ผู้เขียน หัวข้อ: กลัวตายเป็นสาเหตุ ธัมมชโย ไม่ยอมไป-ดีเอสไอ  (อ่าน 1081 ครั้ง)

ออฟไลน์ webmaster

  • Administrator
  • medtech ปี เอก
  • *****
  • กระทู้: 3951
    • อีเมล์


จัดหมอมาแถลงอาการ นอนยกขาสูงกว่าหัวใจ ท้าไปตรวจที่ธรรมกาย

วัดพระธรรมกายเปิดแถลงข่าวพร้อมแพทย์ที่ให้การรักษาพระธัมมชโย ยัน 4 ข้อเสี่ยงถ้าจะเดินทางไปรับทราบข้อกล่าวหาที่ดีเอสไอ อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนทำให้เสียชีวิตได้ พร้อมให้แพทย์จากหน่วยงานที่เป็นกลางมาตรวจยืนยัน ด้าน “บิ๊กต๊อก” ระบุ วันที่ 16 พ.ค. ดีเอสไอจะประชุมร่วมกับอัยการว่า ถ้าพระธัมมชโยไม่มารับทราบข้อกล่าวหาจะดำเนินการอย่างไรต่อไป ไม่อยากไปยุ่งมาก เดี๋ยวจะหาว่าเข้าไปสั่งการ

กรณีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ออกหมายเรียกพระเทพญาณมหามุนี หรือพระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย มารับทราบข้อกล่าวหาสมคบกันฟอกเงิน ร่วมกันฟอกเงิน และร่วมกันรับของโจร กรณีรับเงินบริจาคจากนายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด ผู้ต้องหาคดียักยอกทรัพย์สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนฯ กว่า 2,000 ล้านบาท ก่อนหน้านี้ นายสัมพันธ์ เสริมชีพ ทนายความวัดพระธรรมกาย ทำหนังสือถึงดีเอสไอขอเลื่อนเข้ามอบตัวมาแล้ว 2 ครั้ง ล่าสุดทนายทำหนังสือแจ้งให้เจ้าหน้าที่ดีเอสไอเดินทางมาแจ้งข้อกล่าวหาที่วัดพระธรรมกาย เนื่องจากพระธัมมชโยมีอาการอาพาธตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าจากวัดพระธรรมกาย เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 14 พ.ค. พระสนิทวงศ์ วุฑฒิวังโส ผอ.สำนักสื่อสารองค์กร วัดพระธรรมกาย พร้อมด้วยทีมแพทย์ที่รักษาอาการอาพาธพระเทพญาณมหามุนี เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย คือ ร.อ.นพ.อัฉริยะ แพงมา และ นพ.ศิริพงษ์ พัฒนวิสุทธิ์ ร่วมกันแถลงชี้แจงอาการอาพาธระบุว่า พระเทพญาณมหามุนีมีอาการอาพาธเดิมอยู่แล้ว แต่จากการที่ต้องฝืนลงประกอบพิธีในวันที่ 22 เม.ย. ทำให้อาการทรุดหนักลง และตั้งแต่ต้นเดือน พ.ค. ขาซ้ายบวมมากขึ้นและปวดมาก แพทย์ผู้ดูแลจึงเชิญแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านรังสีวินิจฉัยมาตรวจด้วยอัลตราซาวนด์ และเชิญแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยศาสตร์หลอดเลือด แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโลหิตวิทยามาตรวจวินิจฉัยและรักษา ปรากฏผลการตรวจดังนี้

1.พระเทพญาณมหามุนีมีอาการป่วยเรื้อรังมาแต่เดิม ด้วยโรคหลอดเลือดดำใหญ่ส่วนลึกในช่องท้องข้างซ้ายอุดตัน อันเกิดจากการถูกทับด้วยเส้นเลือดแดงใหญ่ ทำให้เลือดไม่สามารถไหลจากขาซ้ายกลับสู่หัวใจได้ ร่างกายจึงปรับตัวโดยหลอดเลือดดำสายรองขยายขนาดใหญ่ขึ้น เพื่อเป็นช่องทางให้เลือดไหลกลับสู่หัวใจ 2.อาการปวดบวมที่ขาเฉียบพลันที่เกิดขึ้นเพราะหลอดเลือดดำสายรองที่ขยายใหญ่เกิดการอุดตันเฉียบพลัน เลือดจึงคั่งอยู่ที่ขาทำให้เกิดอาการบวมและปวดอย่างมาก และมีความเสี่ยงสูงที่จะทำให้เนื้อเยื่อบริเวณขาขาดเลือดเฉียบพลันและสูญเสียขาได้

3.การที่หลอดเลือดดำสายรองเกิดอุดตันเฉียบพลันในผู้ป่วยที่มีหลอดเลือดดำส่วนลึกอุดตันที่ยังไม่สามารถรักษาสาเหตุให้หายได้ มีความเสี่ยงที่ลิ่มเลือดจะหลุดไปตามกระแสเลือด และไปอุดตันที่หลอดเลือดใหญ่ในปอด อันจะทำให้เสียชีวิตได้ทันที จะต้องหลีกเลี่ยงการเคลื่อนไหวร่างกายและภาวะที่จะทำให้ร่างกายมีการสั่นสะเทือนโดยเฉพาะที่บริเวณขาซ้าย 4.เรื่องแผลเรื้อรังที่ข้อเท้าเกิดจากความดันในหลอดเลือดดำสูงขึ้น ทำให้การไหลเวียนเลือดของเนื้อเยื่อบริเวณข้อเท้าผิดปกติ ประกอบกับผู้ป่วยมีโรคประจำตัวเป็นเบาหวานร่วมด้วย แผลจึงมีโอกาสเสี่ยงต่อการติดเชื้อเฉียบพลันสูง คณะแพทย์จึงได้รักษาโดยการให้ยาและสั่งห้ามนั่งห้อยขา ให้นอนยกขาสูงกว่าระดับของหัวใจเพื่อให้เลือดไหลกลับเข้าสู่หัวใจได้ดีขึ้น

ลงความเห็นว่าไม่ให้ผู้ป่วยเคลื่อนไหวร่างกาย หลีกเลี่ยงการเดินทางอย่างน้อย 2-3 เดือน เพราะอาจทำให้เกิดการสั่นสะเทือนของร่างกายและเพิ่มภาวะความเสี่ยงที่จะทำให้ถึงแก่ชีวิตได้ เป็นเหตุให้พระเทพญาณมหามุนีไม่สามารถเดินทางมาพบ พนักงานสอบสวนคดีพิเศษตามนัดหมายได้ จึงขอความกรุณาไปยังอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) โปรดมอบหมายให้พนักงานสอบสวนคดีพิเศษเดินทางมาพบพระเทพญาณมหามุนี ที่วัดพระธรรมกาย ในเวลา 14.00 น. วันที่ 16 พ.ค. เพื่อเป็นการยืนยันข้อเท็จจริงรวมทั้งรับทราบถึงเหตุผลความจำเป็นดังกล่าว คณะสงฆ์ยินดีที่จะส่งคณะแพทย์ผู้ตรวจรักษาไปให้ถ้อยคำเพิ่มเติม หรือดีเอสไอจะเชิญแพทย์จากหน่วยงานที่เป็นกลางให้เดินทางมาตรวจอาการก่อนถึงกำหนดนัดหมายก็ได้

พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม กล่าวว่า รอให้พนักงานสอบสวนร่วมกับอัยการประชุมร่วมกันในวันที่ 16 พ.ค.ก่อนว่า จะดำเนินการอย่างไรต่อไป เพราะตนไม่สามารถสั่งการอะไรได้ พนักงานสอบสวนจะไปสอบปากคำที่วัดตามข้อเรียกร้องของพระธัมมชโยหรือไม่ ตนไม่ทราบ เนื่องจากไม่ใช่พนักงานสอบสวน ปล่อยให้ดีเอสไอทำงานไป ถ้าเข้าไปยุ่งกับคดีมากเกินไป เดี๋ยวจะหาว่าไปสั่งการอย่างนั้นอย่างนี้ เรื่องนี้เป็นเรื่องของกระบวนการยุติธรรมขอให้ทำตามระบบ ส่วนการที่พระธัมมชโยเฉไฉไปมา ไม่ยอมมาให้ปากคำตามกำหนดดีเอสไอนั้น คิดว่าสังคมจะพิสูจน์เอง




ที่มา...
http://www.thairath.co.th/content/620450