ผู้เขียน หัวข้อ: สั่งฟัน 3 ตำรวจทำร้ายนักศึกษา จำคุกคนละ 1 ปี ไม่รอลงอาญา  (อ่าน 542 ครั้ง)

ออฟไลน์ admin

  • Administrator
  • medtech ปี เอก
  • *****
  • กระทู้: 2342
    • อีเมล์



ศาลมีคำสั่งจำคุก 3 ตำรวจ ทำร้ายนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม จำคุก คนละ 1 ปี ไม่รอลงอาญา-ยกฟ้องในข้อหาพยายามฆ่าผู้อื่น อนุญาตให้ประกันตัวคนละ 500,000

          จากกรณที่นักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม ชั้นปีที่ 3 สาขารัฐศาสตร์ จำนวน 5 คน ประกอบด้วย นายชัยธวัช ธำรงศักดิ์คุณ, นายศิริวัฒน์ คุ้มทัศ, นายธนพล คงอิว, นายธราเทพ แสงพิรุณ และน.ส.กมลชนก กล่ำเทพ ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ 3 คน คือ ส.ต.อ. สุบิณ  นุชขำ ผบ.หมู่ กก.สส.ภ.จ.พิษณุโลก จำเลยที่ 1 ร.ต.ท. ธนาคาร  ชัยพิพัฒน์ สังกัดกลุ่มงานสืบสวน ภ.จ.พิษณุโลก จำเลยที่ 2 และ ร.ต.อ. วุฒิภัทร  บัวอุไร สังกัดกลุ่มงานสืบสวน ภ.จ.พิษณุโลก จำเลยที่ 3 ซึ่งก่อเหตุขับรถไล่ยิงแล้วลงไปทำร้ายร่างกายนักศึกษาจนได้รับบาดเจ็บสาหัส ในคืนของวันที่ 18 มีนาคม 2559 โดยขณะเกิดเหตุกล้องวงจรปิดสามารถบันทึกภาพไว้ได้ ก่อนที่ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้ง 3 นายจะถูกสั่งให้ออกจากราชการ







    ล่าสุดวันที่ 31 มกราคม 2560 ศาลจังหวัดพิษณุโลก ได้นัดอ่านคำพิพากษาในคดีดังกล่าว ซึ่งทางโจทก์ยื่นฟ้อง 5 ข้อหาดังนี้

          1. ร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่น
          2. เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ
          3. ทำร้ายร่างกายจนบาดเจ็บสาหัส
          4. กักขังหน่วงเหนี่ยว 5.ความผิดต่อเสรีภาพข่มขืนจิตใจผู้อื่น

          ทั้งนี้ศาลพิพากษาจำเลยทั้ง 3 มีความผิดจริงตามมาตรา 309 วรรค 2 มาตราเดียว เพราะเป็นการกระทำความผิดกรรมเดียว ผิดกฎหมายและลงโทษบทหนักสุด โดยลงโทษจำเลยแต่ละคนไม่เท่ากัน และยกฟ้องในข้อหาพยายามฆ่าผู้อื่น และเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ



          โดยมีโทษดังนี้

          - จำคุกจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 2 และจำเลยที่ 3 คนละ 1 ปี ฐานร่วมกันกักขังหน่วงเหนี่ยวและข่มขืนจิตใจผู้อื่น แต่ความผิดฐานทำร้ายร่างกายจำเลยให้การเป็นประโยชน์ยอมรับสารภาพบางข้อหาในระหว่างสืบพยาน และนำเงินมาบรรเทาความเสียหายให้ฝ่ายโจทก์คนละ 40,000 บาท ศาลจึงลดโทษให้กึ่งหนึ่ง

          - ส่วนจำเลยที่ 2 และ 3 ศาลลดโทษให้ 1 ใน 3 คงจำคุกจำเลยที่ 1 จำนวน 11 เดือน จำเลยที่ 2 และ 3 จำนวน 8 เดือน โดยไม่รอลงอาญา โดยอนุญาตให้ประกันตัวโดยวางหลักทรัพย์คนละ 500,000 บาท

          อย่างไรก็ดี ผู้สื่อข่าวรายงานว่าทางกลุ่มนักศึกษาและญาติ ต่างพอใจและเคารพการตัดสินของศาล แต่จะขอยื่นอุทธรณ์กับศาลในข้อห้าร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่น และเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบต่อไป

          ทั้งนี้นักศึกษายังรู้สึกหวาดกลัวกับการกระทำที่รุนแรงของเจ้าหน้าที่ตำรวจซึ่งเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ จึงอยากฝากไปถึงผู้ที่ถูกกระทำให้ลุกขึ้นต่อสู้เพื่อความยุติธรรม และป้องกันการกระทำของเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ให้เกิดเรื่องกรณีนี้ซ้ำอีก




ที่มา : http://hilight.kapook.com/view/148589