ผู้เขียน หัวข้อ: 'แว้น'หนีตร. โดนชนตาย ยกรถจยย.ข้ามเกาะ กระบะเสย-ร่างเละ  (อ่าน 383 ครั้ง)

ออฟไลน์ webmaster

  • Administrator
  • medtech ปี เอก
  • *****
  • กระทู้: 3951
    • อีเมล์
อุทาหรณ์ “เด็กแว้น” ชะตาถึงฆาต หลบหนีตำรวจถูกรถชนดับอนาถ ก่อนเกิดเหตุสลด แก๊ง เด็กแว้นกว่าร้อยคันขี่รถรวมตัว เตรียมแข่งซิ่งกวนเมืองบนถนนวิภาวดีฯขาออก บริเวณหน้าสถานีรถไฟดอนเมือง เห็นรถยนต์สายตรวจวิ่งผ่านมา ซิ่งหนีกันอลหม่าน โจ๋ดวงกุดยกรถ จยย.ข้ามเกาะกลางถนนไปอีกฝั่งถนน เจอรถยนต์ชนร่างกับรถกระเด็นตายอนาถ พบรถคู่กรณีกันชนหน้ายุบ จอดทิ้งไม่ไกล คนขับหลบหนี พ่อแม่ เด็กโร่รับศพลูก พร้อมเตือนลูกหลานควรเชื่อฟังพ่อแม่และเลิกออกมาแข่งรถซิ่ง เพราะมีตัวอย่างให้เห็น รรท.น.1 เผย สั่งปราบเด็กแว้นและย้ำเตือน ให้ผู้ปกครองดูแลเอาใจใส่บุตรหลาน

เด็กแว้นหนีตำรวจถูกรถชนดับอนาถ เปิดเผยขึ้นเมื่อเวลา 03.30 น. วันที่ 22 ธ.ค. พ.ต.ท.ฉัตรชัย เอี่ยงอ่อง พงส.ผนพ.สน.วิภาวดี รับแจ้งอุบัติเหตุรถ จยย. ถูกรถไม่ทราบชนิดชนแล้วหลบหนี มีผู้บาดเจ็บสาหัส 1 ราย บริเวณหน้าท่าอากาศยานดอนเมือง ถนนวิภาวดีรังสิต ขาเข้า แขวงและเขตดอนเมือง กทม. จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง

ที่เกิดเหตุบนถนนช่องทางด่วนเลนขวาสุด พบนายณพวิทย์ นิรตานนท์ อายุ 15 ปี นอนคว่ำหน้าหายใจรวยริน สวมเสื้อยืดแขนสั้นสีเทา กางเกงขาสั้นลายการ์ตูน รองเท้าแตะ มีบาดแผลตามร่างกายหลายแห่ง จึงช่วยปั๊มหัวใจ แต่มีอาการสาหัสมาก เสียชีวิตในเวลาต่อมา ห่างไปประมาณ 20 เมตร พบรถ จยย. ฮอนด้า รุ่นเวฟ สีน้ำเงินคาดขาว ทะเบียน 1 กค 2109 กรุงเทพมหานคร ของนายณพวิทย์ สภาพท้ายรถเสียหาย ล้อหลังบิดเบี้ยว นอกจากนี้ยังพบชิ้นส่วนกรอบทะเบียนรถยนต์ ไม่มีแผ่นป้าย และกระจกหูช้างด้านขวารถยนต์ตกอยู่ จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน คาดเป็นชิ้นส่วนของรถยนต์ที่ก่อเหตุ ส่วนศพนำส่งสถาบันนิติเวชฯ รพ.ตร.ชันสูตร

ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งพบรถกระบะอีซูซุ รุ่นดีแมคซ์ สีน้ำเงิน ทะเบียน บม 6562 กรุงเทพมหานคร จอดอยู่ริมถนนวิภาวดีรังสิต ขาออก ตรงข้ามสโมสรตำรวจ ประสบอุบัติเหตุจอดทิ้งไว้ เมื่อตรวจสอบ กระโปรงหน้าขวามีรอยยุบ กระจกหูช้าง ด้านขวา หลุดหายไป ไม่มีแผ่นป้ายทะเบียนหน้า มีกุญแจรถเสียบคาไว้ ไม่พบคนขับ จึงเคลื่อนย้ายรถกลับมาที่ สน.วิภาวดี เพื่อทำการตรวจสอบ
จากการสอบสวนพยานให้การว่า ก่อนเกิดเหตุมีกลุ่มรถ จยย.ซิ่ง ประมาณ 100 คัน รวมตัวกัน จะปิดถนนแข่งประชันความเร็ว บริเวณสถานีรถไฟดอนเมือง ระหว่างนั้นมีรถสายตรวจ สน.ดอนเมือง ขับผ่านมาหลังรับแจ้งว่ามีกลุ่มรถ จยย.ซิ่ง เมื่อกลุ่มเด็กแว้นเห็น จึงแยกย้ายกันหลบหนีไปคนละทิศละทาง โดยผู้ตายยกรถ จยย.ข้ามฝั่งไปอีกฝั่งถนนเพื่อหลบหนี แต่จังหวะยกรถข้ามเกาะกลางไปอีกฝั่งถูกรถยนต์ที่วิ่งมาตามเส้นทางไม่ทราบชนิดพุ่งชนจนร่างกับรถกระเด็น ส่วนรถยนต์ขับหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว หลังจากนี้จะทำการตรวจสอบหาเจ้าของรถเข้าให้ปากคำเจ้าหน้าที่ ว่าเป็นรถยนต์คันเดียวกับที่ชนรถ จยย.จริงหรือไม่ พร้อมประสานเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน มาตรวจสอบอย่างละเอียด และตรวจสอบกล้องวงจรปิดเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ที่สถาบันนิติเวชวิทยา รพ.ตำรวจ เวลา 13.30 น. นายสุวัฒน์ นิรตานนท์ อายุ 46 ปี บิดาของนายณพวิทย์ เดินทางมารับศพลูกชาย พร้อมกับภรรยาและญาติบรรยากาศเป็นไปด้วยความโศกเศร้า นายสุวัฒน์กล่าวว่า ยังอยู่ในอาการเสียใจ ไม่ติดใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น แต่อยากให้ผู้ก่อเหตุมาแสดงความรับผิดชอบ เพราะที่ผ่านมาทราบว่าลูกขี่รถ จยย.ออกไปแข่งซิ่ง โดยรถที่ใช้ขี่เป็นรถที่ซื้อให้ลูกไว้ส่งของ ยืนยันว่าเป็นรถธรรมดาที่ไม่มีการตบแต่ง ก่อนเกิดเหตุผู้ตายออกไปกับพี่ชายและแยกย้ายกัน น้องบอกพี่ว่าต้องไปส่งเพื่อน แต่ไม่ทราบว่าที่ใด จนเกิดอุบัติเหตุเสียชีวิต ส่วนผลการชันสูตรเบื้องต้น กระดูกสันหลังหัก คอหักจากการกระแทกของแข็ง ส่วนศพจะนำไปประกอบพิธีตามศาสนาที่วัดโตนด อ.บางศรีเมือง จ.นนทบุรี ต่อไป

“รู้สึกเสียใจและอยากฝากไปถึงครอบครัวอื่น ที่ต้องทำงานหาเช้ากินค่ำควรให้เวลากับลูกในการดูแลอบรมเลี้ยงดู นอกจากนี้ฝากไปถึงเด็กและเยาวชนว่า ควรเชื่อฟังพ่อแม่และเลิกออกมาแข่งรถซิ่ง เพราะมีตัวอย่างให้เห็นหลายราย” พ่อที่ต้องสูญเสียลูกกล่าว
พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รรท.ผบช.น. กล่าวว่า บช.น.ได้มีการประชุมวางแผนให้ทุก สน.เร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาเด็กแว้นที่ขี่รถ จยย.บนถนนสาธารณะ กรณีเหตุรถกระบะชนเด็กแว้นเสียชีวิตได้รับรายงานว่า ตอนตีสามเศษ วันที่ 22 ธ.ค. มีกลุ่มวัยรุ่นขี่รถ จยย.บนถนนวิภาวดีรังสิต ฝั่งขาออก ตำรวจ สน.ดอนเมือง ปฏิบัติหน้าที่ติดตาม มีเด็กวัยรุ่นอายุ 15 ปี ยกรถ จยย.ข้ามไปอีกฝั่ง โดยที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์และขาดความระมัดระวัง ถูกรถชนเสียชีวิต เหตุเกิดบริเวณหน้าสนามบินดอนเมือง ผู้ขับขี่รถกระบะลงมาดู ต่อมาพบรถกระบะจอดไว้ฝั่งตรงข้ามสโมสรตำรวจ ขณะนี้ทราบตัวผู้ขับรถแล้วอยู่ระหว่างติดตามตัวมาดำเนินคดีข้อหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย

พล.ต.ท.ศานิตย์กล่าวอีกว่า ขอแสดงความเสียใจต่อพ่อแม่และผู้ปกครองของผู้เสียชีวิตด้วย ไม่ต้องเป็นห่วงตำรวจจะให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย ทั้งนี้ ตำรวจจะต้องมีการปรับแผนยุทธวิธีการดำเนินการจับกุมโดยบางครั้งก็เป็นเหตุสุดวิสัยและคาดไม่ถึง มีโอกาสตนจะไปร่วมงานศพของผู้เสียชีวิต ยืนยันว่าตำรวจปฏิบัติตามหน้าที่และตามกรอบของกฎหมาย รวมทั้งย้ำเตือนให้ผู้ปกครองดูแลเอาใจใส่เด็กหรือเยาวชน ไม่ให้กระทำความผิด




ที่มา http://www.thairath.co.th/