ผู้เขียน หัวข้อ: เก็บเถ้ากระดูกผู้เสียชีวิตทัวร์มรณะ ด้าน เจ้าของรถทัวร์ขอยกเลิกกิจการ  (อ่าน 418 ครั้ง)

ออฟไลน์ webmaster

  • Administrator
  • medtech ปี เอก
  • *****
  • กระทู้: 3951
    • อีเมล์





ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (28 มี.ค.) เมื่อเวลา 05.00 น. ที่วัดดงกระยอม ตำบลห้วยโพธิ์ และ ที่วัดป่าพุทธมงคล ตำบลหลุบ อำเภอเมืองกาฬสินธุ์ พระราชศีลโสภิต หรือ หลวงปู่หนูอินทร์ เกจิชื่อดังภาคอีสาน นำญาติผู้เสียชีวิตจากเหตุรถทัวร์มรณะ ทำการเก็บเถ้ากระดูก ผู้เสียชีวิตทั้งสองแห่งรวม 14 ราย ซึ่งเมื่อวันที่ 25 มีนาคมที่ผ่านมา ได้ทำการฌาปนกิจบนเชิงตะกอนหรือเผาแบบกองฟอนพร้อมกัน

แต่เนื่องจากเพื่อความสบายใจ ตามทำเนียมความเชื่อโบราณ จึงได้ปล่อยให้เชิงตะกอนดับเอง เพื่อลดอาถรรพ์กรณีตายโหงให้วิญญาณสงบ และเป็นกุศโลบายให้ญาติได้ทำใจก่อนที่จะทำการประกอบพิธีทางศาสนา

บรรยากาศเก็บกระดูกของญาติยังคงอยู่ท่ามกลางความเสียใจ เพราะไม่มีใครต้องการให้เกิดอุบัติเหตุ ต่างหวังว่ากรณีอุบัติเหตุรุนแรงเช่นนี้จะเป็นครั้งสุดท้าย การเก็บกระดูกในครั้งนี้ พระราชศีลโสภิต หรือ หลวงปู่หนูอินทร์ ยังได้พรมน้ำมนต์ แผ่เมตตาให้วิญญาณสงบไปสู่ภพภูมิที่ดีขึ้น

ขณะที่ นายกฤษฎา มะลิซ้อน ขนส่งจังหวัดกาฬสินธุ์ เปิดเผยว่า การเอาผิดกับ นางทัน เจ้าของกิจการรถทัวร์ ก่อนหน้านี้ได้ดำเนินการไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการยกเลิกทะเบียนรถที่ก่อนเหตุ เนื่องจากใช้งานไม่ได้อีกแล้ว และการเพิกถอนใบขับขี่ของ นายกฤษณะ คนขับรถ

ล่าสุด นางทัน ได้เข้ามาขอยกเลิกการประกอบธุรกิจทัวร์ หรือยกเลิกการขออนุญาตประกอบการขนส่งไม่ประจำทางด้วยรถที่ใช้ในการขนส่งผู้โดยสารตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคม 2561 ซึ่งมีผลตั้งแต่วันที่ 27 มีนาคมที่ผ่านมา 


ทั้งนี้ รถในบริษัททัวร์ มีจำนวน 3 คัน คือ 1 คันเกิดเหตุ ส่วนคันที่ 2 ได้ขายให้กับบุคคลอื่นไปแล้วและ คันที่ 3 ทราบว่า ได้นำรถทัวร์ไปขายให้กับผู้ประกอบการรายหนึ่งที่จังหวัดนครปฐม เพื่อยุติการประกอบธุรกิจรถทัวร์ เนื่องจากเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งถือเป็นการเลิกกิจการทัวร์

แต่ในด้านการเอาผิดเกี่ยวกับกฎหมายขนส่งนั้น เนื่องจากรถที่เกิดเหตุ ไม่ได้มาตรวจสภาพรถจริงครั้งที่ 2 ตามกฎหมาย เพราะตามกฎหมายรถทัวร์คันดังกล่าวอยู่ในหมวดรถโดยสารสาธารณะไม่จำทางหรือรถเหมาเช่าจะต้องนำมาตรวจสภาพกับขนส่งปีละ 2 ครั้ง เหมือนกับรถโดยสารประจำทางสาธารณะ

ซึ่งตามกำหนดระยะเวลารถคันนี้จะต้องนำมาตรวจสภาพครั้งที่ 2 ไม่เกินเดือนมกราคม 2561 ซึ่งผู้ประกอบการยังคงต้องมาดำเนินการจ่ายค่าปรับ ซึ่งมีอัตราปรับสูงสุดถึง 50,000 บาทเพราะทำผิดเงื่อนไขของกรมขนส่งทางบก

สำหรับบรรยากาศการสอบปากคำผู้ได้รับบาดเจ็บ และญาติผู้เสียชีวิต ยังคงดำเนินต่อไปเป็นวันที่ 2 โดย ตำรวจภูธรจังหวัดกาฬสินธุ์ และ ตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา ได้อำนวยความสะดวกให้กับญาติและผู้เสียหาย เพื่อเร่งสรุปสำนวนในการส่งฟ้องต่อศาลจังหวัดนครราชสีมาคาดว่าจะใช้เวลาไม่เกิน 30 วัน นับจากนี้






ที่มา...https://news.sanook.com