ผู้เขียน หัวข้อ: นายกอบต.เอี่ยวบึ้ม 'อุสตาซ'ซัดทอด พื้นที่อ.หนองจิก พบศพเจ้าของรถ  (อ่าน 1126 ครั้ง)

ออฟไลน์ admin

  • Administrator
  • medtech ปี เอก
  • *****
  • กระทู้: 2342
    • อีเมล์
http://www.thaipost.net/sites/default/files/110560_phbsphecchaakhngrththamkhaarbmbthiipattaanii_02.jpg

ทหารรวบ "อุสตาซ" ต้องสงสัยคาร์บอมบ์บิ๊กซีปัตตานี เค้นสอบจนยอมรับสารภาพ ก่อนซัดทอดนายก อบต.หนองจิกมีส่วนพัวพันเหตุการณ์ เผยตำรวจออกหมายเรียกมาสอบปากคำแล้ว ขณะที่เจ้าของรถกระบะที่ถูกกลุ่มคนร้ายปล้นมาใช้คาร์บอมบ์กลายเป็นศพกลางทุ่งนา! ผบ.ตร.เตือนเจ้าของธุรกิจม่านในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ ระวังถูกโทร.ลวงไปฆ่าชิงรถมาก่อเหตุ

พล.ท.ปิยวัฒน์ นาควานิช แม่ทัพภาคที่ 4 เผยถึงความคืบหน้าการตรวจสอบเหตุคาร์บอมบ์บริเวณด้านหน้าประตูทางเข้าห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี จ.ปัตตานี ว่าสามารถควบคุมตัวผู้ต้องหาซึ่งเป็นอุสตาซได้ 1 คน โดยยอมรับสารภาพว่าเป็นคนเช็ดคราบเลือดที่อยู่ภายในรถคันที่ก่อเหตุคาร์บอมบ์ และให้การซัดทอดผู้ที่ร่วมขบวนการปล้นรถทั้งหมดจำนวน 8 คน ซึ่งหนึ่งในนั้นเป็นถึงระดับนายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ในพื้นที่ อ.หนองจิก จ.ปัตตานี

พล.ท.ปิยวัฒน์กล่าวว่า ก่อนหน้านั้นเจ้าหน้าที่ได้ออกหมายจับผู้ต้องหาไปแล้ว 1 ราย โดยเกี่ยวข้องกับคดีด้านความมั่นคง และคาดว่าจะเกี่ยวข้องกับคดีนี้ด้วย เบื้องต้นมีผู้ต้องหาก่อเหตุปล้นรถเพื่อนำมาทำคาร์บอม บ์ 10 ราย แต่จะมีมากกว่านั้นหรือไม่ ต้องดูที่คำให้การและการให้คำซัดทอดของผู้ต้องหาทั้งหมด อย่างไรก็ตาม คาดว่าเจ้าของรถกระบะที่ใช้ก่อเหตุนั้นจะเสียชีวิตไปแล้ว แต่ต้องรอผลการตรวจเลือดหรือดีเอ็นเอจากคราบเลือดก่อนว่าเป็นอย่างไร ทั้งนี้ เมื่อทราบว่าเจ้าของรถเป็นใคร ก็ส่งเจ้าหน้าที่ไปดูแลครอบครัวเจ้าของรถด้วย

แม่ทัพภาคที่ 4 กล่าวว่า จากนี้ไปประชาชนในพื้นที่จะลำบากเล็กน้อยเรื่องการสัญจรไปมา เพราะทางเจ้าหน้าที่จะต้องตรวจรถทุกคัน แม้แต่รถไอศกรีม เพราะผู้ก่อเหตุพยายามปรับเปลี่ยนแผนก่อเหตุอยู่ตลอดเวลา ซึ่งเราจะต้องทำให้ดีกว่าเขา ทุกครั้งเราใช้ความเป็นมนุษยธรรม ความเป็นพี่เป็นน้องไทยมุสลิม ไทยคริสต์ ไทยพุทธ ไทยจีนอยู่ด้วยกัน และเปิดโอกาสให้ทุกอย่าง จะเห็นได้ว่าทั้ง จ.ปัตตานี จ.ยะลา และ จ.นราธิวาส พี่น้องออกมาจับจ่ายใช้สอยได้หมดทุกคน

"เหตุการณ์นี้ถือเป็นครั้งแรก ผู้ก่อเหตุไม่ได้เสียมวลชน แต่เสียความเป็นมนุษย์ เสียความเป็นคน จึงขอให้ประชาชนช่วยกันสอดส่องดูแลว่ามีคนที่ไม่ใช่คน และคนที่ไม่ใช่มนุษย์มาอยู่ในพื้นที่หรือเปล่า” แม่ทัพภาคที่ 4 กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า ในอนาคตจะต้องตรวจสอบเรื่องของคุณสมบัติการเป็นนายก อบต.หรือไม่ พล.ท.ปิยวัฒน์กล่าวว่า เป็นเรื่องของจังหวัดที่จะต้องตรวจสอบคุณสมบัติและประวัติหลายอย่าง เพราะเหมือนกับการเล่นการเมืองทั่วไป ใครมีอิทธิพลก็จะได้เป็น คนที่ไม่มีอิทธิพลแต่เป็นคนดีก็ลำบาก เป็นแค่ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) ซึ่งเราต้องดูว่าผู้ที่จะเป็นเจ้าหน้าที่รัฐต้องปฏิบัติตนอย่างไรบ้าง

มีรายงานแจ้งว่า ตำรวจได้ออกหมายเรียกนายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ในพื้นที่ อ.หนองจิก จ.ปัตตานี เข้าสอบปากคำหลังถูกซัดทอดแล้ว

พบศพเจ้าของรถกระบะ

เวลา 16.15 น. สภ.หนองจิก รับแจ้งเหตุพบศพ เบื้องต้นทราบชื่อเป็นนายนุสน ขจรคำ อาศัยอยู่บ้านเลขที่ 81/23 ม.9 ต.สะเตงนอก อ.เมืองฯ จ.ยะลา ซึ่งเป็นเจ้าของรถยนต์กระบะอีซูซุ ดีแมกซ์ บจ-3303 ยล. พบที่แอ่งน้ำในทุ่งนา หมู่ 1.บ้านเกาะเปาะเหนือ ต.เกาะเปาะ อ.หนองจิก จ.ปัตตานี  โดยเจ้าหน้าที่ทหาร-ตำรวจพร้อมด้วยชุดเก็บกู้วัตถุเข้าตรวจสอบ พบสภาพศพเน่ามีกลิ่นเหม็น เบื้องต้นทราบว่ามีบาดแผลถูกยิงและมีเชือกรัดที่คอ

พล.ต.ต.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผบก.ภ.จ.ปัตตานี เผยว่า เป็นศพของเจ้าของรถแน่นอน สภาพศพถูกรัดคอเสียชีวิตอยู่ในแอ่งน้ำในทุ่งนา ส่วนกลุ่มคนร้ายขณะนี้เราเชิญตัวสรุปแล้วเพียง 2 คน และเป็นผู้ต้องสงสัย อยู่ระหว่างการสอบสวนและขยายผล คาดว่าจะจับคนร้ายเพิ่มอีก เพราะคนร้ายยังกบดานในพื้นที่ โดยได้ปิดกั้นพื้นที่ชายแดนแล้ว

วันเดียวกัน สำนักจุฬาราชมนตรีออกแถลงการณ์ประณามกรณีการวางระเบิดห้างบิ๊กซี จังหวัดปัตตานี จนเป็นเหตุให้ผู้บริสุทธิ์ได้รับบาดเจ็บจำนวนมากว่า ขอแสดงความเสียใจต่อประชาชนผู้ได้รับบาดเจ็บ และขอประณามการกระทำอันเ***้ยมโหดและไร้มนุษยธรรมของผู้ก่อการในครั้งนี้ ปฏิบัติการความรุนแรงด้วยการวางระเบิด โดยมีเป้าหมายเพื่อทำร้ายเข่นฆ่าประชาชนผู้บริสุทธิ์ในที่สาธารณะนั้น เป็นการกระทำที่ขลาดเขลา ไร้มนุษยธรรม และละเมิดกับหลักธรรมคำสอนของทุกศาสนาอย่างร้ายแรง และสำหรับศาสนาอิสลามนั้น ถือว่าเป็นบาปใหญ่ที่พระผู้เป็นเจ้าจะลงโทษผู้กระทำการเยี่ยงนี้ก่อนสิ่งอื่นใดในวันพิพากษา ดังปรากฏในวจนะศาสดามุฮัมมัด ความว่า “สิ่งแรกที่มนุษย์จะถูกพิพากษาในวันปรโลก คือ การละเมิดเลือดเนื้อและชีวิต”

สำนักจุฬาราชมนตรี เรียกร้องต่อทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ดังนี้ 1.ให้ผู้ก่อความรุนแรงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายใดก็ตาม ยุติการทำร้ายและสังหารประชาชนผู้บริสุทธิ์ในทันที 2.ให้รัฐบาลเร่งกระทำทุกวิถีทาง เพื่อปกป้องประชาชนผู้บริสุทธิ์และป้องกันมิให้ความรุนแรงต่อผู้บริสุทธิ์เกิดขึ้นอีก โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อชีวิตเด็ก สตรี ผู้สูงอายุ และผู้นำศาสนา ตลอดจนศาสนสถานของทุกศาสนา

3.ให้รัฐบาลเร่งเยียวยาเหยื่อของความรุนแรงและครอบครัว และนำผู้กระทำความผิดมาลงโทษตามกระบวนการยุติธรรมโดยเร็ว 4.ให้รัฐบาลเร่งหาทางฟื้นฟูกระบวนการสันติภาพ เพื่อหาทางออกจากความรุนแรงที่ยืดเยื้อมายาวนานในจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเฉพาะการสนับสนุนการมีส่วนร่วมของประชาชนและภาคประชาสังคมทุกหมู่เหล่า ให้เข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาความรุนแรงในพื้นที่ต่อไป

พูโลอัดรัฐดูแล ปชช.ไม่ได้

ทางด้านนายกัสตูรี มะโกตา แกนนำพูโล ได้แสดงความเห็นในเฟซบุ๊ก ว่าเหตุการณ์คาร์บอมบ์ที่ห้างบิ๊กซีปัตตานีนั้น ในนามส่วนตัวไม่เห็นด้วยกับการกระทำกับประชาชนผู้บริสุทธิ์ และเรียกร้องให้เลิกการกระทำลักษณะรุกรานหรือรังแกคนต่างเชื้อชาติและไม่ใช่มุสลิม ตรงกันข้าม การเคลื่อนไหวความเป็นชาตินิยมอาจนำสู่ความล้มเหลวกับตัวมันเสียเอง เราต้องตระหนักและต้องจดจำไว้การต่อสู้ของเราเป้าหมายมาจากประชาชนและเพื่อประชาชน เราควรสนับสนุนพวกเขา ไฉนพวกเขาจะสนับสนุนเราในเมื่อเราไปกระทำนอกเหนือผลประโยชน์ของพวกเขา ซ้ำยังสร้างความเดือดร้อนให้กับพวกเขา

ทั้งนี้ ในนามส่วนตัวและครอบครัวสมาชิกกลุ่มพูโล (PULO) ขอแสดงความเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เราทุกคนต่างเห็นใจกับเหยื่อทั้งชายหญิงและเด็กเล็กๆ จึงขอภาวนาต่ออัลลอฮ์ขอให้ทรงประทานความสะดวกให้ท่านทั้งหลายสิ่งที่เกิดขึ้นเห็นเป็นที่ประจักษ์ ว่ารัฐบาลไทยไม่สามารถคุ้มครองและให้หลักประกันในชีวิต ทรัพย์สินของประชาชนชาวมลายูปัตตานี ถึงเวลาแล้วจึงอยากเรียกร้องให้รัฐบาลไทยคืนอำนาจให้ประชาชนชี้ชะตาอนาคตของตัวเอง

นายอาบู ฮาฟิซ อัล-ฮาคิม โฆษกมาราปาตานี ได้กล่าวว่า ทางมาราปาตานีไม่สนับสนุนความรุนแรงและต้องประณามผู้ก่อเหตุ เป็นการกระทำที่ขี้ขลาดในการทำให้เกิดอันตรายต่อพลเรือนและบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องกับการต่อสู้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อสตรีและเด็ก ต้องนำตัวคนร้ายมาขึ้นศาล เราขอแสดงความเห็นใจและความเสียใจต่อเหยื่อ ต่อพวกเราประชาชนปาตานี ทุกเชื้อชาติศาสนา

ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตง.) พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) กล่าวถึงเหตุการณ์บอมบ์บิ๊กซีปัตตานี ว่าหลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการสืบสวนหาตัวผู้กระทำความผิดและเบาะแสของคนร้าย ส่วนหมายจับเป็นหมายจับในฐานข้อมูลอยู่แล้ว เป็นหมายจับเก่าที่ออกหมายไว้แล้ว ส่วนคนร้ายที่ก่อเหตุมีการแบ่งงานกันทำ คนร้ายที่ปล้นรถก็อีกชุดหนึ่ง คนร้ายที่ขับรถไปลอบวางระเบิดอีกชุดหนึ่ง

พล.ต.อ.จักรทิพย์ฝากเตือนไปยังผู้ประกอบการที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และอีก 4 อำเภอที่จังหวัดสงขลาว่า ขณะนี้รูปแบบการประทุษกรรมของคนร้ายปรับเปลี่ยนไป เช่น กรณีที่เกิดขึ้นทำธุรกิจผ้าม่าน มู่ลี่ คนร้ายจะอ้างเป็นผู้ใช้บริการโทร.มาแจ้งให้มาซ่อมที่บ้าน เมื่อสบโอกาสคนร้ายก็จะฆ่าชิงทรัพย์ นำรถไปประกอบระเบิด ขอให้เจ้าของธุรกิจระวัง คนร้ายเหล่านั้นยังมีความต้องการรถยนต์กระบะ จักรยานยนต์ เพื่อนำไปก่อเหตุระเบิด

ผบ.ตร.กล่าวต่อว่า ส่วนกระแสข่าวที่มองว่าการข่าวไม่รับทราบเลยหรือที่คนร้ายจะมาก่อเหตุนั้น บางครั้งการข่าวทราบก่อนเกิดเหตุเพียงครึ่งชั่วโมงหรือชั่วโมงหนึ่ง ฉะนั้นการเฝ้าระวังไม่รู้จะเกิดตรงไหน ถ้าถามว่าทราบไหม เราทราบแน่ เมื่อเหตุเกิดเจ้าหน้าที่ก็เร่งดำเนินการจับกุมตัวผู้ก่อเหตุ ส่วนข้อมูลของคนร้ายเรามีข้อมูลอยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม ขอเวลาเจ้าหน้าที่ในการทำงานสักระยะ

ผบ.ตร.จวกกรรมการสิทธิ

พล.ต.อ.จักรทิพย์ยังได้ตอบโต้กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติที่ออกมาตำหนิเจ้าหน้าที่ในเรื่องการข่าวในพื้นที่ ว่ากรรมการสิทธิฯ ก็ตำหนิแต่เฉพาะเจ้าหน้าที่ แต่ถามว่าคนเจ็บ 60 คน แล้วคณะกรรมการสิทธิฯ ทำอะไรบ้างนอกจากประณาม ยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ทำหน้าที่อย่างเต็มที่แล้ว จึงอยากให้คณะกรรมการสิทธิฯ ที่เป็นผู้ชายลงมาร่วมทำงานกับเจ้าหน้าที่ก็ได้ หรือเป็นสายข่าวให้เจ้าหน้าที่ก็ได้

พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ภายหลังจากเกิดเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดคาร์บอมบ์บริเวณห้างบิ๊กซี สาขาปัตตานี ล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนภูธรจังหวัดปัตตานีได้เร่งติดตามตัวคนร้าย โดยแกะรอยจากกล้องวงจรปิดตามจุดต่างๆ รวมทั้งบริเวณจุดตรวจหน้าห้างบิ๊กซี ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้รับรายงานว่าเจ้าหน้าที่สามารถรวบรวมข้อมูลหลักฐานที่เป็นประโยชน์ในการสืบหาตัวคนร้ายได้คืบหน้ามากพอสมควร จึงฝากชื่นชมการทำงานของเจ้าหน้าที่ที่เป็นไปอย่างรวดเร็ว ทำให้พี่น้องประชาชนเกิดความเชื่อมั่น

อย่างไรก็ตาม นายกฯ ได้ขอความร่วมมือไปยังพี่น้องประชาชนและสื่อมวลชน ไม่เผยแพร่หรือส่งต่อภาพและคลิปเหตุการณ์ระเบิดดังกล่าวผ่านช่องทางต่างๆ โดยเฉพาะในสื่อออนไลน์ เพราะนอกจากจะเป็นการตอกย้ำความรุนแรงที่เกิดขึ้น และเข้าทางของผู้ก่อเหตุแล้ว ยังอาจส่งผลต่อรูปคดี เช่น ทำให้คนร้ายไหวตัว และยังกระทบต่อความรู้สึกและบั่นทอนกำลังใจของประชาชนและเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ รวมทั้งความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจในจังหวัดชายแดนภาคใต้ด้วย

ที่สถานีตำรวจภูธรหาดใหญ่ พล.ต.ต.ปรีดา เปี่ยมวารี ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสงขลา เรียกประชุมเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงทั้งทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง และภาคเอกชน ทั้งห้างสรรพสินค้า โรงแรม สถานบันเทิง และผู้ประกอบการต่างๆ เพื่อร่วมกันวางแผนมาตรการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่ อ.หาดใหญ่ ป้องกันการลอบเข้ามาก่อเหตุความไม่สงบ หลังจากที่เกิดเหตุลอบวางระเบิดคาร์บอมบ์ครั้งใหญ่ที่ห้างบิ๊กซีสาขาปัตตานี เมื่อสองวันที่ผ่านมา และพื้นที่ อ.หาดใหญ่ เป็นหนึ่งในเมืองเศรษฐกิจหลักที่มีการแจ้งเตือนให้เฝ้าระวังเป็นพิเศษ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทั้งเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงและภาคเอกชนได้ประสานความร่วมมือกันป้องกันเหตุร้าย ทั้งการตรวจเข้มบริเวณจุดตรวจด้านความมั่นคงเส้นทางเข้าเมืองหาดใหญ่ทั้ง 3 แห่ง เพื่อสกรีนรถที่ผ่านด่าน ตั้งจุดตรวจลอยเส้นทางสายรองและเส้นทางลัดหมุนเวียนสับเปลี่ยนกันไปเพื่อป้องกันการใช้เป็นเส้นทางผ่าน จัดกำลังตรวจและดูแลพื้นที่ย่านการค้าใจกลางเมือง และให้ห้างสรรพสินค้าและสถานประกอบการต่างช่วยตรวจสอบรถและวัตถุต้องสงสัยต่างๆ รวมถึงการติดตั้งกล้องวงจรปิดเพิ่มในจุดที่ยังเป็นจุดบอดเพื่อให้รัดกุมมากยิ่งขึ้น.

ที่มา: http://www.thaipost.net