ผู้เขียน หัวข้อ: พ่อ 4 เด็กตกตึก งัดหลักฐานโชว์ไม่เคยทิ้งลูก เพื่อนบ้านยันไม่ใช่ฆาตกรรม  (อ่าน 462 ครั้ง)

ออฟไลน์ webmaster

  • Administrator
  • medtech ปี เอก
  • *****
  • กระทู้: 3951
    • อีเมล์





จากกรณีเด็ก 4 คน พลัดตกจากอาคารห้องพักภายในซอยรามคำแหง 34 กรุงเทพฯ จนเป็นเหตุให้เด็กได้รับบาดเจ็บสาหัส 3 ราย และเสียชีวิต 1 ราย คือ ด.ช.คนัธชา ริ๊กกี้ โบเรล หรือ น้องอเล็กซ์ อายุ 5 ปี แต่ทางพ่อของน้องอเล็กซ์ ไม่เชื่อว่าเป็นอุบัติเหตุ และสงสัยว่าอาจจะเป็นการฆาตกรรม พร้อมคาใจว่าขณะเกิดเหตุ แม่ของน้อง ตายาย อยู่ที่ไหน ทำไมจึงเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น

วันนี้ (7 พ.ค.) ที่โรงพยาบาลแพทย์ปัญญา นางรัตนา ประกายแก้ว หรือ ยายแอ๊ด อายุ 63 ปี ยายของเด็กที่ประสบอุบัติเหตุ เปิดเผยว่า วันเกิดเหตุเมื่อตนให้หลานทั้ง 4 คนหลับแล้ว ตนก็มากินข้าวด้านล่างตึกตอนค่ำ ขณะนั้น ยืนยันว่าในห้องมีเพียงหลานอยู่เท่านั้น ซึ่งหลังจากที่ตนกินข้าวเสร็จแล้ว ก็จะขึ้นไปนอนกับหลานอยู่เป็นประจำ โดยนางรัตนา กล่าวทั้งน้ำตาว่า ตอนนี้อาการของหลานๆ ดีขึ้นแล้ว ซึ่งขณะที่ให้สัมภาษณ์ นางรัตนาก็ร้องไห้ออกมาอย่างหนัก ไม่สามารถให้สัมภาษณ์ต่อได้ พร้อมกับบอกว่า ยายพูดไม่ได้แล้ว >> ยายเผยคำพูดสุดท้ายก่อน 4 หนูน้อยพลัดตกตึก สะอื้นเพิ่งกล่อมนอน รู้สึกผิดเผลอหลับ

ด้าน นายมาร์เชล เลออง โบเรล ชาวสวิตเซอร์แลนด์ พ่อของเด็ก ได้เดินทางมาที่โรงพยาบาลพร้อมนางอัญชลี วิม็งด์ หรือ แตงกวา เพื่อนและทนายความ โดยนายมาร์เชล ได้นำภาพที่ตนถ่ายรูปร่วมกับลูกๆ ทั้ง 4 คน ซึ่งถ่ายไว้เมื่อ 3 ปีก่อน ก่อนที่ตนจะไม่ได้เจอกับลูกๆ มาโชว์ให้ทีมข่าวดู

นายมาร์เชล เปิดเผยว่า ตนพยายามจะมาเจอลูกแต่ถูกแม่ของเด็กกีดกันไม่ยอมให้เจอ ตนรู้สึกเสียใจต่อสิ่งที่เกิดขึ้น เพราะตั้งใจมาหาลูก และพยายามที่จะหาช่องทางในการเจอลูก ตนสงสัยว่าทำไมตำรวจยังหาสาเหตุไม่ได้ ซึ่งผู้เป็นแม่อาจจะเป็นผู้กระทำผิดเอง แต่ทำไมแม่ยังอยู่ใกล้ชิดลูกตนได้ ซึ่งตนก็มีสิทธิ์ตามกฎหมายในฐานะคนเป็นพ่อ แต่กลับไม่มีสิทธิ์เจอลูก >> เปิดใจทั้งน้ำตา แม่เด็ก 4 คนพลัดตกตึก เจ็บปวดอดีตสามีเปิดศึกแย่งศพลูก

นายมาร์เชล พูดทั้งน้ำตาว่า ตนได้ให้ทนายเตรียมเอกสารหลักฐาน และหวังที่จะพูดคุยกับทางผู้อำนวยการโรงพยาบาลในการเข้าเยี่ยมลูกในวันพรุ่งนี้ (8 พ.ค.) เวลา 08.00 น. และยอมรับว่า ที่ตนไม่ได้เข้าเยี่ยมลูก ก็รู้สึกว่าไม่เท่าเทียม เหมือนกับตนถูกมัดแล้วจับโยนลงไปในน้ำ คล้ายกับคนตายทั้งเป็น ตนเองก็ภาวนาทุกวัน อยากให้ลูกมีสุขภาพที่แข็งแรง ตนไม่เคยทราบว่าลูกเจ็บปวดอย่างไรบ้าง แค่อยากขอพบหน้าลูกบ้างสักครั้ง

นอกจากนี้ นายมาร์เชล ได้เปิดเผยเอกสารการรับรองบุตร ที่นายมาร์เชลลงชื่อในฐานะผู้เป็นบิดาของเด็กด้วย และหลังจากที่ ด.ช.คนัธชา ริกกี้ โบเรล หรือ น้องอเล็กซ์ เสียชีวิต ทางโรงเรียนได้ทำประกันอุบัติเหตุหมู่ไว้ จึงต้องมีการจ่ายค่าสินไหมทดแทนให้กับทางครอบครัว แต่ผู้เป็นพ่อคือนายมาร์เชล ได้เขียนว่าระบุ ไม่ประสงค์ขอรับเงินประกันอุบัติเหตุจำนวนเงิน 115,000 บาท และให้น.ส.รัตติกาล ประกายแก้ว แม่ของเด็กรับเงินไว้

ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ละแวกอาคารที่เกิดเหตุ พบ นายพี (นามสมมติ) เพื่อนบ้าน บอกกับทีมข่าวว่า ครอบครัวของตายายจะอยู่อาศัยที่ตึกตามปกติ แต่ด้วยครอบครัวที่ใหญ่ จึงเช่าห้องเอาไว้ 2 ห้อง โดยตายายจะพักอยู่ห้องชั้นล่าง ส่วนแม่ของเด็กและเด็ก 4 คน จะพักอยู่ชั้นบน ส่วนเรื่องการทะเลาะกันในครอบครัวก็เป็นเรื่องปกติ มีการดุด่าว่ากล่าวเด็กๆ ให้พบเห็นบ้างบางครั้ง ในกรณีที่เด็กดื้อหรือซุกซน

นายพีเล่าว่า คนในครอบครัวมักบอกกับเพื่อนบ้านว่า หากมีคนมาถามหาแม่เด็ก หรือเด็กทั้ง 4 คน อย่าบอกว่าทุกคนอาศัยอยู่ที่นี่ แต่ด้วยเหตุผลอะไรนั้น ส่วนตัวก็ไม่ทราบแน่ชัด

นอกจากนี้ นางสาวฉวีมาลัย หรือ ตุ๊ก แม่ค้าร้านอาหารตามสั่ง เล่าด้วยว่า ยายมักจะเป็นคนไปรับหลานกลับจากโรงเรียน จูงมือเดินผ่านร้านของตนเองประจำ ส่วนแม่ของเด็กจะมีเวลาแค่ช่วงกลางวัน เพราะช่วงประมาณ 1-2 ทุ่ม ก็จะออกจากบ้านไปทำงาน จนเลิกงานกลับมาอีกครั้ง 08.00 น. ของวันรุ่งขึ้น บางวันก็ 10.00 – 11.00 โดยประมาณ ส่วนเรื่องการทะเลาะกันในครอบครัวหรือไม่นั้น ตนไม่ทราบ เพราะเป็นเรื่องภายในครอบครัว ส่วนการดื่มสุราของตายายหรือแม่เด็กนั้น ก็ไม่เห็นว่าจะมีนิสัยเป็นคนชอบดื่ม

คุณตุ๊ก กล่าวถึง กรณีที่ฝ่ายพ่อออกมาพูดถึงการเสียชีวิตของน้องอเล็กซ์ว่า ไม่ใช่อุบัติเหตุนั้น ส่วนตัวมองว่า มันก็คืออุบัติเหตุ เด็กรู้เท่าไม่ถึงการณ์ และการปล่อยให้เด็กอยู่ตามลำพังก็ไม่รู้หรอกว่าเด็กคิดอย่างไร หรือการที่ออกไปเล่นแล้วจะต้องตกลงไป แต่การที่พ่อของเด็กมองว่าทางครอบครัวทำร้ายเด็ก ตนคิดว่าไม่ใช่การฆาตกรรม และวันเกิดเหตุ ยายก็นอนอยู่ที่ห้องชั้นล่าง พอเด็กนอนยายก็ปิดห้องลงมานอนตามปกติทุกวัน ดังนั้น เป็นไปไม่ได้ที่แม่จะเป็นคนทำ เพราะแม่ก็รักลูก ที่สำคัญวันเกิดเหตุ แม่ของเด็กก็ออกไปทำงาน ซึ่งตนก็ไม่เคยเห็นแม่เด็กทุบตี หรือดุด่าลูกที่ร้านแต่อย่างใด

ด้าน น.ส.รัตติกาล ประกายแก้ว แม่เด็ก เปิดเผยว่า วันนี้ ด.ญ.ดีมา พาเมล่า โบเรล หรือ น้องดีดี้ ผ่าตัดขาหลังจากกระดูกขาหักการผ่าตัดผ่านพ้นไปได้ด้วยดี ขณะนี้ต้องพักรักษาตัวและต้องนอนกางขาไว้ สำหรับ ด.ช.ลูก้า ฟรองซัว โบเรล วันนี้แพทย์ได้พาไปเอ็กซเรย์สมอง พบว่าอาการบวมลดลง แต่น้องลูก้ายังมีอาการผวาอยู่บ้าง ส่วน ด.ญ.ชนิดา ฟรองซัว โบเรล หรือ แดนี่ อาการทรง ไม่ต้องให้ยาลดความดัน

ขณะนี้ตนก็รู้สึกสบายใจขึ้น เพราะได้ผ่านช่วงเวลาที่ลูกบางคนได้ทำการผ่าตัดแล้วปลอดภัย พร้อมกับขอบคุณทุกคนที่นำเงินมาช่วยเหลือ โดยในวันนี้ได้นำเงินที่ได้รับมา ไปจ่ายมัดจำเหล็กที่ดามขาของน้องดีดี้เรียบร้อยแล้ว

นอกจากนี้ สำหรับประเด็นเรื่องที่น.ส.รัตติกาล ได้โพสต์รูปเรื่องธูปที่ไม่ดับ และเรื่องค่าสินไหมทดแทนที่นายมาร์เชล ได้เขียนมอบให้กับตนนั้น ตนก็ขอไม่ตอบ และขอพูดเรื่องอาการของลูกเท่านั้น เพราะตอนนี้ตนอยากให้อาการน้องดีขึ้น ตนจะไม่ขอตอบโต้กับพ่อของน้องอีก ซึ่งตอนนี้น้องดีดี้อยากกลับไปเรียน และน้องลูก้าก็อยากกลับบ้านแล้ว





ที่มา...https://www.sanook.com/news/6345802/