ในวันเสาร์ที่ 16 ส.ค. ที่วัดหนองดุม ต.หนองใหญ่ อ.เมืองจันทร์ จ.ศรีสะเกษ

 นายเอกอมร มะโนรัตน์ นายกเทศมนตรีตำบลหนองใหญ่ กล่าวว่า จากการที่ตนได้ตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ ร่วมกับญาติพี่น้องของผู้เสียชีวิตแล้ว ทราบว่า ชิงช้าตัวนี้ปู่ของน้องน้ำทำขึ้นมาเพื่อให้หลานทั้งสองคนเล่น ติดตั้งไว้ใต้ถุนบ้าน แต่ว่าบริเวณคานใต้ถุนบ้าน ซึ่งเป็นที่นำเอาเหล็กเส้นมาโยงดึงกับชิงช้าเอาไว้ ได้มีการเดินสายไฟฟ้าเอาไว้ และสายไฟฟ้าเก่ามาก  อีกทั้งมีร่องรอยของการตัดต่อสายไฟฟ้าเอาไว้
 
 เมื่อน้องน้ำมาเล่นชิงช้า ทำให้สายไฟฟ้าที่เก่าขาด ส่งผลให้กระแสไฟฟ้าได้รั่วลงมาตามเหล็กเส้นที่มือของน้องน้ำจับอยู่ ขณะที่โล้ชิงช้าเล่น ทำให้น้องน้ำถูกไฟชอร์ตเสียชีวิตดังกล่าว   ซึ่งจากข้อมูลที่ผ่านมาพบว่า ในเขต ต.หนองใหญ่ มีผู้เสียชีวิตเพราะถูกไฟฟ้าชอร์ตเสียชีวิต ตั้งแต่ปี  2547  เป็นต้นมา รวมกับน้องน้ำแล้ว  มีจำนวนทั้งสิ้น 3 รายด้วยกัน ซึ่งตนได้เร่งรณรงค์ให้ประชาชนชาว ต.หนองใหญ่ ติดตั้งเครื่องตัดไฟอัตโนมัติ เมื่อเวลาไฟรั่วหรือไฟชอร์ต เพื่อเป็นการรักษาชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนชาว ต.หนองใหญ่ ซึ่งขณะนี้มีการติดตั้งไปแล้วหลายหมู่บ้านด้วยกัน สำหรับศพของน้องน้ำ ตนได้ใช้เงินส่วนตัว จำนวน  5,000  บาท ช่วยงานศพเป็นการเบื้องต้น และจะได้ดูแลช่วยงานศพของน้องน้ำทุกวัน จนกว่างานศพจะแล้วเสร็จ เพื่อเป็นการให้ความช่วยเหลือครอบครัวของน้องน้ำ  ซึ่งเป็นชาว  ต.หนองใหญ่  อย่างเต็มที่