ผู้เขียน หัวข้อ: ป่วยเจียนตายโทรหา1669 แนะกินยา-ไม่มารับสุดท้ายดับ..  (อ่าน 540 ครั้ง)

ออฟไลน์ admin

  • Administrator
  • medtech ปี เอก
  • *****
  • กระทู้: 2342
    • อีเมล์
ชาวโซเชียลถล่มยับ!! ลูกชายสารวัตรสอบสวนปวดหัวช็อกเกร็ง ญาติโทรหาเจ้าหน้าที่สายด่วนฉุกเฉิน 1669 รพ.ประจวบคีรีขันธ์ กลับแจ้งให้กินยาพาราฯไปก่อน แถมไม่จัดรถมารับ สุดท้ายไม่ทันการณ์เสียชีวิตจากอาการติดเชื้อในกระแสเลือด 

เมื่อวันที่ 15 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีมีผู้ใช้ชื่อ Api Brahman Land โพสต์ข้อความและภาพผ่านเฟซบุ๊กประจวบคีรีขันธ์ ระบุว่า "มีผู้เสียชีวิตจากการทำงานล่าช้าของสายด่วนฉุกเฉิน 1669 ประจวบ เนื่องจากไม่ยอมจัดส่งรถกู้ชีพไปรับผู้ป่วยหลังจากได้รับแจ้ง บอกแต่เพียงให้ไปกินยาพารา แล้วเช้าจะส่งรถมารับ ขณะนี้ผู้ป่วยเสียชีวิตแล้ว สาเหตุติดเชื้อในกระแสเลือดมาถึง รพ.ช้าเกินไป ผมอยากให้เจ้าหน้าที่คนที่รับเรื่องในวันที่ 12 กันยายน ที่ผ่านมาเวลาประมาณตีหนึ่ง มาขอขมาศพ หากไม่มาผมจะตามเอาเรื่องให้ถึงที่สุดครับ จึงขออนุญาตเฟซนี้ช่วยตามให้หน่อยครับ" จนทำให้มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก
 
จากการสอบถาม นายอภิเชษฐ์ พรรณไวย์ อายุ 41 ปี อาชีพทนายความ เจ้าของเฟซบุ๊ก กล่าวว่า ผู้ตายเป็นหลานชาย ชื่อ นายสันติ สุขพรรณไวย์ หรือน้องลูกชิต อาชีพทำไร่ อายุ 20 ปี อยู่บ้านเลขที่ 874 หมู่ 12 บ้านน้ำโจน ต.อ่าวน้อย อ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ เป็นบุตรชายของ พ.ต.ท.ราชันย์ พรรณไวย์ สารวัตรสอบสวน สภ.เมือง จ.ภูเก็ต โดยก่อนเสียชีวิตหลานอาศัยอยู่กับย่าที่บ้านพัก โดยป่วยเป็นโรคธาลัสซีเมียตั้งแต่เด็ก ก่อนเสียชีวิตในช่วงค่ำวันที่ 12 ก.ย.ที่ผ่านมา มีอาการป่วยปวดศีรษะ จากนั้นได้รับประทานยาพาราเซตามอลและเช็ดตัว แต่อาการไม่ดีขึ้น ทำให้ญาติที่ดูแลอาการโทรศัพท์แจ้ง 1669 หรือศูนย์สั่งการประจวบคีรีขันธ์ แต่ได้รับตำตอบจากเจ้าหน้าที่ผู้ชายที่รับสายว่า ให้ผู้ป่วยกินยาพาราฯไปก่อน จากนั้นช่วงเช้าจะมารับ โดยไม่ได้แจ้งเหตุผลว่าติดภารกิจรับผู้ป่วยเคสอื่นหรือไม่ จากนั้นญาติได้โทรศัพท์แจ้งให้ตนทราบขณะทำธุระอยู่ในเมืองประจวบฯ จึงเดินทางกลับไปดูอาการของหลานและได้โทรไป 1669 อีกครั้ง เนื่องจากผู้ป่วยมีอาการช็อกเกร็งหายใจไม่ออก ทำให้มีปากเสียงกับเจ้าหน้าที่ 1669  
 
"กระทั่งเวลาตี 3 ผมได้นำหลานชายขึ้นรถเพื่อไปพบแพทย์ที่ รพ.ประจวบฯ ระยะทางประมาณ 35 กม. ระหว่างทางเมื่อเดินทางมาถึงบ้านวังมะเดื่อ ต.อ่าวน้อย มีรถ 1669 รพ.ประจวบฯ พร้อมเจ้าหน้าที่ชาย 3 คน แล่นรถสวนมา จึงย้ายหลานใส่รถกู้ชีพไปทำการรักษาตัว จากนั้นหลานชายได้เสียชีวิตจากอาการติดเชื้อในกระแสเลือดที่ รพ.ประจวบฯ เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 13 ก.ย. ดังนั้นผมขอเรียกร้องให้โรงพยาบาลออกมาแสดงความรับผิดชอบ ผมจะไม่ฟ้องร้องเรียกค่าเสียหาย แต่ขอให้เจ้าหน้าที่ 1669 ที่รับสายมาขอขมาศพ เนื่องจากการทำงานมีความล้าช้าหรือมีความผิดพลาดทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิต และโรงพยาบาลต้องนำเรื่องนี้ไปพัฒนา เพื่อเป็นกรณีศึกษาไม่ให้มีปัญหาลักษณะนี้กับผู้ป่วยรายอื่น



ต่อมา นางสุวรรณา เกตะทร เจ้าหน้าที่สำนักงานพัฒนาคุณภาพบริการ รพ.ประจวบฯ และคณะเจ้าหน้าที่ ได้เดินทางไปที่ศาลาบำเพ็ญกุศลศพวัดวังไทรติ่ง ต.อ่าวน้อย เพื่อเคารพศพและแสดงความเสียใจ พร้อมพูดคุยกับบิดาและญาติผู้เสียชีวิต โดยนำสิ่งของมามอบให้ จากนั้นได้กล่าวว่า เบื้องต้นผู้ป่วยเสียชีวิตเนื่องจากติดเชื้อในกระแสเลือด ขณะทำการรักษาเจ้าหน้าที่ได้ใส่เครื่องช่วยหายใจ ยอมรับว่าเจ้าหน้าที่เวรที่รับโทรศัพท์สายด่วน 1669 ไม่ได้ประเมินอาการของผู้ป่วยอย่างะเอียดตามหลักวิชาการ ซึ่งจะนำปัญหาดังกล่าวไปปรับปรุงพัฒนาการทำงาน ยืนยันว่าจะนำเจ้าหน้าที่ 1669 เดินทางมาเคารพศพ และร่วมฟังสวดพระอภิธรรมศพ พร้อมกับทีมผู้บริหารของ รพ. แต่ขณะนี้ ผอ.รพ.ประจวบฯ ติดภารกิจประชุมที่ต่างจังหวัด. ..

ที่มา : https://www.dailynews.co.th/regional/598417