ผู้เขียน หัวข้อ: ไหมละลาย เปลี่ยนมีดหมอ เป็นเข็มฉีดยา  (อ่าน 1015 ครั้ง)

ออฟไลน์ nongpoint

  • medtech ปี เอก
  • ******
  • กระทู้: 1204
    • อีเมล์
ไหมละลาย เปลี่ยนมีดหมอ เป็นเข็มฉีดยา
   คนดู 4,216 ครั้ง 

“สวยเลือกได้” นิยามใหม่ของนวัตกรรมความงามเพื่อเติม แต้ม แต่ง
จุดบกพร่องทุกส่วนของใบหน้าด้วย ไหมละลายที่ใช้ในการผ่าตัด


   ช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ศัลยแพทย์และผู้คลั่งไคล้ความงามพุ่งความสนใจไปที่นวัตกรรมฟิลเลอร์ ซึ่งเป็นการฉีดแก้ไขเติมเต็มเสริมส่วนที่ขาดหายไปในชั้นผิวหนัง เช่น รอยแผลเป็นขนาดเล็ก หลุมสิว ร่องแก้ม ตีนกา ให้ดูเต็มและเต่งตึงขึ้นมาได้

ฟิลเลอร์ ที่มีลักษณะคล้ายเจลที่มีส่วนผสมของคอลลาเจน ไฮยาลูรอนแนน และแคลเซียมใต้ผิวหนัง ทำให้ผิวในส่วนที่เป็นร่องลึกลงไป กลับมายืดหยุ่น เรียบเนียนเท่ากับผิวบริเวณโดยรอบได้ แต่เชื่อมั่นว่าในปัจจุบันและอนาคตอันใกล้ จะมีนวัตกรรมทางเลือกเพื่อความสวยมากขึ้น สำหรับนำมาแก้ปัญหาผิวพรรณอย่างไม่หยุดหย่อน

ภายหลังการประชุมวิชาการประจำปี 2555 ของสมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทย แพทย์หลายคนฮือฮานวัตกรรมที่เปิดตัวไปแล้วที่ฮอลแลนด์ และยุโรป รวมทั้งได้รับรางวัล Dermal Filler Innovation of the Year 2011 อย่างสารตั้งต้น Poly-caprolactone (PCL)

 มันเป็นโพลีเมอร์เทอร์โมย่อยสลายได้ เกิดมาจากการสังเคราะห์ทางเคมีของน้ำมันดิบ และแม้ว่าจะไม่ได้ผลิตจากวัตถุดิบที่ทดแทน แต่ก็สามารถย่อยสลายได้อย่างเต็มที่ ซึ่งต่อมาได้ใช้เป็นสารประกอบที่ใช้ในไหมละลายสำหรับเย็บแผลผ่าตัด แต่ครั้งนี้ถูกนำมาใช้สำหรับการศัลยกรรมตกแต่ง บรรจุในหลอดฉีดยา

 พญ.ศิริวรรณ ตั้งเจริญชัยชนะ กรรมการผู้จัดการ เฮลธ์ อเวนิว คลินิก กล่าวว่า PCL คือการพัฒนาและปรับปรุงคุณสมบัติของไหมละลายให้นำมาใช้กับเทคโนโลยีความงาม โดยมีกระบวนการฉีดเข้าผิวหนังแบบเดียวกับฟิลเลอร์เดิม

 แต่ที่ไม่เหมือนกันคือ กระบวนการแทรกซึมเข้าไปในชั้นใต้ผิวอย่างแนบเนียน จึงลดการสูญเสียตัวยาจากกรณีถูกเม็ดเลือดขาวกัดกิน อีกทั้งคงสภาพได้ยาวนานกว่าฟิลเลอร์ตัวเดิม ซึ่งมีอายุเพียง 1-2 ปี ขณะที่เทคโนโลยีล่าสุดมีอายุการใช้งานให้เลือกตั้งแต่ 1-4 ปี  และจะค่อยๆ สลายไปจากจุดที่ฉีดอย่างช้าๆ

 "สารประกอบสังเคราะห์ที่ถูกฉีดเข้าไปในร่างกายนั้น ควรมีอายุการใช้งาน 2-3 ปี ซึ่งเพียงพอแล้ว เนื่องจากกลไกสรีระในร่างกายนั้นจะมีการปรับเปลี่ยน และเกิดการหย่อนคล้อยทุกๆ 2-3 ปีอยู่แล้ว หากเพิ่มอายุการใช้งานมากขึ้น อาจทำให้รูปหน้าไม่เหมาะสมก็เป็นได้ อีกทั้งหากเปลี่ยนใจ ต้องการปรับแก้รูปหน้าใหม่ ก็สามารถเลือกอายุการใช้งานน้อย ก็จะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้มาก" คุณหมอ กล่าว

และอีกหนึ่งเหตุผลที่ PCL จะมาสู้กับฟิลเลอร์ตัวเดิม ก็คือผลวิจัยจากการแพทย์ยุโรป ชี้ว่าด้วยคุณสมบัติของไหมละลายที่ส่งต่อมาถึงนวัตกรรม PCL นั้น จะกระตุ้นทำให้เกิดการสร้างคอลลาเจนใต้ผิวหนังรอบๆ บริเวณที่ฉีด ตลอดจนสารไหลเวียน จึงช่วยในการปรับเฉดสีผิว และยังสามารถฉีดในบริเวณที่เสี่ยง เช่น มือและคอ เป็นต้น


เหรียญสองด้านของ “ไหมละลาย”

พญ.ศิริวรรณ กล่าวต่อว่า ใช่ว่าข้อเสียของนวัตกรรมนี้จะไม่มี เนื่องจากมันเป็นสารลักษณะครีม ซึ่งแพทย์บางคนอาจไม่คุ้นเคยและอาจเคยชินกับเจลที่มีโมเลกุลเล็กกว่า จึงจำเป็นต้องใช้ความเชี่ยวชาญมากขึ้น รวมทั้งผลสัมฤทธิ์เรื่องเวลาอาจไม่ทันใจผู้บริโภค ซึ่งหลังจากฉีดสารตัวนี้ทันที จะให้ผลลัพธ์ช้ากว่าฟิลเลอร์เดิม

 อย่างไรก็ตามข้อดีของการใช้ PCL สำหรับเทคโนโลยีความงามก็ยังมีมากกว่า เพราะส่งผลให้เกิดอาการข้างเคียงได้น้อย เนื่องจากถูกประยุกต์มาจากไหมละลายที่ใช้เย็บแผลผ่าตัด และจะสลายไปได้เอง ซึ่งมีข้อเท็จจริงยืนยันจากการใช้งานนานกว่า 10 ปีแล้ว

 “PCL เป็นสารที่เรารู้จักกันมาอยู่แล้ว มีการทดลองที่ยาวนานก่อนนำมาใช้เพื่อศัลยกรรม มันจึงไม่ใช่ของใหม่ แต่สามารถทำให้เป็นเรื่องใหม่ได้ เมื่อค้นพบว่า ไหมละลายช่วยเติมเต็มร่องริ้วรอยไม่พึ่งประสงค์ และยังกระตุ้นคอลลาเจนในชั้นผิว จากที่เคยอยู่ในห้องผ่าตัด จึงย้ายมาอยู่ห้องเสริมความงามได้นั่นเอง”

 ถือเป็นมิติใหม่ที่วงการแพทย์จะต้องนำมาคิดต่อว่า พวกเขาจะสร้างสรรค์นวัตกรรมความงามต่อไปอย่างไร โดยพึ่งพาผลข้างเคียงหรือผลลัพธ์ทางอ้อมที่ได้จากสิ่งเดิมที่มีอยู่แล้วให้มากที่สุด


 
ขอขอบคุณข้อมูลจาก หนังสือพิมพ์ กรุงเทพธุรกิจ วันที่ 8 ต.ค 2555