ผู้เขียน หัวข้อ: เทพเจ้าแม่น้ำโขง ผุดซุปเปอร์ไฮเวย์  (อ่าน 1599 ครั้ง)

ออฟไลน์ webmaster

  • Administrator
  • medtech ปี เอก
  • *****
  • กระทู้: 3951
    • อีเมล์


“แม่น้ำโขง”...สายน้ำนานาชาติสายสำคัญของภูมิภาคอุษาคเนย์ กำเนิดจากธารหิมะบนเชิงเขาหิมาลัยในทิเบต จากเทือกเขาสูงไหลลงสู่จีน พม่า ลาว ไทย กัมพูชา และไหลลงสู่ทะเลจีนใต้ที่เวียดนาม

“แม่น้ำโขง”... เป็นสายน้ำที่มีความยาวและความสำคัญทางทรัพยากรธรรมชาติระดับโลก

แม่น้ำโขงในเขตประเทศจีน ที่มีชื่อเรียกว่าแม่น้ำหลานชางเจียง (แม่น้ำล้านช้าง) เมื่อ 2-3 ทศวรรษก่อน เป็นแม่น้ำที่ถูกมองว่ายังไม่ได้รับการใช้ประโยชน์อย่างที่ควรจะเป็น จึงมีโครงการพัฒนามากมาย มีแผนสร้างเขื่อนผลิตไฟฟ้า การเดินเรือพาณิชย์ ท่าเรือ เขตเศรษฐกิจพิเศษ...เชื่อมต่อจากมณฑลยูนนานลงมาถึงไทยและลาว

สำหรับ “เขื่อนที่กั้นแม่น้ำโขงตอนบน” บริษัทไชน่า หัวนึงฯ ผู้ผลิตไฟฟ้า 1 ใน 5 ของจีน ได้รับสิทธิในการพัฒนาแม่น้ำหลานชาง จากทางการจีน โดยมีโครงการสร้างเขื่อนผลิตกระแสไฟฟ้าในระยะแรก 8 แห่ง บนแม่น้ำโขงในเขตยูนนานซึ่งมีเขื่อนมานวาน เป็นเขื่อนแห่งแรกที่สร้างแล้วเสร็จในปี 2536 จนบัดนี้...แม่น้ำโขงตอนบนมีเขื่อนก่อสร้างไปแล้วถึง 6 แห่ง...เขื่อนใหญ่ๆ คือ เขื่อนเสี่ยวหวาน (ความสูง 300 เมตร ความจุอ่างเก็บน้ำ 14,000 ล้านลูกบาศก์ เมตร) และ เขื่อนนั่วจาตู้ (ความสูง 254 เมตร ความจุอ่างเก็บน้ำ 12,000 ล้านลูกบาศก์เมตร)

น่าสนใจว่า...เขื่อนที่อยู่ใกล้พรมแดนไทยมากที่สุดและทำหน้าที่ควบคุมน้ำในเวลานี้คือ “เขื่อนจิงหง” ตั้งอยู่เหนือเมืองเชียงรุ้ง แคว้นสิบสองปันนา ห่างจากพรมแดนไทยประมาณ 340 กิโลเมตร

เพียรพร ดีเทศน์ ทำงานใน องค์การแม่น้ำนานาชาติ ติดตามสถานการณ์โครงการพัฒนาในแม่น้ำโขงมานับ 10 ปี ให้ข้อมูลว่า แผนเปิดประตูหลังบ้านของจีนอีกหนึ่งโครงการ คือ โครงการเดินเรือพาณิชย์ในแม่น้ำล้านช้าง แม่น้ำโขง ซึ่งมี 4 ประเทศแม่น้ำโขงตอนบน ได้แก่...จีน พม่า ลาว ไทย ราวปี 2543 รัฐบาลจีนได้สนับสนุนเงินทุนในการระเบิดแก่งหินและขุดลอกสันดอน เพื่อให้เรือพาณิชย์ขนาดใหญ่สามารถขนส่งสินค้าระหว่างท่าเรือเมืองซือเหมาประเทศจีน ลงมาถึงหลวงพระบางในลาวได้ทั้งฤดูแล้งและฤดูน้ำหลาก

โดยขั้นสุดท้ายโครงการจะทำให้แม่น้ำโขงเป็น “คลอง” เพื่อการเดินเรือขนาด 500 ตันพ่วงกัน 4 ลำ

เมื่อเริ่มโครงการช่วงปี 2547-2548 หลายฝ่ายโดยเฉพาะชุมชนริมโขงในจังหวัดเชียงราย มีข้อกังวลผลกระทบต่อท้ายน้ำที่อาจเกิดขึ้นเมื่อเกาะแก่ง ระบบนิเวศที่สลับซับซ้อนอันเป็นจุดเด่นของธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ของแม่น้ำโขงตอนบนถูกทำลาย นั่นหมายถึงแหล่งอาศัย วางไข่...ปลาแม่น้ำโขง รวมถึงแหล่งทำมาหากินและรายได้

ผนวกกับความกังวลว่า หากอภิมหาโครงการเขื่อนหลานชางแล้วเสร็จ เขื่อนในจีนจะสามารถควบคุมปริมาณน้ำในแม่น้ำโขงได้เกือบทั้งสาย เขื่อนในยูนนานจะกักเก็บน้ำในช่วงหน้าฝนและปล่อยน้ำในหน้าแล้ง...

สามารถทำให้ระดับน้ำโขงในหน้าแล้งสูงกว่าปกติได้ถึง 2 เท่า โดยปริมาณกระแสน้ำทั้งปีในแม่น้ำโขงช่วงก่อนถึงทะเลที่เวียดนามเป็นน้ำที่มาจากแม่น้ำโขงเขตประเทศจีน 15–20 เปอร์เซ็นต์ ในขณะที่น้ำโขงบริเวณ อ.เชียงแสน จ.เชียงราย ในฤดูแล้งเป็นน้ำที่มาจากเขตจีนมากถึง 95 เปอร์เซ็นต์

เอกสารตารางการเดินเรือบนแม่น้ำล้านช้าง-แม่น้ำโขงตอนบน ออกโดยเจ้าท่าสิบสองปันนา (เชียงรุ้ง) ที่เริ่มเดือนตุลาคม 58 ถึงกุมภาพันธ์ 59 รวม 5 เดือน ในช่วงเวลานี้จะให้หยุดเดินเรือ 2 วัน (สีแดง) และเดินเรือได้ครึ่งวันบ่าย (สีเขียว) เพราะจะมีการปรับปรุงร่องน้ำแม่น้ำโขง บริเวณท้ายน้ำจากท่าเรือกวนเหลยลงมา 31 กิโลเมตร

ย้อนรอยแผน 4 ประเทศขุดลอกแม่น้ำโขงให้เป็น “ซุปเปอร์ไฮเวย์” สำหรับเรือพาณิชย์ขนาดใหญ่ให้เดินเรือได้ตลอดทั้งปี...เฟสแรกมีการระเบิดแก่งหินออกไป 10 แก่งตั้งแต่พรมแดนจีน-พม่า และพรมแดนพม่า-ลาว ไล่เรื่อยลงมาจนถึงสามเหลี่ยมทองคำ แต่แก่งใหญ่แห่งสุดท้ายคือ “แก่งคอนผีหลง” ที่ อ.เชียงของ จ.เชียงราย ยังไม่สามารถดำเนินการได้เนื่องจากปัญหาการปักปันเขตแดนไทย-ลาว บริเวณนี้จึงเป็นคอขวดที่ทำให้เรือใหญ่ของจีนติดอยู่เพียงที่ท่าเรือเชียงแสน ไม่สามารถล่องทะลุลงไปถึงหลวงพระบางได้ตามแผนที่วางเอาไว้

เมื่อเป็นเช่นนั้น...การขนส่งสินค้าลงไปยังหลวงพระบางทางแม่น้ำโขงในปัจจุบัน จึงใช้เรือลาวที่มีขนาดเล็กกว่า ขนสินค้าจากท่าเรือเมืองห้วยทราย ตรงข้าม อ.เชียงของ ผ่านปากแบง...ลงไปยังหลวงพระบาง

อย่างไรก็ตาม ยังเห็นว่าจีนพยายาม “เคลียร์”... “ผลักดัน” โครงการนี้อยู่ตลอด สะท้อนได้จากราวปลายปีที่แล้วที่มีเอกสารแผนพัฒนาการเดินเรือระหว่างประเทศบนแม่น้ำล้านช้าง-แม่น้ำโขง ปี 2558-2568 ออกมาสอดคล้องกับข่าวเมื่อปลายปี 2557 ที่ระบุว่า รัฐบาลจีนได้จัดสรรงบประมาณในการปรับปรุงร่องน้ำโขงเฟส 2 คือ ขยายแม่น้ำให้รองรับเรือขนาด 300 ตัน (DWT) และตามแผนของจีนที่ระบุในเอกสารว่าจะปรับปรุงร่องน้ำให้เรือขนาด 500 ตัน ลงไปถึงหลวงพระบางภายในปี 2568

ข้อมูลยิ่งตอกย้ำ ปัจจุบันเรือขนส่งสินค้าของจีนขนาด 500 ตัน สามารถลงมาได้ถึงท่าเรือเชียงแสน ส่วนเรือจีนที่จะไปถึงหลวงพระบางนั้นจะเป็นเรือขนาดไม่เกิน 300 ตัน ขึ้นอยู่กับขนาดความกว้างและลึกของเรือ

ผู้รู้ด้านการเดินเรือแม่น้ำโขงท่านหนึ่งให้ข้อมูลว่า ปัจจุบันการเดินเรือจากจีนลงมาเชียงแสนนั้นทำได้ทุกฤดู เพราะจีนมีน้ำปริมาณมหาศาลในเขื่อนที่สามารถควบคุมระดับน้ำได้แม้ในฤดูแล้ง

“แม้ว่าจะไม่ปลอดภัย 100 เปอร์เซ็นต์ เนื่องจากเกาะแก่ง...โขดหินใต้น้ำยังมีอยู่อีกมากมาย แต่ถ้าเขื่อนจิงหงระบายน้ำ 1,800 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ก็เพียงพอที่จะนำเรือจีนล่องลงมาถึงเชียงแสน ยิ่งถ้าเพิ่มการระบายน้ำเป็น 4,500–5,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ก็สามารถเพิ่มระดับแม่น้ำโขงที่หน้าอำเภอเชียงแสนเป็น 5 เมตร...เพียงพอที่จะลงไปถึงหลวงพระบางแน่นอน”

เมื่อ “แม่น้ำโขง” ถูกควบคุมเพื่อใช้ประโยชน์ในการผลิตไฟฟ้าและเดินเรือแบบนี้ ระบบนิเวศแม่น้ำโขงแถบพรมแดนไทย-ลาว ตอนบนจังหวัดเชียงราย เรียกได้ว่า...มีแต่พังกับพัง โดยธรรมชาติแล้วแม่น้ำโขงมีวงจรน้ำขึ้น-น้ำลง ตามฤดูกาลที่หมุนเวียนในรอบปี น้ำโขงจะค่อยๆยกระดับขึ้นในช่วงฤดูฝน “น้ำสีขุ่นข้น” คือ “ตะกอนแร่ธาตุ” ที่พัดพามาหล่อเลี้ยงพื้นที่สองฝั่งน้ำและที่ราบน้ำท่วมถึงตลอดลำน้ำ

จากนั้น...ในช่วงปลายฝนราวเดือนตุลาคม น้ำโขงก็จะค่อยๆลดระดับ ลง “น้ำใส”...ในฤดูแล้ง เกิดหาดทราย...สันดอน ที่เป็นทั้งแหล่งอาศัยและวางไข่ของนก รวมทั้งเป็นพื้นที่เกษตรกรรม “เกษตรริมโขง” ที่สำคัญของชุมชนริมน้ำ นอกจากนี้หลายพื้นที่ทางอีสานยังมีการทำ “นาแซง” ริมแม่น้ำโขงกันด้วย

เขื่อนยักษ์ในจีนจัดการแทบจะสมบูรณ์ สิ่งที่ลูกน้ำโขงพบในหลายปีหลังมานี้ คือแม่น้ำโขงอยู่ในการบังคับของ “เทพเจ้าจีน” ไปแล้ว...น้ำจะขึ้น 3 วัน ลง 2 วัน หรือเป็นอย่างไรก็แล้วแต่คนเหนือน้ำจะบันดาล...

นอกจากนี้ แม่น้ำโขงทางตอนล่างเวลานี้มีเขื่อนไซยะบุรีกำลังก่อสร้างกั้นแม่น้ำโขงทางภาคเหนือของลาว ห่าง อ.เชียงคาน จ.เลย ราวร้อยกว่ากิโลเมตร...

ซึ่งเครือข่ายประชาชนไทย 8 จังหวัดลุ่มน้ำโขง ได้ยื่นฟ้องต่อศาลปกครองต่อกรณีการลงนามสัญญาซื้อขายไฟฟ้าจากเขื่อนไซยะบุรี โดยไม่ปฏิบัติตามกฎหมายไทย

และศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งรับฟ้องไปแล้ว เนื่องจากจะเกิดผลกระทบสิ่งแวดล้อมข้ามพรมแดน

โครงการที่ 2 คือ “เขื่อนดอนสะโฮง” ที่อยู่บริเวณสีพันดอน ลาวใต้ติดชายแดนกัมพูชา ก็กำลังจะเริ่มก่อสร้าง แม้ว่ากัมพูชามีความกังวลเรื่องผลกระทบ ขนาดที่ว่าสมเด็จฮุนเซนได้ออกปากกับรองนายกรัฐมนตรีลาว

เมื่อเร็วๆนี้ว่า...ขอให้ทำรายงานการศึกษาผลกระทบเพิ่มเติมก่อนดำเนินการก่อสร้าง

และล่าสุด บริษัทจีนได้เข้าพบรัฐบาลลาว เพื่อนำเสนอแผนก่อสร้างเขื่อนแห่งที่ 3 บนแม่น้ำโขง คือเขื่อนปากแบง ที่ห่างจากพรมแดนไทย ที่แก่งผาได อ.เวียงแก่น จ.เชียงราย เพียง 100 กว่ากิโลเมตรเท่านั้น

นับวัน...สถานการณ์ชาวบ้านริมแม่น้ำโขงต้องอยู่อย่างลำบาก ระบบนิเวศอันอุดมสมบูรณ์ที่เคยดำรงเลี้ยงชีพ วิถีชีวิต ก่อร่างสร้างเมืองจนกลายเป็นถิ่นวัฒนธรรมอันยิ่งใหญ่ของโลก มีอันต้องผันเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง...

คำถามมีว่าผลกระทบที่เกิดขึ้นนี้ “รัฐบาลไทย” จะดูแล “ประชาชนไทย” ริมแม่น้ำโขงอย่างไร.





ที่มา http://www.thairath.co.th/