ผู้เขียน หัวข้อ: หลวงตา ยัน ไม่เคยล่วงเกินเด็กสาวอายุ 18 อย่างที่แม่กล่าวหา  (อ่าน 476 ครั้ง)

ออฟไลน์ webmaster

  • Administrator
  • medtech ปี เอก
  • *****
  • กระทู้: 3951
    • อีเมล์


ผู้สื่อข่าวเวิร์คพอยท์ลงพื้นที่สอบถามพระอาจารย์ที่ถูกกล่าวอ้างว่าล่วงเกินเด็กสาววัย 18 ภายในกุฏิ และให้เงินเป็นค่าขนม โดยพระอาจารย์ยัน ไม่เคยล่วงเกิน ที่เรียกให้เงิน ให้ข้าวกับเด็กก็เพราะสงสาร

จากที่มีการแพร่ภาพผ่านเฟซบุ๊กผู้หญิงคนหนึ่ง ชาว ต.โพธิงาม อ.ประจันตคาม จ.ปราจีนบุรี ได้ทำร้ายลูกสาวอายุ 18 ปี โดยการนำดินทรายถูใบหน้าลูกสาวจนมีบาดแผลเล็กน้อย จนชาวบ้านเห็นแล้วทนไม่ไหวจึงแจ้งเจ้าหน้าที่เทศบาลฯ ให้ลงพื้นที่ตรวจสอบ เนื่องจากลูกสาวของนางประคองมีสติไม่สมประกอบและเป็นโรคไวรัสอักเสบในสมองพูดจาไมค่อยรู้เรื่อง

จากนั้นเจ้าหน้าที่เทศบาลลงตรวจสอบที่บ้านหลังดังกล่าวร่วมกับผู้นำท้องถิ่น สอบถามนางเอ (นามสมมุติ) แม่ของน้องน้ำ เด็กสาวอายุ 18 ปี ได้เล่าให้ฟังว่า เหตุที่ตีลูกเพราะว่าลูกสาวแอบมีเพศสัมพันธ์กับหลวงตารูปหนึ่งวัย 61 ปี ชื่อหลวงตาสำเนียง

ซึ่งนางประคองบอกว่าตนสงสัยว่าทำไมลูกสาวถึงมีเงินใช้วันละ 100 – 200 บาททุกวัน ลูกสาวบอกว่าหลวงตาสำเนียงให้เงินมาเพราะขอหลับนอนด้วย ทำแบบนี้มา 4 – 5 เดือนแล้ว เมื่อรู้จากปากลูกสาวตนจึงอยากรู้ว่า ที่ลูกสาวพูดมานั้นจริงเท็จแค่ไหน จึงวางแผนให้ลูกสาวไปหาหลวงตาที่วัดตอนเช้าวันที่ 12 ธ.ค. ที่ผ่านมา

เมื่อมาถึงได้ยินเสียงหลวงตาสำเนียงถามลูกสาวตนว่าบอกแม่ตามมาหรือเปล่า และหลวงตาก็ลูกว่าให้ถอดกางเกง และจะให้เงินแค่ 60 บาท ตนจึงส่งเสียงเอะอะ หลวงตาจึงปล่อยลูกสาวออกมาพร้อมกับข้าวถุง

ด้าน พนักงานสอบสวน สภ.ประจันตคาม กล่าวว่า ผู้เสียหายอยู่ในข่ายผู้ป่วยทางจิตและไม่เข้าข่ายเด็กแล้ว จึงยากแก่การดำเนินคดีทางกฎหมายแก่พระสำเนียง เบื้องต้นจะไปสอบปากคำพระสำเนียงร่วมกับพระผู้ใหญ่อีกครั้งหนึ่ง หากเด็กยืนยันว่าร่วมหลับนอนกับสีกาจริง ก็จะให้ทางพระดำเนินการต่อไป

ด้าน พระครูสุทธิโพธิกิจ เจ้าอาวาสวัด ได้ให้พระสำเนียงมาพบที่กุฏิสอบถามเรื่องราวที่เกิดขึ้น ซึ่งทางพระสำเนียงบอกว่า ไม่ได้ทำอะไรเด็ก แค่เด็กมาเอาข้าวที่วัดไปกิน เพราะบ้านเด็กยากจน ไม่ได้ล่วงละเมิดทางเพศเด็ก

เด็กกับแม่อาจจะพูดหรือแต่งเรื่องขึ้นเองก็ได้ และยืนยันว่าถ้าทางการตรวจสอบหาร่องรอยหารถูกข่มขืนและมีหลักฐานว่า ข่มขืนหรือล่วงละเมิดเด็กยินดีที่จะสึกจากพระทันที ขอยืนยันว่าไม่ได้ล่วงละเมิดทางเพศเด็กแม้แต่ครั้งเดียว

โดยในวันนี้ (15 ธ.ค. 60) ทีมข่าวเวิร์คพอยท์ได้เดินทางไปยังวัด อ.ประจันตคาม จ.ปราจีนบุรี เพื่อสอบถามข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น และจากการพูดคุยกับพระครูสุทธโพธิกิจ เจ้าอาวาสวัด ได้เล่าให้ฟังว่า ครอบครัวของนางประคอง มักจะมาขอข้าววัดเป็นประจำ



เนื่องจากทางเทศบาลโพธิ์งามได้มาขอความอนุเคราะห์เนื่องจากครอบครัวของนางประคอง มีฐานะยากจน ซึ่ง น้องน้ำ อายุ 18 ปี ลูกสาว ก็มักจะมาที่วัดบ่อยครั้งเพื่อนำอาหารกลับไป ทำเป็นประจำหลายเดือนแล้ว พระสงฆ์ในวัดก็สงสารบางครั้งจึงให้เงินกลับไปบ้าง

จนในวันที่เกิดเหตุ น้องน้ำก็เดินทางมาขออาหารเป็นปกติ หลวงตาสำเนียง พระลูกวัด (พระที่ถูกกล่าวอ้าง) จึงได้พาเข้าไปในกุฏิ เพื่อที่จะนำอาหารให้เหมือนเช่นเคย พร้อมกับให้เงินไป 100 บาท

เจ้าอาวาสยังเชื่อว่าหลวงตาสำเนียงคงไม่กระทำอนาจารต่อ น้องน้ำ แน่นอน เพราะไม่เคยมีประวัติความประพฤติไม่เหมาะสมมาก่อน เบื้องต้นไม่ได้เอาผิดพระวินัยกับหลวงตาสำเนียง เพียงแต่ได้กล่าวตักเตือนว่าการที่พาสีกาเข้าไปในกุฏิในที่ลับตาคน เพียงลำพังสองต่อสองดูไม่เหมาะสมเท่านั้น

ด้าน หลวงตาสำเนียง อายุ 61 ปี พระที่ถูกกล่าวอ้าง ได้ยืนยันกับทีมข่าวว่า ปกติแล้ว น้องน้ำ จะมาขอรับข้าวที่กุฏิด้านนอกกับพระลูกวัดที่อีกรูป แต่วันนั้นหลวงพี่รูปดังกล่าวไม่อยู่ จึงได้เรียก น้องน้ำ มาเอากับข้าวภายในกุฏิเท่านั้น

และยืนยันว่าไม่ได้มีการล่วงละเมิดทางเพศต่อน้องน้ำแต่อย่างใด เรื่องนี้ตนเป็นผู้ถูกกล่าวหา รู้สึกเสียหายและอับอายอย่างมาก ที่ผ่านมาเคยให้เงินน้องน้ำ 2 – 3 ครั้ง ครั้งละ 60 – 200 บาท และครั้งล่าสุด 60 บาท

ด้าน นางสุรีรัตน์ โลหะขจรพันธไมตรี รักษาการสำนักงานพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดปราจีนบุรี (พม.ปราจีนบุรี) ได้เปิดเผยว่า เบื้องต้น ได้นำตัวทั้งสองแม่ลูกเข้าไปอยู่ในความดูแลของ พม.เรียบร้อยแล้ว โดยก่อนหน้านี้ทั้งแม่และลูกค่อนข้างมีความกดดัน

เบื้องต้น ยังไม่สามารถระบุได้ว่าถูกข่มขืนกระทำชำเราหรือไม่ เพราะวานนี้ได้นำตัวน้องน้ำ ไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลว่ามีการถูกล่วงละเมิดหรือไม่ ซึ่งขณะนี้ยังอยู่ในระหว่างการรอผล พร้อมกับตรวจดูอาการทางจิต

และถ้าหากผลตรวจจาก รพ.ออกมาว่า น้องน้ำ ต้องได้รับการรักษาก็คงจะต้องนำตัวไปรักษากับโรงพยาบาลด้านจิตเวช และต้องประสานตัวส่งตัวน้องน้ำไปบ้านกึ่งวิถีต่อไป โดยนางประคองมารดา ก็ยินดีถ้าหากพม. จะรับไปดูแลรักษา


ที่มา  http://news.sanook.com/