ผู้เขียน หัวข้อ: 2557 ปีสยองขวัญ ของผู้โดยสารเครื่องบิน  (อ่าน 412 ครั้ง)

ออฟไลน์ webmaster

  • Administrator
  • medtech ปี เอก
  • *****
  • กระทู้: 3951
    • อีเมล์
2557 ปีสยองขวัญ ของผู้โดยสารเครื่องบิน
« เมื่อ: ธันวาคม 29, 2014, 08:04:49 am »


ปี พ.ศ. 2557 ที่กำลังจะผ่านพ้นไป เป็นอีกปีหนึ่งที่สถิติอุบัติเหตุทางอากาศร้ายแรง ที่เกิดกับเครื่องบินโดยสารพาณิชย์ ถือว่าอยู่ในระดับต่ำ โดยนับตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. จนถึงวันที่เขียนอยู่นี้ มีทั้งหมด 7 ครั้ง จำนวนผู้เสียชีวิต 762 ศพ

จากข้อมูลของ เอวิเอชั่น เซฟตี เน็ตเวิร์ค (เอเอสเอ็น) องค์กรจับตาตรวจสอบการบินของอากาศยานทั่วโลกแห่งเนเธอร์ แลนด์ ปีที่แล้ว 2556 เป็นปีที่ปลอดภัยที่สุดของวงการการบินพาณิชย์นับตั้งแต่ปี 2488 โดยเกิดเหตุร้ายแรงกับเครื่องบินโดยสาร 15 ครั้ง มีผู้เสียชีวิต 224 ศพ แสดงว่าสถิติวัดจากตัวเลขความสูญเสียต่อชีวิตเป็นหลัก

ตัวเลขเฉลี่ยในช่วง 10 ปีล่าสุดของอุบัติเหตุเครื่องบินโดยสาร อยู่ที่ปีละ 32 ครั้ง ผู้เสียชีวิต 672 ศพ แสดงให้เห็นถึงพัฒนาการในทางบวกอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าในด้านเทคโนโลยีการบิน การรักษาความปลอดภัย และอื่น ๆ

ปีนี้แม้ตัวเลขค่อนข้างต่ำ ทั้งจำนวนครั้งและผู้เสียชีวิต แต่ถือเป็นปีที่เหตุการณ์รุนแรง เสียวสยอง และน่าพิศวงงงงวยที่สุดในรอบหลายสิปปีเลยทีเดียว โดยเฉพาะกรณีที่เกิดขึ้นกับสายการบินมาเลเซีย แอร์ไลน์ส 2 เที่ยวบิน ซึ่งทำให้คนที่ไม่เคยกลัว หรือกล้า ๆ กลัว ๆ การเดินทางโดยเครื่องบิน ต้องเปลี่ยนความคิด และหลายคนที่กลัวอยู่แล้ว ยิ่งหวาดผวาหนักขึ้นไปอีก

โศกนาฏกรรม 2 เหตุการณ์ ที่เกิดกับมาเลเซีย แอร์ไลน์ส สร้างความตกตะลึงปนสนเท่ห์แก่ผู้คนทั้งโลก ที่ได้ชมภาพข่าวจากการรายงานทางทีวี หรืออินเทอร์เน็ต ความลึกลับยังเป็นที่โจษขานกันจนถึงปัจจุบัน ขณะเดียวกันก็สร้างความวิตกต่อบรรดาผู้ที่มีความจำเป็นต้องเดินทางโดยเครื่องบินบ่อยครั้ง จากข้อความจริงที่ว่า เครื่องบินโดยสารที่ใช้บริการอาจถูกยิงตก หรือหายสาบสูญอย่างไร้ร่องรอยได้ทุกเมื่อ

อุบัติภัยของการบินพลเรือนในปี 2557 ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทั่วโลก เกิดการตื่นตัวครั้งใหญ่และเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี ในการทบทวนระบบการป้องกันล่วงหน้า และทำให้กลุ่มคนที่กลัวความสูง กลัวการเดินทางโดยเครื่องบิน มีเหตุผลใหม่ที่จะต้องอกสั่นขวัญแขวน เมื่อเครื่องบินเริ่มออกเดินทาง

มารี เลอแฟบวร์ นักธุรกิจหญิงชาวแคนาดา อยู่ที่กรุงเทพฯ กล่าวว่า ปกติแล้วเธอไม่ชอบการเดินทางโดยเครื่องบิน และตอนนี้ยิ่งไม่ชอบหนักขึ้นไปอีก หลังเกิดเหตุการณ์น่าตกใจหลายครั้งในปีนี้ “เมื่ออยู่บนเครื่อง มันมีความรู้สึกเหมือนสิ้นหวัง ไม่มีสิ่งใดสามารถช่วยเหลือได้” เลอแฟบวร์ กล่าว

ตัวอย่างแรกคือ การหายสาบสูญไปอย่างน่าพิศวงอย่างที่สุด ของเครื่องบินโบอิ้ง 777 สายการบินมาเลเซีย แอร์ไลน์ส เที่ยวบิน เอ็มเอช 370 บรรทุกผู้โดยสาร 227 คนจาก 15 ประเทศ และลูกเรือชาวมาเลเซีย 12 คน รวม 239 ชีวิต ออกเดินทางจากสนามบินกรุงกัวลาลัมเปอร์ มาเลเซีย มุ่งหน้าสู่กรุงปักกิ่ง เมืองหลวงของจีน เมื่อวันที่ 8 มี.ค. แต่เครื่องบินหายไปหลังออกเดินทางได้ไม่นาน และระบบเรดาร์ติดตามตรวจสอบพบว่า เครื่องบินบินออกนอกเส้นทาง และระบบการสื่อสารบนเครื่องถูกจงใจปิด

การค้นหาแบบปูพรมยังดำเนินอยู่จนถึงขณะนี้ ในพื้นที่ที่คาดว่า เอ็มเอช 370 จะตก นั่นคือ แถบตอนใต้ของมหาสมุทรอินเดีย แต่ก็ยังไม่พบร่องรอยใด ๆ กรณีนี้หากเครื่องตก ไม่ว่าจะเป็นการระเบิดกลางอากาศแล้วร่วงลง หรือเครื่องตกกระแทกพื้นทะเล อย่างน้อยต้องมีร่องรอยให้เห็น เช่น เศษซากชิ้นส่วนเครื่องบิน หรือสิ่งต่าง ๆ ในเครื่อง ลอยบนผิวน้ำทะเลให้เห็น รวมทั้งคราบน้ำมันเชื้อเพลิงในเครื่อง แต่นี่ไม่มีแม้แต่นิด

เลยทำให้เกิดทฤษฎีคาดเดากันมาก มาย ส่วนใหญ่จะหนักไปในทางก่อการร้าย เครื่องบินถูกสลัดอากาศจี้ หรือนักบินก่อการเอง นำเครื่องบินไปลงในที่ลับแห่งใดแห่งหนึ่ง แต่กรณีนี้ก็แทบเป็นไปไม่ได้ เพราะศูนย์เรดาร์ที่อยู่รอบทิศทางหลายชั้น จากจุดสุดท้ายที่เรดาร์ตรวจจับพิกัดตำแหน่งของ เอ็มเอช 370 ได้เหนือทะเลอันดามัน ไม่มีที่ใดตรวจจับสัญญาณได้แม้แต่แห่งเดียว

เอ็มเอช 370 เลยกลายเป็นอีกหนึ่งปริศนาลึกลับดำมืดที่สุด ในประวัติศาสตร์ของวงการบินพลเรือนโลก และทำให้ใครต่อใครนึกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับ อเมเลีย แอร์ฮาร์ต นักบินหญิงยุคแรก ๆ ของสหรัฐ ที่ทำสถิติบินเดี่ยวข้ามมหาสมุทรแอตแลนติก ได้สำเร็จเป็นสตรีคนแรกของโลกเมื่อปี พ.ศ. 2475 (เธอเกิด 24 ก.ค. 2440) นอกจากนั้นยังทำสถิติเกี่ยวกับการบินอีกเป็นจำนวนมาก เขียนหนังสือขายดีหลายเล่มเกี่ยวกับประสบการณ์การบิน

แอร์ฮาร์ตหายสาบสูญอย่างไร้ร่องรอยและลึกลับ ขณะพยายามทำสถิติบินเดี่ยวรอบโลก ด้วยเครื่องบินล็อคฮีด 10 อีเลคตรา ขณะบินอยู่แถบตอนกลางของมหาสมุทรแปซิฟิก ใกล้ถึงเกาะฮาวแลนด์ เมื่อวันที่ 2 ก.ค. 2480 อีกไม่กี่วันก็จะอายุครบ 40 ปี การค้นหาเธอและเครื่องบินกระทำอยู่หลายปี ไม่พบร่องรอยใด ๆ แม้แต่นิด กลายเป็นปริศนาดำมืดให้คาดเดากันไปต่าง ๆ นานา จนถึงปัจจุบัน

การหายสาบสูญแบบผู้คนสงสัยกันทั้งโลกของ เอ็มเอช 370 ท้าทายความนึกคิดสมัยใหม่ ที่ว่าเทคโนโลยีล้ำยุคของการบินสมัยใหม่ มีระบบการติดตามตรวจสอบการบินอย่างถี่ถ้วน แต่ความจริงไม่ได้เป็นเช่นนั้น

หน่วยงานด้านการบินพลเรือนระหว่างประเทศ เตรียมประกาศมาตรฐานใหม่ในเร็ว ๆ นี้ เกี่ยวกับการติดตามตรวจสอบเที่ยวบินโดยสารทั่วโลก มาตรการต่างๆ จะรวมถึง การรายงานจุดตำแหน่งของเครื่องบินแต่ละลำ “ทุกนาที” ที่เครื่องบินออกนอกเส้นทางโดยไม่ได้กำหนดล่วงหน้า หรือโดยไม่คาดฝัน และอาจจะทุก 15 นาที ระหว่างไปตามเส้นทางบินปกติ จากปัจจุบันที่ต้องรายงานหอควบคุมการบินทุก “ครึ่งชั่วโมง”

เรย์มอนด์ เบนจามิน ประธานองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ หรือ ไอซีเอโอ (International Civil Aviation Organization : ICAO) บอกว่า หลายฝ่ายแปลกใจมาก หลังมีการเผยข้อเท็จจริงว่า เอ็มเอช 370 ไม่ได้มีการติดตามตรวจสอบอย่างต่อเนื่องระหว่างการบิน

ตอนนี้ทุกฝ่ายในวงการบินพลเรือนเห็นพ้องเป็นเอกฉันท์ ในการพัฒนาระบบติดตามตรวจสอบ ทุกเที่ยวบินทั่วโลก และก่อตั้งหน่วยค้นหาและกู้ภัย เพื่อรับมือเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นซ้ำรอย เอ็มเอช 370

ไอซีเอโอ กำลังพิจารณาออกคำสั่งห้าม เครื่องบินโดยสารบินผ่านน่านฟ้าเหนือพื้นที่ที่มีการสู้รบ ซึ่งมีความเสี่ยงต่ออันตรายสูง เนื่องจากปัจจุบันยังมีสายการบินจำนวนมาก ยังบินผ่านหลายประเทศที่มีการสู้รบ เช่น อัฟกานิสถาน อิรัก ซีเรีย และหลายประเทศในแอฟริกา

มาตรการต่าง ๆ จะถูกนำเสนอต่อที่ประชุมใหญ่ประจำปีของ ไอซีเอโอ ที่สำนักงานใหญ่ขององค์กร ในเมืองมอนทรีออล แคนาดา ช่วงต้นเดือน ก.พ. ปีหน้า

คาดกันว่า ไม่น่าจะมีความเปลี่ยนแปลง หรือเปลี่ยนเพียงเล็กน้อย ในประเด็นการควบคุมการก่อการร้ายของตัวกัปตันเครื่องบินเอง หรือการป้องกันสลัดอากาศทำลายระบบการติดต่อสื่อสารบนเครื่อง เหมือนที่เคยเกิดขึ้นในเหตุการณ์ อัล-กออิดะห์ จี้เครื่องบินก่อวินาศกรรมสหรัฐ ในเหตุการณ์ 9/11

เช่นเดียวกับการติดตั้งวิดีโอ จับตาตรวจภายในห้องนักบิน ซึ่งเป็นไปไม่ได้ด้วยเหตุผลทางเทคนิค

ตามทรรศนะของ เดวิด เลียร์เมาท์ บรรณาธิการแผนกความปลอดภัยของนิตยสาร ไฟลท์โกลบอล กล่าวว่า หลังการประชุมของ ไอซีเอโอ ในเดือน ก.พ. คงไม่มีความเปลี่ยนแปลงโดดเด่นให้เห็น เพราะบุคคลในแวดวงการบินต่างเชื่อมั่นในสถิติ ที่ระบุว่า การบินโดยสารพลเรือนทุกวันนี้ปลอดภัยมากขึ้นเรื่อยๆ

แต่ ทอม บันน์ ผู้จัดการบริษัทที่ปรึกษาเกี่ยวกับความกลัวในการเดินทางโดยเครื่องบิน เอสโอเออาร์ แห่งสหรัฐ มีความเห็นตรงกันข้าม เหตุการณ์เลวร้ายและลึกลับดำมืด ที่เกิดกับมาเลเซีย แอร์ไลน์ส ส่งผลกระทบทางจิตวิทยาของผู้โดยสารจำนวนมาก หากไอซีเอโอ ไม่มีมาตรการใหม่ ที่สามารถสร้างความเชื่อมั่นออกมา จำนวนผู้โดยสารจะลดลง ส่งผลกระทบต่ออุตสหกรรมการบินพลเรือนในระยะยาว

จากความลึกลับมาถึงเรื่องเขย่าขวัญ อันดับ 1 ของปีก็ มาเลเซีย แอร์ไลน์ส อีกเช่นกัน เมื่อวันที่ 17 ก.ค. เที่ยวบิน เอ็มเอช 17 บรรทุกผู้โดยสาร 283 คน จาก 10 ประเทศ และลูกเรือ 15 คน ออกเดินทางจากกรุงอัมสเตอร์ดัม เนเธอร์แลนด์ มุ่งหน้าสู่กรุงกัวลาลัมเปอร์ แต่ขณะบินผ่านเหนือน่านฟ้าทางภาคตะวันออกของประเทศยูเครน ไม่ไกลจากชายแดนด้านติดรัสเซีย เครื่องบินระเบิดกลางอากาศ และร่วงกระจายตกลงพื้น ทำให้ผู้ที่อยู่บนเครื่อง 298 คนเสียชีวิตทั้งหมด

ทั้ง เอ็มเอช 370 และ เอ็มเอช 17 เป็นเครื่องบินรุ่นเดียวกัน คือ โบอิ้ง 777-200 อีอาร์

การสอบสวนของหลายหน่วยงานบ่งชี้ตรงกันว่า เอ็มเอช 17 ถูกยิงตกโดยจรวดแรงดันสูง หน่วยข่าวกรองของเยอรมนีชี้ว่า เป็นฝีมือของกลุ่มกบฏแบ่งแยกดินแดนภาคตะวันออกของยูเครน ที่มีรัฐบาลรัสเซียหนุนหลัง เท็จจริงอย่างไรต้องรอการประกาศผลการสอบสวนอย่างเป็นทางการ ของทางการเนเธอร์แลนด์และมาเลเซีย ที่เป็นเจ้าทุกข์โดยตรง ซึ่งจนถึงขณะนี้ตรวจพิสูจน์หลักฐานยังไม่แล้วเสร็จ

กรณีของ เอ็มเอช 17 ถูกนำไปเปรียบเทียบกับ 2 เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับสายการบินโคเรียน แอร์ไลน์ส ของเกาหลีใต้ ซึ่งถูกเครื่องบินรบโซเวียตยิงตก ในเวลาห่างกัน 5 ปีเศษ ๆ เหตุเกิดในช่วงที่สงครามเย็นกำลังคุกรุ่น ความตึงเครียดระหว่างกลุ่มชาติตะวันตกและพันธมิตร กับฝ่ายสหภาพโซเวียต

โดยครั้งแรก โคเรียน แอร์ไลน์ส เที่ยวบิน เคเอแอล 902 บรรทุกผู้โดยสาร 97 คน ลูกเรือ 12 คน เดินทางจากสนามบินออร์ลีย์ ชานกรุงปารีส ฝรั่งเศส ไปยังสนามบินกิมโป กรุงโซล เกาหลีใต้ เมื่อวันที่ 20 เม.ย. 2521 ถูกเครื่องบินรบ ซู - 15 ของกองทัพโซเวียตยิง กระสุนถูกปีกซ้ายของเครื่อง กัปตันนำเครื่องลงจอดฉุกเฉินในทะเลสาบเขตเมืองมูร์มานสก์ ใกล้เขตแดนฟินแลนด์ มีผู้เสียชีวิต 2 ศพ ส่วนอีก 107 คนรอดตาย

อีกเหตุการณ์ เมื่อวันที่ 1 ก.ย. 2526 เที่ยวบิน เคเแอล 007 มีผู้โดยสาร 245 คน ลูกเรือ 23 คน เดินทางจากสนามบินจอห์น เอฟ เคนเนดี นครนิวยอร์ก สหรัฐ ไปยังสนามบินกิมโปชานกรุงโซลเช่นกัน ถูกเครื่องบินรบ ซู -15ของโซเวียต ยิงตกลงในทะเลญี่ปุ่น ใกล้เกาะโมเนรอน ผู้ที่อยู่บนเครื่องเสียชีวิตหมดทั้ง 269 คน เหตุการณ์นี้กลายเป็นข่าวใหญ่ข่าวดังไปทั่วโลกหลายเดือนในช่วงนั้น

ทั้ง 2 เหตุการณ์ทางการโซเวียตอ้างว่า เครื่องบินโดยสารของเกาหลีใต้ล่วงล้ำน่านฟ้าของตน และกัปตันไม่ตอบสนองต่อคำเตือนซ้ำหลายครั้งของศูนย์ป้องกันภัยทางอากาศของโซเวียต ทำให้เข้าใจได้ว่าจงใจล้ำ ซึ่งอาจเป็นการล้ำแดนเพื่อสอดแนมให้กับสหรัฐ ซึ่งช่วงนั้นเครื่องบินสอด แนมสหรัฐบินป้วนเปี้ยนอยู่แถวขอบน่านฟ้าของรัสเซียเป็นประจำ

โศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้นกับ เคเอแอล 007 และ เอ็มเอช 17 ถือเป็นอุบัติภัยร้ายแรงสุดที่เกิดขึ้นกับเที่ยวบินโดยสารพลเรือน ในประวัติศาสตร์ยุคใหม่ อันเป็นผลสืบเนื่องจากความขัดแย้งทางการเมือง ซึ่งกรณีนี้คงต้องรวมเหตุการณ์ 9/11 กลุ่มก่อการร้ายบุกถล่มโจมตีสหรัฐอเมริกาถึงถิ่น เมื่อวันที่ 11 ก.ย. 2544 ที่สะเทือนขวัญชาวโลกมากที่สุดเอาไว้ด้วย

เหตุการณ์ 9/11 สมาชิกกลุ่ม อัล-กออิดะห์ แยกย้ายกันจี้เครื่องบินโดยสารของสหรัฐ 4 ลำ โดย 2 ลำแรกพุ่งชนตึกแฝดเวิลด์เทรด เซ็นเตอร์ ในนครนิวยอร์ก ลำที่ 2 ชนตึกเพนตากอน กระทรวงกลาโหม ในรัฐเวอร์จิเนีย ส่วนลำสุดท้ายผู้โดยสารฮึดสู้ ทำให้เครื่องบินตกลงกลางทุ่ง ในเขตรัฐเพนซิลเวเนีย สรุปรวมผู้เสียชีวิต 2,996 ราย

เอ็มเอช 17 กระตุ้นให้เกิดการตื่นตัวครั้งใหญ่ ในแวดวงการบินโดยสารพลเรือน เกี่ยวกับการปรับเปลี่ยนเส้นทางบิน เลี่ยงน่านฟ้าเหนือพื้นที่ขัดแย้ง ที่มีอยู่มากมายเกือบทุกภูมิภาคทั่วโลก ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อไปอีกหลายทอด เพราะค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นจากการบินอ้อม ระยะทางไกลมากกว่าเดิม

ถัดจากโศกนาฏกรรม เอ็มเอช 17 ไม่ถึงสัปดาห์ เย็นวันที่ 23 ก.ค. เครื่องบินโดยสารแบบ เอทีอาร์ -72 สายการบินทรานส์เอเชีย แอร์เวย์ ของไต้หวัน ตกขณะพยายามลงจอดฉุกเฉิน ที่สนามบินหม่ากง บนเกาะเผิงหูในช่องแคบไต้หวัน หลังเผชิญกับพายุไต้ฝุ่นมัตโม มีผู้เสียชีวิต 48 ศพ บาดเจ็บ 10 คน

ต่อมาแค่วันเดียว 24 ก.ค. เครื่องบินโดยสารแบบแม็คโดนัลด์ ดักลาส เอ็มดี - 83 สายการบิน แอร์ อัลเจรี และแอลจีเรีย เที่ยวบิน เอเอช 5017 บรรทุกผู้โดยสารนานาชาติ 110 คน ลูกเรือ 6 คน ออกเดินทางจากสนามบินกรุงวากาดูกู เมืองหลวงบูร์กินาฟาโซ มุ่งหน้าสู่ปลายทางกรุงแอลเจียร์ เมืองหลวงแอลจีเรีย แต่เครื่องตกหลังบินขึ้นฟ้าได้ประมาณ 50 นาที ในเขตเมืองกอสซี ประเทศมาลี ผู้ที่อยู่บนเครื่องเสียชีวิตหมดทั้ง 116 คน

ผลการสอบสวนหาสาเหตุ เอเอช 5017 ตก เบื้องต้นยังไม่สามารถระบุได้แน่ชัด เนื่องจากกล่องดำที่พบในจุดเครื่องบินตก ระบบบันทึกเสียงเสียหายจนไม่สามารถถอดความได้ ทางการมาลีและฝรั่งเศสรับสอบสวนต่อ แต่เหตุการณ์นี้ชาวบ้านในพื้นที่ที่เห็นเหตุการณ์หลายคนเผยว่า เห็นเครื่องบินร่วงลงจากฟ้าในสภาพสมบูรณ์ จนกระทั่งตกกระแทกพื้นจนแหลกละเอียด

กลุ่มผู้เชี่ยวชาญในวงการบินกล่าวว่า จากสถิติอุบัติเหตุร้ายแรงในรอบปี 2557 ที่อยู่ในระดับต่ำ เป็นอีกสิ่งยืนยันถึงแนวโน้มในระยะยาวว่า ความปลอดภัยในการเดินทางโดยเครื่องบินโดยสาร ได้รับการพัฒนาปรับปรุงดีขึ้นเรื่อย ๆ

และจากข้อมูลของ เอเอสเอ็น ความสูญเสียของการบินโดยสารทั่วโลกในรอบปีนี้ “เล็กน้อยมาก” หากเทียบกับจำนวนเที่ยวบินหลายล้านเที่ยว และผู้เดินทางหลายพันล้านคนในแต่ละปี

แกร์รี โซจาตมาน นักวิเคราะห์ของบริษัทที่ปรึกษาด้านการบิน ในกรุงจาการ์ตา อินโดนีเซีย กล่าวว่า ปัจจุบันระบบการบินโดยสารพลเรือนมีความปลอดภัยสูงมาก อุบัติเหตุแต่ละครั้งที่เกิดขึ้นมีแนวโน้มไปในทางลึกลับ และน่าตื่นเต้นตกใจ เพราะมันจะเกิดขึ้นเฉพาะในสถานการณ์ที่หาได้ยากมาก

นั่นคือสาเหตุที่ปีนี้เหตุเกิดน้อย แต่ส่งผลกระทบต่อความรู้สึกมาก และในวงกว้าง ตัวเลขผู้เสียชีวิตในปีนี้ 762 คน สูงสุดในรอบ 4 ปี หากยกเว้นปี 2556 ซึ่งอยู่ที่ 224 คน ต่ำเป็นสถิติ แต่ปีนี้หากไม่รวม 2 เหตุการณ์ของมาเลเซีย แอร์ไลน์ส ที่ถือเป็นเหตุที่เกิดได้ยาก แบบชั่วอายุคนจะได้เห็นสักครั้ง ตัวเลขผู้เสียชีวิตก็จะมีเพียงแค่ 225 คน

และ 2 เหตุการณ์สยองขวัญของมาเลเซีย แอร์ไลน์ส ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการจราจรทางอากาศแต่อย่างใด เห็นได้จากข้อมูลของ ไออาตา หรือ สมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (International Air Transport Association : IATA) ซึ่งระบุว่า จำนวนผู้โดยสารเครื่องบินทั่วโลก ระหว่างเดือน ม.ค.-ต.ค. ปีนี้ เพิ่มขึ้น 5.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว และคาดว่าปีหน้าจะเพิ่มขึ้นอีก

แม้ว่าหลังเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับ 2 เที่ยวบินของโคเรียน แอร์ไลน์ส รวมทั้ง 9/11 และ 2 เที่ยวบินของมาเลเซีย แอร์ไลน์สจะทำให้ผู้โดยสารที่เคยกลัวการเดินทางโดยเครื่องบินอยู่แล้ว ตัดสินใจเลิกการเดินทางด้วยวิธีนี้เด็ดขาด แต่เป็นส่วนน้อย และน้อยมากเมื่อเทียบกับผู้ที่มีความจำเป็นต้องเดินทางทางอากาศ เพื่อติดต่อธุรกิจ ราชการ ท่องเที่ยวและอื่น ๆ ซึ่งมีใหม่และเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ตามกระแสโลกาภิวัตน์.