ผู้เขียน หัวข้อ: เข้าใจความต่าง‘นักท่องเที่ยวจีน ลดขัดแย้งวัฒนธรรมท้องถิ่น  (อ่าน 365 ครั้ง)

ออฟไลน์ webmaster

  • Administrator
  • medtech ปี เอก
  • *****
  • กระทู้: 3951
    • อีเมล์


เข้าใจความต่าง‘นักท่องเที่ยวจีน’
ลดขัดแย้งวัฒนธรรมท้องถิ่น...หัวหน้าทัวร์

การขยายตัวของนักท่องเที่ยวจีนที่เข้ามาในประเทศไทย ส่วนหนึ่งเพิ่มรายได้ แต่อีกส่วนหนึ่งมีผลกระทบด้านความแตกต่างทางวัฒนธรรม ถ้ามองการจัดการปัญหานี้ ดูเหมือนยังไม่มีระบบที่เป็นมาตรฐานเท่าที่ควร!

รศ.สยาม ดำปรีดา คณบดีคณะศิลปศาสตร์ ม.เทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี มองจุดเด่นของทัวร์จีนที่เข้ามาในไทยมาก คือ มีช่วงเทศกาลเหมือนของไทย เช่น เช็งเม้ง ไหว้พระจันทร์ ตรุษจีน สิ่งที่ดึงดูดให้คนจีนเข้ามาเที่ยวมาก เนื่องจากวัฒนธรรมคล้าย ๆ กันอย่างการพูดในบางท้องที่ของไทยพูดจีนได้ หรือการละเล่นต่าง ๆ ที่เหมือนกัน เช่น เชิดสิงโต

อาหารเป็นจุดเด่นที่ไทยคล้ายกับจีน ทำให้นักท่องเที่ยวนิยมเข้ามาเที่ยวมาก ตามข้อมูลพบว่า มีนักท่องเที่ยวจีนเข้ามาไทยปีละไม่ต่ำกว่า สามล้านคนต่อปี สิ่งที่ถือเป็นข้อดีของทัวร์จีนคือ ไม่มีหน้าไฮซีซั่นหรือโลว์ซีซั่น โดยคนจีนเที่ยวได้ตลอดปี ทำให้มีนักท่องเที่ยวเข้ามาไม่ขาด
โดยพื้นฐานคนจีนจะเสียงดัง การทานอาหาร เรื่องเรอ ถือเป็นเรื่องธรรมดาของเขา นี่ถือเป็นพฤติกรรมที่คนไทยไม่ค่อยเห็นด้วย ที่ผ่านมาเมื่อนักท่องเที่ยวเหล่านี้เข้ามามากอาจเกิดปัญหา เช่น ในมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ที่อาหารในโรงอาหารนักศึกษาแทบจะทานไม่ทัน เพราะทัวร์ที่เข้ามาแวะกินอาหารในมหาวิทยาลัย หรือการจราจรที่มีปัญหาในการที่นักท่องเที่ยวขับมอเตอร์ไซค์ไปเที่ยวกันเอง บางครั้งนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้เลี้ยวซ้าย–เลี้ยวขวา โดยไม่กลัว ทำให้คนท้องถิ่น โดยเฉพาะคนชราที่ข้ามถนนต้องระวังมากขึ้น

สิ่งเหล่านี้น่าจะแก้ไขหากมีการจัดการเรื่องไกด์ที่ดี เพราะด้วยความที่ทัวร์จีนเข้ามามาก แต่ไกด์ไทยบางส่วนที่ดูแลเป็นไกด์ผี ไม่มีบทบาทในการจัดทัวร์ ซึ่งทัวร์เหล่านั้นจ้างไกด์ไทยไว้เพียงบังหน้า แต่จะให้ไกด์ที่เป็นคนในชาติเขานำทัวร์ บางครั้งคนเหล่านั้นไม่ได้รู้ลึกเกี่ยวกับธรรมเนียมประเพณีของไทย ทำให้ไม่มีใครเตือนนักท่องเที่ยวในพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม

“ไกด์ผีถือเป็นปัญหาอย่างมาก ด้วยความที่ไกด์ต่างชาติเหล่านั้นไม่รู้จริง เมื่อลงไปตามแหล่งท่องเที่ยวก็บรรยายนิดหน่อยแล้วก็ไป ทำให้นักท่องเที่ยวเหล่านั้นไม่เข้าใจความแตกต่าง หรือแสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสมตามแหล่งท่องเที่ยว”

บางครั้งคนจีนถ้าพูดกับเขาดี ๆ ก็รับฟังอย่างนักศึกษาจีนที่มาเรียนในไทย พอสอนว่าให้พูดเบา ๆ ไม่ต้องโวยวายเขาค่อย ๆ ฝึกและเรียนรู้ เพราะคนจีนถือเป็นประเทศที่มีระเบียบวินัย ด้วยระบบประเทศเขามีการแข่งขันที่สูง อย่างเด็กจีนมาเรียนในไทยมีวิชาเรียน 9 โมงเช้า เขาต้องตื่นตั้งแต่ 6 โมงเช้า เนื่องจากถ้าอยู่ประเทศเขามีการแข่งขันที่สูง แต่นักศึกษาบางคนอยู่ไปเริ่มชินในแบบวัฒนธรรมไทยที่เริ่มตื่นสายขึ้น

คนที่ค้าขาย ถ้าหากเจอทัวร์จีนสิ่งสำคัญคือ เราต้องเข้าใจในความแตกต่าง แล้วค่อย ๆ ปรับเข้าหาเขา เพราะเรามีอาชีพค้าขาย จะให้เขาปรับมาหาเราก็ไม่ได้ด้วยเรามีอาชีพบริการ แต่ถ้าเราเข้าใจความแตกต่างแล้วปัญหาเหล่านี้จะดีขึ้น ซึ่งเราสามารถดึงเงินเข้าประเทศได้อย่างมาก

จริง ๆ การมีไกด์บุ๊กให้นักท่องเที่ยวได้เข้าใจถึงการประพฤติตนในแต่ละแหล่งท่องเที่ยวก็สำคัญ อย่างที่จีนมีอยู่ช่วงหนึ่งทำออกมาว่า ถ้าไปเที่ยวในประเทศไหนควรทำอย่างไร เช่น เข้าไปในวัดอย่าส่งเสียงดัง หรือขากเสลดไปทั่ว

บางครั้งด้วยความที่เราเป็นเจ้าบ้าน บางอย่างที่เขาทำไม่เหมาะสมเราสามารถเข้าไปบอกกับนักท่องเที่ยวเหล่านั้นดี ๆ ได้ เพราะเขาพร้อมรับฟัง เช่น บางวัดนักท่องเที่ยวใส่กางเกงขาสั้นมาไม่เหมาะสม สามารถบอกเขาได้ให้ใส่กระโปรงที่เตรียมไว้ทับ

ป้ายภาษาจีนตามแหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ ควรมีเพราะนักท่องเที่ยวเหล่านี้ถือเป็นกลุ่มใหญ่ที่เข้ามา ที่ผ่านมาผู้ที่ดูแลแหล่งท่องเที่ยวส่วนใหญ่ให้ความสำคัญกับป้ายภาษาไทยกับภาษาอังกฤษ จริง ๆ แล้ว ถ้าบางที่นักท่องเที่ยวจีนเข้ามามากควรมีป้ายบอกข้อห้ามต่าง ๆ เพื่อให้นักท่องเที่ยวเหล่านั้นเข้าใจ การมีป้ายภาษาจีนจะช่วยได้ถ้านักท่องเที่ยวบางรายที่มาเที่ยวเองไม่ได้มากับทัวร์จะได้เข้าใจ และปฏิบัติได้อย่างถูกต้อง

สิ่งที่เป็นปัญหาอย่างมากที่ผู้ประกอบการเจอกับทัวร์จีน คือ เรื่องการกินและการเข้าห้องน้ำ บางครั้งนักศึกษาจีนบางรายที่มาอยู่หอพักในไทย ผ้าม่านยังไม่ได้ปิด ถอดแค่ชุดชั้นในเดินในห้อง ซึ่งเป็นพฤติกรรมไม่เหมาะสม เราต้องคอยไปเตือน เช่นเดียวกับพฤติกรรมการกดชักโครก ที่ต้องมีการบอกว่านี่มันไม่เหมาะสม เพื่อให้เขาเข้าใจวัฒนธรรมที่แตกต่าง

“จริง ๆ สิ่งที่ควรทำอย่างมากคือ บริษัททัวร์ที่พานักท่องเที่ยวมาควรมีไกด์บุ๊กแจกตั้งแต่ถึงสนามบิน ถึงข้อแตกต่างด้านวัฒนธรรมที่อันไหนไม่เหมาะสม ขณะที่ผู้ประกอบการโรงแรมเองอาจจะมีป้ายภาษาจีนบอกก่อนที่จะออกจากห้องน้ำควรกดชักโครก ส่วนในห้องนอนควรมีการระบุว่าไม่ควรนำผ้าห่มมาเช็ดเท้า เพราะยากในการทำความสะอาด ซึ่งการเขียนป้ายติดไว้ควรให้ผู้ที่เข้าพักเห็นได้ง่าย”
การกินวัฒนธรรมจีนชอบการนำอาหารมาวางไว้บนโต๊ะทีละมาก ๆ แสดงถึงความมั่งคั่งสมบูรณ์ ส่วนใหญ่จะสั่งเป็นเลขคู่ เช่น 8–10 อย่าง โดยบางที่อาจจะติดมาได้ ขณะที่การทานอาหารอาจมีเสียงดัง ซึ่งเรื่องนี้เป็นสิ่งที่ควบคุมยากมาก โรงแรมบางรายจึงต้องวางแผนให้ดีถ้าหากให้บริการอาหารบุฟเฟ่ต์ที่ถ้าทัวร์จีนลงมาต้องมีการแบ่งอาหารอีกบางส่วนไว้ให้กับอีกกลุ่มที่จะเข้ามาทีหลังทาน เพราะไม่ฉะนั้นกลุ่มหลังอาจเจอปัญหาไม่มีอาหารทาน ถ้าเป็นเช่นนี้ร้านอาหารอาจตกลงราคาคิดเพิ่มได้หากเจอเช่นนี้
อาหารที่คนจีนชอบส่วนใหญ่เป็นผัก
ต่าง ๆ โดยจะมีการกินเป็นออร์เดิร์ฟ จานร้อน ข้าวอาจไม่ใช่อาหารหลัก แต่ต้องมีซุป ซึ่งเขาไม่กินก็ได้ แต่เหล้าถือเป็นอีกสิ่งสำคัญที่ต้องกินพร้อมข้าว ถ้าคนที่นั่งร่วมโต๊ะหากดื่มกับเขาถือว่าให้เกียรติอย่างมาก ขณะที่เรื่องสูบบุหรี่ควรมีป้ายบอกให้ห้ามสูบ เนื่องจากบางคนสูบบุหรี่จัด

เรื่องอาหารคนจีนในหลายรัฐทานเผ็ดได้ อย่างเด็กที่มาจากคุนหมิงชอบส้มตำ ซึ่งจะทานผักมาก ยิ่งถ้าไปกินสุกี้จะทานแต่ผัก และเกี๊ยวต่าง ๆ เขาจะชอบ ขณะเดียวกันคนจีนเดี๋ยวนี้กินอาหารไทยได้แล้ว แต่ที่คนจีนไม่ชอบมาก ๆ คือ อาหารที่มีรสหวาน ซึ่งจากการสอบถามคนจีนหลายคนบอกคนไทยกินอาหารหวานมากเกินไป

การจะขายของให้ทัวร์จีนถ้าเป็นของที่เกี่ยวข้องกับแหล่งท่องเที่ยวนั้น บรรดาทัวร์พวกนี้จะชอบ แต่ถ้าเป็นของทั่วไปเขาจะไม่ค่อยซื้อ ขณะเดียวกันคนจีนที่มีรายได้สูงมักซื้อสินค้าราคาแพง เช่น นาฬิกาที่มีไม่กี่เรือนในโลก

“นักศึกษาจีนที่มาไทยส่วนใหญ่ชอบมากหากให้ใส่ชุดนักศึกษามาเรียน เพราะที่บ้านเขาจะแต่งตัวอะไรมาเรียนก็ได้ พอเขาได้ใส่ชุดนักศึกษาจะตื่นเต้น เหมือนกับหน้ามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ที่นักท่องเที่ยวจีนมักไปถ่ายรูป แต่คนจีนหลายคนไม่ชอบรีดเสื้อผ้า ซึ่งเราพยายามบอกเขาถึงวัฒนธรรมที่แตกต่าง หลังจากนั้นเขาค่อยรีดเสื้อผ้ามาเรียน”

ในระดับจังหวัดที่มีทัวร์จีนเข้ามามาก ควรมีการวางแนวทางด้านกฎจราจร เช่น ในเชียงใหม่มีรถมอเตอร์ไซค์ให้เช่ามาก บรรดาคนจีนก็เช่าไปขับมาก ทางที่ดีควรมีแนวทางในการบอกกฎจราจรหรือจุดเสี่ยง เพื่อที่เขาจะได้ไม่เป็นอันตราย ขณะเดียวกันคนในพื้นที่จะได้ไม่ได้รับผลกระทบไปด้วย ซึ่งระดับจังหวัดหลายที่พอนักท่องเที่ยวจีนเข้ามามาก ๆ ก็ตั้งรับไม่ทัน

เดี๋ยวนี้คนจีนรุ่นใหม่มีความคิดไม่เหมือนคนรุ่นเก่า ด้วยเด็กรุ่นใหม่ได้รับการศึกษามากขึ้น ทำให้พวกเขาค่อย ๆ เปลี่ยนพฤติกรรม ซึ่งเด็กหลายคนมีความคิดนอกกรอบ ที่บางครั้งเด็กพวกนี้ก็เบื่อ เลยเริ่มอยากออกมาทำงานในต่างประเทศมากขึ้น เพราะมหาวิทยาลัยในจีนแต่ละแห่งจะมีตัวแทนพรรคการเมืองของเขาประจำอยู่ ทำให้เด็กรุ่นใหม่บางคนมีความอึดอัด

คนที่ค้าขายกับคนจีนตามแหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ สิ่งที่จำเป็นคือ การเรียนรู้ความชอบและไม่ชอบของเขา ซึ่งถ้าอ่านความต้องการของเขาออกว่าช่วงไหนเขาต้องการสินค้าประเภทไหนก็จะทำให้การค้าขายดีขึ้น

ส่วนหน่วยงานรัฐต้องร่วมกับหน่วยงานเอกชน จะทำอย่างไรในการดูแลจัดระเบียบกรุ๊ปทัวร์ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งจะทำให้กรุ๊ปทัวร์มีความรับผิดชอบมากขึ้นในการท่องเที่ยว ด้านอนาคตของทัวร์จีนยังมีเข้ามามากขึ้น ซึ่งอาจมีปัญหาตามมา จึงเป็นเรื่องจำเป็นที่จังหวัดที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวจะต้อง
เตรียมความพร้อม ซึ่งถ้ามองในเรื่องโอกาสถือเป็นเรื่องที่ดี เพียงแต่เราจะต้องร่วมกันคิดเพื่อแก้ปัญหา เพื่อให้การท่องเที่ยวที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น.

ศราวุธ ดีหมื่นไวย์