ผู้เขียน หัวข้อ: จ่อจับลอตแรก9 โจ๋เมาซ่าหัวโจกม็อบสภ.ถลาง-ทั้งภาพคลิปมัดแน่น  (อ่าน 950 ครั้ง)

ออฟไลน์ webmaster

  • Administrator
  • medtech ปี เอก
  • *****
  • กระทู้: 3951
    • อีเมล์


ผู้การฯภูเก็ตเผยจ่อออกหมายจับแกนนำเผาโรงพักถลาง ลอตแรก 9 คน เป็นกลุ่มวัยรุ่นในพื้นที่ทั้งหมด แบ่งข้อหาหนักเบาตามพฤติกรรมและหลักฐาน มีทั้งภาพนิ่ง คลิปวีดิโอ และกล้องวงจรปิด มัดตัวแน่นหนา คาดภายใน 30 วันสรุปสำนวนคดีส่งอัยการได้ ยืนยันยาเสพติดที่พบจุดเกิดเหตุเป็นของผู้ตายล้านเปอร์เซ็นต์ ผบ.ตร.ชี้สถานการณ์คลี่คลายหมดแล้ว ขอให้ทุกฝ่ายจดจำเป็นอุทาหรณ์ แต่ใครที่ทำผิดยังต้องรับผิดชอบ

จากเหตุการณ์ตำรวจสายตรวจ สภ.ถลาง 4 นาย ขับรถยนต์ไล่กวดรถ จยย.ของนายปฐมวัฒน์ ปะณะรักษ์ อายุ 22 ปี และนายโด่ง (นามสมมติ) อายุ 17 ปี เพราะสงสัยว่าทั้งคู่มีสิ่งผิดกฎหมาย แต่รถ จยย.ประสบเหตุชนกับรถสายตรวจ บนถนนทางเข้าน้ำตกโตนไทร ต.เทพกระษัตรี อ.ถลาง จ.ภูเก็ต วัยรุ่นทั้ง 2 คนเสียชีวิต ในที่เกิดเหตุพบกระเป๋าสะพายพร้อมยาบ้า 50 เม็ด และใบกระท่อม 1 กก. สร้างความไม่พอใจให้ญาติพี่น้องและเพื่อนๆของผู้ตาย รวมตัวประท้วงที่หน้า สภ.ถลาง กล่าวหาว่าตำรวจทำเกินกว่าเหตุ สถานการณ์บานปลายไปสู่การปิดถนน เผารถยนต์-รถ จยย.เสียหายหลายสิบคัน ขว้างปาทุบทำลายทรัพย์สินราชการ และทำร้ายตำรวจชุดควบคุมฝูงชนบาดเจ็บนั้น

ที่บริเวณลานฝึก กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต ถนนเยาวราช ต.ตลาดใหญ่ อ.เมืองภูเก็ต เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 13 ต.ค. พล.ต.ต.พชร บุญญสิทธิ์ ผบก.ภ.จ.ภูเก็ต เป็นประธานจัดงานเนื่องในวันตำรวจแห่งชาติ 13 ต.ค.58 พร้อมมอบรางวัลการปฏิบัติหน้าที่ดีเด่นของข้าราชการตำรวจในสังกัด ภ.จ.ภูเก็ต เพื่อเป็นขวัญกำลังใจ รวมไปถึงการมอบรางวัลในการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจชุดควบคุมฝูงชน จนได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ชุมนุมประท้วงที่หน้า สภ.ถลาง เมื่อวันที่ 10-11 ต.ค.ที่ผ่านมา โดยมีคณะ กต.ตร.ภ.จ.ภูเก็ต ร่วมเป็นสักขีพยาน

พล.ต.ต.พชรกล่าวถึงความคืบหน้าในการรวบรวมพยานหลักฐานดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุเผาทำลาย สภ.ถลาง และทำร้ายร่างกายตำรวจจนได้รับบาดเจ็บ รวมถึงการสอบสวนคดียาเสพติดและการกระทำเกินกว่าเหตุหรือไม่ในขณะปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจทั้ง 4 นาย ว่า การดำเนินคดีต่างๆจะดำเนินคดีเฉพาะกลุ่มบุคคลที่ลงมือกระทำความผิดหรือก่อเหตุเท่านั้น เช่น ใครใช้ก้อนหินขว้างปากระจกโรงพักแตกเสียหาย ใครใช้ระเบิดเพลิงขว้างใส่รถจนเกิดเพลิงไหม้ ใครที่ยุยงให้เผาโรงพัก กลุ่มคนพวกนั้นจะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย ขณะนี้ชุดสอบสวนสอบปากคำพยานไปแล้วหลายปาก สำนวนทั้งหมดต้องแล้วเสร็จโดยเร็ว ผู้บังคับบัญชาเน้นย้ำมาแล้ว

พล.ต.ต.พชรกล่าวต่อว่า ขณะนี้ทราบตัวบุคคลต่างๆที่ร่วมกันก่อเหตุเกือบหมดแล้ว อยู่ระหว่างการดึงภาพออกมาจากกล้องวงจรปิด คลิปวีดิโอที่บันทึกไว้ ภาพนิ่งที่ถ่ายไว้ โดยได้หารือกับผู้พิพากษา เพื่อขอให้ดำเนินการเกี่ยวกับคดีนี้เป็นพิเศษ พร้อมกับมีการตั้งคณะสอบสวนขึ้นมาเป็นชุดพิเศษเช่นเดียวกัน เพื่อให้สำนวนเป็นธรรมและรวดเร็ว เบื้องต้นในการรวบรวมพยานหลักฐานเสนอต่อศาลอนุมัติออกหมายจับในชุดแรกแล้ว จำนวน 9 ราย เป็นบุคคลที่อยู่ในพื้นที่และเป็นวัยรุ่นทั้งหมด มีพฤติกรรมฮึกเหิม ดื่มสุรา เมาสุรา เมาใบกระท่อม ส่งผลให้มีการกระทำความผิดหลายข้อหาและแตกต่างกันออกไป

“ส่วนบุคคลอื่นที่อาจถูกออกหมายจับหรือถูกดำเนินคดีคือผู้ที่เกี่ยวข้อง จะเป็น 1.ญาติหรือเป็นพี่เป็นน้องผู้ตายที่โกรธแค้น 2.เป็นพรรคพวกเพื่อนฝูงที่เคยกินเหล้าด้วยกัน เสพยาด้วยกัน เป็นสายขายยาด้วยกัน หรือที่เคยถูกตำรวจจับกุม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องยาเสพติด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องรถต้องสงสัยที่อาจเข้ามาเกี่ยวข้องกับยาเสพติด รวมไปถึงกลุ่มบุคคลที่เข้าไปเกี่ยวกับเหตุที่ตำรวจมีการจับกุมไปก่อนหน้านี้เป็นจำนวนมาก จึงสร้างความโกรธแค้นให้กับกลุ่มบุคคลดังกล่าวและฉวยโอกาสมาเอาคืน” พล.ต.ต.พชรกล่าว

พล.ต.ต.พชรยังกล่าวถึงชนวนเหตุที่ทำให้สถานการณ์บานปลายถึงขั้นปิดถนน เผารถยนต์ขว้างปา สภ.ถลาง ว่ามูลเหตุเกิดจากการติดตามจับกุมผู้ต้องสงสัยที่เชื่อว่าอาจมียาเสพติด แต่ผู้ต้องสงสัยขี่รถหลบหนีการตรวจสอบจับกุม ซึ่งถ้าไม่หนี เหตุการณ์ดังกล่าวจะเป็นเพียงตำรวจจับกุมยาบ้าตามปกติ แต่ด้วยสภาพของถนน หรือวิสัย หรือพฤติการณ์ในวันเกิดเหตุ คนหนีต้องขับเร็ว จังหวะที่รถ จยย.แซงและหลบเข้าช่องทาง ทำให้รถทั้ง 2 คันโดนกัน ไม่ใช้คำว่าชนกัน และโดนด้วยความเร็ว ทำให้ผู้เสียชีวิตไปกระแทกเสาส่งผลให้เสียชีวิต ส่วนยาเสพติดที่พบขอยืนยันล้านเปอร์เซ็นต์เป็นของผู้ตาย โดยมีบุคคลภายนอกเห็นเหตุการณ์ในขณะตรวจค้นด้วย ไม่ใช่มีเฉพาะตำรวจเท่านั้น ยืนยันไม่มีการยัดยาเสพติดอย่างแน่นอน การรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมดทุกคดีจะต้องแล้วเสร็จภายใน 30 วัน

ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีเหตุจลาจลหน้า สภ.ถลาง จ.ภูเก็ต ว่า เชื่อว่าผู้ที่มาร่วมชุมนุมในวันนั้นรู้ตัวดีอยู่แล้ว การที่มีหลักฐานจากภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว ทุกอย่างเป็นวิทยาศาสตร์ ดังนั้น เมื่อพนักงานสอบสวนถาม ผู้ที่อยู่ในภาพต้องบอกให้ได้ว่าเข้ามาทำไม อาการอย่างนี้คืออะไร ตำรวจไม่ได้เป็นผู้ขัดแย้งกับพี่น้องประชาชน ตนพยายามหลีกเลี่ยงมาตลอดเรื่องความขัดแย้ง ตนไม่รู้ว่าใครเป็นผู้ก่อเหตุขึ้นมา มุมมองของชาวบ้านคิดว่าตำรวจก่อเหตุ แต่มุมมองของตำรวจก็มองว่าชาวบ้านก่อเหตุ แต่เราสามารถพูดจากันได้ ไม่จำเป็นต้องใช้กำลังกันขนาดนี้ เรื่องนี้จะเป็นอุทาหรณ์ให้กับพวกเราทุกคน

“ขณะนี้สถานการณ์คลี่คลายไปหมดแล้ว เข้าใจกันมากขึ้นแล้ว ส่วนการออกหมายจับต้องดูพยานหลักฐาน โดยมอบหมายให้ พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร.เป็นผู้รับผิดชอบ ใครถูกผิดว่ากันไปตามหลักฐาน ตำรวจมีข้อมูลตั้งแต่ต้นจนจบ สิ่งเหล่านี้ละเอียดอ่อนมาก การจะดำเนินคดีใครสักคนต้องมีพยานหลักฐานที่ชัดเจน” พล.ต.อ.จักรทิพย์กล่าว

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหหน้า คสช. กล่าวถึงการดำเนินคดีเกี่ยวกับเหตุการณ์จลาจลหน้า สภ.ถลาง ว่า คดีที่ภูเก็ตต้องแยกแยะ ถ้าตำรวจผิดก็ต้องสอบ ตำรวจขับรถชนจริงหรือไม่ เพราะอะไร เกิดจากความประมาท มันเกิดอะไรขึ้น แต่เรื่องการเผาโรงพักอีกเรื่องหนึ่ง เผาสถานที่ราชการก็เหมือนเผาศาลากลาง ผิดไหม หรือไม่ผิด เพราะตำรวจทำผิดแล้วเลยต้องไปเผาโรงพัก มันถูกไหม ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ได้ถามไปที่ผู้สื่อข่าวคนหนึ่งว่า ถูกไหมพูดให้ชัด เมื่อผู้สื่อข่าวตอบกลับว่า ไม่ถูก พล.อ.ประยุทธ์จึงกล่าวต่อว่า ไม่ถูกก็คือไม่ถูก ไม่ต้องอ้อมแอ้มถูกคือถูก ผิดคือผิด







ที่มา http://www.thairath.co.th/