ผู้เขียน หัวข้อ: เศรษฐีใจบุญเปลี่ยนใจ! นำเงิน 28 ล. ตั้งกองทุนซื้อทอง บูรณะพระธาตุเมืองคอน  (อ่าน 603 ครั้ง)

ออฟไลน์ webmaster

  • Administrator
  • medtech ปี เอก
  • *****
  • กระทู้: 3951
    • อีเมล์
"จิมมี่ ชวาลา" เปลี่ยนใจไม่มอบเงิน 28 ล. ให้มูลนิธิฯ เผย ติดขัดระเบียบ ไม่สามารถนำเงินไปใช้ในวัตถุประสงค์อื่น นอกจากภัยพิบัติ-สาธารณภัยเท่านั้น ระบุ เข้าปรึกษา ผวจ.-ผบ.มทบ.41 เปลี่ยนเป็นตั้งกองทุนบูรณะปลียอดทองคำ พระธาตุเมืองคอนแทน พร้อม ตั้งกก.หลายฝ่ายดูแลบัญชีเพื่อความโปร่งใส...

จากกรณี นายจิมมี่ ชวาลา อายุ 58 ปี เศรษฐีใจบุญ นักธุรกิจพันล้าน เจ้าของห้างค้าผ้า 'จิมมี่' ชื่อดัง จ.นครศรีธรรมราช ได้ประกาศ ขอบริจาคเงิน 28 ล้านบาท เพื่อนำไปซื้อทองคำหนัก 20 กก.ซึ่งจะนำไปบูรณะปลียอดทองคำ องค์พระบรมธาตุเจดีย์ วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร หลังจากพบว่า ปลียอดทองคำของเก่า มีคราบสนิมดูแล้วไม่สวยงาม ซึ่งนายจิมมี่ ต้องการให้มีการเปลี่ยนทองคำใหม่ทั้งหมด เพื่อให้ชาวพุทธจากทั่วโลก และนักท่องเที่ยวได้แหงนขึ้นมองเห็นปลียอดทองคำ มีความสวยงามเหลืองอร่ามน่ากราบไหว้ โดยไม่มีคราบสนิมเหมือนทุกวันนี้

ซึ่งนายจิมมี่ ประกาศจะมอบเงิน 28 ล้านบาท เป็นตั๋วแลกเงิน ในนามชาวนครศรีธรรมราชทุกคน นำไปมอบให้กับทางมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ เพื่อนำไปใช้ในการบูรณะตามความประสงค์ของนายจิมมี่ ในบ่ายวันที่ 8 ธ.ค. เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล แด่องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 88 พรรษา 5 ธ.ค.58 ท่ามกลางเสียงชื่นชมยกย่องของชาวนครศรีธรรมราช และชาวพุทธทั่วโลก ในการเสียสละอย่างใหญ่หลวงของนายจิมมี่ในครั้งนี้

ล่าสุดเมื่อ วันที่ 7 ธ.ค. ที่ห้องประชุม รร.ทวินโลตัส อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช นายจิมมี่ ชวาลา พร้อมด้วย นายพีระศักดิ์ หินเมืองเก่า ผวจ.นครศรีธรรมราช พล.ต.ธีร์ณฉัฏฐ์ จินดาเงิน ผบ.มทบ.41 นางสมจินต์ จ่างทอง เจ้าของศูนย์การค้าสำเพ็งเมืองคอน นางเยิ้ม เรืองดิษฐ์ ผู้ใหญ่บ้าน และนายยุทธนา แต่งวงศ์ นายกสมาคมสื่อมวลชนนครศรีธรรมราช ได้ร่วมประชุมปรึกษาหารือกัน กรณีนายจิมมี่ จะมีมอบเงินจำนวน 28 ล้านบาท ให้กับทางมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในวันนี้ (8 ธ.ค.)

โดยทาง ผวจ.นครศรีธรรมราช ได้กล่าวกับนายจิมมี่ พร้อมชื่นชมในความตั้งใจของนายจิมมี่ ถือว่าเป็นบุญกุศลอันยิ่งใหญ่ แต่ตามระเบียบของทางมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ มีวัตถุประสงค์ของการใช้เงินคือ ต้องนำเงินของมูลนิธิ ไปช่วยเหลือประชาชน ในด้านสาธารณภัยต่างๆ เท่านั้น ไม่สามารถนำเงินที่ได้รับบริจาคไปใช้ในด้านอื่นๆ นอกเหนือจากวัตถุประสงค์ได้เลย ซึ่งทางคณะเกรงว่า หากนำไปเงิน 28 ล้านบาท ไปมอบให้กับทางมูลนิธิราชประชานุเคราะห์แล้วไม่สามารถนำเงินมาซื้อทองคำนำไปบูรณะปลียอดทองคำได้ตามความตั้งใจของนายจิมมี่ได้ จึงอยากให้คุณจิมมี่ ได้พิจารณาทบทวนการมอบเงิน 28 ล้านบาทใหม่อีกครั้ง

ขณะนี้ กรมศิลปากร ก็ได้ดำเนินการติดตั้งนั่งร้านขึ้นไปสำรวจหาสาเหตุคราบสนิมปลียอดทองคำมานานหลายเดือนแล้ว และคาดว่า ทางกรมศิลปากร น่าจะสรุปสาเหตุคราบสนิมได้แล้ว และกำลังหาทางแก้ไข

ด้าน นายจิมมี่ กล่าวยอมรับว่า ตนนึกไม่ถึงในข้อนี้ เพราะตนมีความตั้งใจอย่างแรงกล้าที่อยากจะให้มีการบูรณะปลียอดทองคำใหม่ จึงรีบพูดไปก่อน จนนึกไม่ถึงข้อนี้ และขอบคุณ ผวจ.นครศรีธรรมราช และทุกคนที่ทักท้วงตนในเรื่องนี้ แต่ยังมีความตั้งใจเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง คือ บริจาคเงิน 28 ล้านบาท เพื่อซื้อทองคำ 20 กก. ไปบูรณะปลียอดทองคำใหม่ ไม่ให้มีคราบสนิมแบบเก่า

สำหรับในที่ประชุม ได้มีการปรึกษาหารือกัน ถึงช่องทางและแนวทางที่จะนำเงิน 28 ล้าน ก็ได้ข้อสรุปในเบื้องต้น โดยนายจิมมี่ ยอมรับในข้อเสนอ ที่จะให้มีการตั้งกองทุนซื้อทองคำ เพื่อบูรณะปลียอดทองคำขึ้นมา โดยมีวัตถุประสงค์นำเงินกองทุนที่ได้รับบริจาคทั้งหมด ไปซื้อทองคำ เพื่อนำไปบูรณะปลียอดทองคำเท่านั้น โดยทาง ผวจ.นครศรีธรรมราช และ ผบ.มทบ.41 จะมีการประชุมตั้งคณะกรรมการขึ้นมา 1 ชุด ประมาณ 4-5 คน รวมทั้งคุณจิมมี่ เพื่อความโปร่งใส่และดูแลค่าใช้จ่ายเฉพาะการซื้อทองคำบูรณะปลียอดทองคำ องค์พระบรมธาตุเจดีย์นครศรีธรรมราชเท่านั้น ทำให้นายจิมมี่พอใจ กับผลการปรึกษาหารือดังกล่าว ก่อนที่จะเปลี่ยนใจนำเงิน 28 ล้านบาท ตั้งกองทุน ซื้อทองคำบูรณะปลียอดทองคำตามความตั้งใจของนายจิมมี่ต่อไป

ด้าน นายสัมพันธ์ ทองสมัคร หรือ ฉายาหมอผี อดีต รมว.ศึกษาธิการ และอดีต ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรค ปชป.หลายสมัย ได้เขียนโพสต์ในเฟซบุ๊กส่วนตัว ถึงเรื่องการบูรณะปลียอดทองคำ พระบรมธาตุเจดีย์นครศรีธรรมราชว่า ทองที่หุ้มปลียอดพระธาตุนั้นไม่ได้เป็นสนิม แต่เพราะการซ่อมพระบรมธาตุส่วนปลียอดเมื่อ 2537-38 นั้น เมื่อลอกทองออกมาพบปูนที่หุ้มและตะกั่วที่หุ้มรอบนอกปูนผุเปื่อยทองบางส่วนผุกร่อนไปด้วย กรมศิลปากร จึงใช้แผ่นไฟเบอร์แทนตะกั่ว และใช้โครงสเตนเลสตรึงไฟเบอร์ไว้อีกชั้นหนึ่ง แล้วใช้แผ่นทองหุ้มทับลงไป ทองและอุปกรณ์ดังกล่าว ไม่เป็นสนิมแต่อย่างใด สนิมเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อครั้งที่มีการทาสีใหม่

"การทาสีครั้งนี้ สร้างนั่งร้านขึ้นไปถึงบัวคว่ำ บัวหงาย คนที่ขึ้นไปทำงาน ไม่มีใครตรวจตรากวดขันเลย เจ้าหน้าที่ช่างสิบหมู่บางคน เล่าให้ผมฟังว่า เพชรนิลจินดาที่ร้อยห้อยไว้ ใกล้ๆ บัวคว่ำ บัวหงาย ถูกดึงออกเกลี้ยง จึงควรหาสาเหตุให้ชัดเจนว่า สนิมมาจากไหน กรมศิลป์ฯ ตรวจบัวคว่ำ-หงาย ให้ละเอียดหน่อย มีอะไรที่น่าพิจารณาบ้าง ส่วนเงิน 28 ล้าน เพื่อซื้อทองที่คุณจิมมี่บริจาค ทองไม่ได้ชำรุด หรือเป็นสนิม คงตั้งเป็นกองทุนดูแลพระบรมธาตุเจดีย์ต่อไปเหมาะกว่า" นายสัมพันธ์ เขียนทิ้งท้ายในที่สุด.





ที่มา http://www.thairath.co.th/