
เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผู้ช่วย ผบ.ตร.) ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(โฆษก ตร.) เปิดเผยความคืบหน้ากรณี พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง อดีตผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (อดีต ผบช.น.)ถูกจับกุมข้อหาพกพาอาวุธปืนที่สนามบินนาริตะ ประเทศญี่ปุ่นว่า ได้รับการประสานจากเจ้าหน้าที่สถานทูตญี่ปุ่น ประจำประเทศไทยว่า ทางอัยการญี่ปุ่น มีคำสั่งไม่ฟ้อง หลังจากครบกำหนดฝากขัง 20 วันตามกฎหมายญี่ปุ่น ทำให้ขณะนี้ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ได้รับการปล่อยตัวแล้ว
พล.ต.ท.ประวุฒิ กล่าวว่า การที่อัยการญี่ปุ่นไม่สั่งฟ้องนั้น เชื่อว่าส่วนหนึ่งน่าจะเป็นเพราะการประสานงานระหว่างประเทศ และคำให้การของ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ที่ยืนยันตั้งแต่แรกว่าไม่มีเจตนาพกพาอาวุธปืน ส่วนขั้นตอนต่อไปทางการญี่ปุ่นก็จะส่งตัวให้เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองดำเนินการตามขั้นตอนในประเด็นที่ พล.ต.ท.คำรณวิทย์อยู่เกิน 15 วันให้เสร็จเรียบร้อยก่อน จึงจะส่งตัว พล.ต.ท.คำรณวิทย์ กลับประเทศไทยได้
“มีความเป็นไปได้ใน 2 เงื่อนไขสำหรับการปล่อยตัว พล.ต.ท.คำรณวิทย์ กรณีแรก คือ การส่งตัวกลับแบบธรรมดา ซึ่งจะมีผลให้โดนสั่งห้ามเดินทางเข้าประเทศญี่ปุ่นเป็นเวลา 1 ปี แต่ถ้าเป็นอีกกรณี คือ การผลักดันออกนอกประเทศ ซึ่งอาจโดนสั่งห้ามเดินทางเข้าประเทศญี่ปุ่นเป็นเวลา 2-3 ปี โดยคาดว่าทางญี่ปุ่นน่าจะเข้าใจสาเหตุที่อยู่เกิน 15 วัน เนื่องจากถูกคุมคุมตัวเพื่อไต่สวน แต่ไม่มีเจตนากระทำผิดแต่อย่างใด” พล.ต.ท.ประวุฒิ กล่าว
โฆษก ตร. เปิดเผยว่า ทางญาติที่เดินทางไปให้กำลังใจ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ได้จองตั๋วเครื่องบินกลับถึงประเทศไทยในเวลา 14.00 น. วันอังคารที่ 14 กรกฎาคมนี้ แต่ก็ยังไม่มีข้อมูลยืนยันแน่นอนว่า พล.ต.ท.คำรณวิทย์ จะเดินทางมาพร้อมกันหรือไม่ ต้องรอขั้นตอนของตำรวจตรวจคนเข้าเมืองญี่ปุ่น ข้อมูลนี้เป็นการประสานงานระหว่างตำรวจไทยและญี่ปุ่นโดยตรง เนื่องจากญาติยังไม่ได้รับอนุญาตให้พบกับ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ จึงอาจเกิดความคลาดเคลื่อนได้
พล.ต.ท.ประวุฒิ กล่าวต่อไปว่า พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร.ได้มอบหมายให้ พล.ต.ท.อำนวย นิ่มมะโน ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1(ผบช.ภ.1) เป็นผู้ดำเนินการสอบสวนข้อเท็จจริงเกี่ยวกับกรณีการลักลอบพกปืนเข้าสนามบินเดินทางออกนอกประเทศไทย หลังจากที่ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ เดินทางกลับถึงประเทศไทยแล้ว โดยในเบื้องต้นคาดว่าอาจมีการเรียกมาสอบสวน ส่วนรายละเอียดของอาวุธปืน นอร์ท อเมริกัน อาร์ม.22 แมกนั่ม ต้องประสานกับทางญี่ปุ่นอีกครั้งว่า จะยึดเอาไว้หรือไม่ และยังไม่ทราบว่าเป็นปืนผิดกฎหมายหรือไม่ ซึ่งจะต้องมีการตรวจสอบต่อไป
ที่มา http://www.naewna.com/


บันทึกการเข้า