จวกสนั่น/รายการสุดคาว!! จับหญิงเล่นเกมแพ้แก้ผ้า | เดลินิวส์
„จวกสนั่นรายการออนไลน์สุดคาว ให้ผู้ร่วมรายการทำภารกิจลึกลับ ท้าทายความสยองขวัญในบ้านร้าง ก่อนให้ตอบคำถามเกี่ยวกับภารกิจ หากใครตอบคำถามผิดให้แก้ผ้าทีละชิ้น สุดท้ายเปลือยทั้งอก!! วันจันทร์ที่ 1 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา 16:19 น. กลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์แบบหนักหน่วง เมื่อโลกออนไลน์ได้มีการเผยแพร่คลิปรายการออนไลน์รายการหนึ่ง ที่อัพลงทางเว็บไซต์ ยูทูบ ซึ่งเป็นรายการที่มีลักษณะคล้ายรายการสยองขวัญชื่อดัง มีภารกิจให้ผู้เข้าแข่งร่วมทำกิจกรรมท้าทายความสยองขวัญในบ้านร้างแห่งหนึ่ง จากนั้นพิธีกรจะมีการถามคำถามผู้เข้าแข่งขันเมื่อเสร็จสิ้นภารกิจในบ้านร้าง หากผู้เข้าแข่งขันคนใดตอบคำถามผิด จะต้องแก้ผ้าทีละชิ้นส่วน ซึ่งท้ายที่สุดแล้วผู้เข้าแข่งขันทั้งสองคนก็ถอดเสื้อผ้าส่วนบนออกทั้งหมด เผยให้เห็นถึงหน้าอกที่มีเพียงแค่มือปิดบังความโป๊เปลือยเท่านั้น ซึ่งหลังจากที่รายการดังกล่าวถูกแชร์ผ่านโลกออนไลน์ก็เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ถึงความไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก "ผู้สื่อข่าวเดลินิวส์ออนไลน์" ได้พูดคุยกับ ดร.มานะ ตรีรยาภิวัฒน์ คณบดีคณะนิเทศศาสตร์ ม.หอการค้าไทย ถึงประเด็นดังกล่าว โดยระบุว่า เนื้อหาเหล่านี้มักไม่ปรากฏในสื่อกระแสหลักอยู่แล้ว เพราะจะไม่ผ่านกระบวนการเซนเซอร์ต่างๆ เราเลยเห็นเนื้อหาเกี่ยวกับเพศ ความรุนแรงในยูทูบค่อนข้างเยอะ และเนื้อหาเหล่านี้มักจะได้รับความนิยมจากกลุ่มวัยรุ่นจำนวนหนึ่ง โดยเนื้อหาที่ปรากฏในสื่อออนไลน์ ผู้สร้างมักจะได้ประโยชน์จากยอดชม หรือยอดติดตาม ยิ่งดูเยอะยิ่งได้กำไรเยอะ โดยไม่คำนึงว่าทำลายสังคมมากน้อยแค่ไหน“
จวกสนั่น/รายการสุดคาว!! จับหญิงเล่นเกมแพ้แก้ผ้า | เดลินิวส์
„ดร.มานะ กล่าวต่อว่า "ในเรื่องความเหมาะสม จริยธรรมของสื่อ ถูกตั้งคำถามอยู่เยอะ ความเป็นมืออาชีพ กลุ่มพวกนี้ใช้ช่องว่างการสื่อใหม่มานำเสนอ เป็นดาบสองคม มีเสรีภาพในการนำเสนอ แต่บางเสรีภาพเกินขอบเขต เช่นเน้นขายเรื่องเพศ ความรุนแรง คำหยาบ หรืออื่นๆ ผู้เสพเองก็ต้องพึงระวัง ขณะเดียวกันผู้เสพขาดความรู้เท่าทันสื่อ เลยกดแชร์ ไม่ตระหนักผลกระทบตามมา เช่น เนื้อหาเหล่านี้อาจเป็นตัวนึงให้เด็กเน้นเเรื่องเพศเกินไปหรือไม่" "ถึงแม้มีการกำหนดอายุขั้นต่ำผู้ชมไว้ 18 ปี แต่ปกติการยืนยันอายุ ไม่ได้ใช้อายุจริง เด็กอายุไม่น้อย หรือเด็กยังอ่อน เขาปลอมอายุได้ ปล่อยให้ดูกันเอง ควบคุมค่อนข้างยาก เพราะตัวเนื้อหาอยู่ในแบบโลกออนไลน์ อาจถือเสรีภาพในการนำเสนอ แต่สิ่งหนึ่งที่ควบคุมได้คือส่วนของคนเสพ ต้องช่วยกันไม่ให้มีการแชร์หรือไม่สนับสนุนเนื้อหาเหล่านี้ แต่โดยส่วนตัวคิดว่าต่อให้มีกฎหมายเพื่อออกมาป้องกันหรือควบคุม ก็ไล่ไม่ทันพวกนี้ ดีที่สุดคือผู้เสพที่จะไม่เสพหรือแชร์ให้มีการขยายเนื้อหาพวกนี้ พ่อแม่ผู้ปกครองต้องดูแล ผู้ใหญ่ สถาบันครอบครับ สถาบันการศึกษาต้องเท่าทันเทคโนโลยี และอย่าปิดกั้นซะทีเดียว" ดร.มานะ กล่าวทิ้งท้าย“
ที่มา : http://www.dailynews.co.th/regional/376853


บันทึกการเข้า