ผู้เขียน หัวข้อ: กำจัดอาการไออย่างไร ให้หายสนิท  (อ่าน 943 ครั้ง)

ออฟไลน์ tikky

  • Global Moderator
  • medtech ปี เอก
  • *****
  • กระทู้: 1985
กำจัดอาการไออย่างไร ให้หายสนิท
« เมื่อ: กุมภาพันธ์ 15, 2013, 08:22:10 pm »
กำจัดอาการไออย่างไร ให้หายสนิท

 


ช่วงปีใหม่ นับเป็นช่วงเวลาที่หลายคนยึดเป็นวันเริ่มต้นในการเปลี่ยนแปลงตัวเองให้ดีขึ้น แต่สุดท้ายแล้วมักพบว่ามีส่วนน้อยที่ทำได้จริง และบางครั้งอุปสรรคที่ขัดขวางความตั้งใจนั้น มาจากปัญหาสุขภาพเล็กๆ น้อย อย่างอาการไอที่เป็นๆ หายๆ หรือเรื้อรังนี่เอง

ในงานเสวนาให้ความรู้ภายใต้หัวข้อ “กำจัดอาการไอ เริ่มชีวิตใหม่ที่สดใสซาบซ่าตั้งแต่ต้นปี” ผศ. นพ. มานพชัย ธรรมคันโธ คณะแพทยศาสาตร์ ศิริราชพยาบาล กล่าวว่า ทุกวันนี้คนไทยเรามีปัญหาสุขภาพเรื่องอาการไอกันมาก เพราะอากาศที่แปรปรวน และมลภาวะทางอากาศที่เลวร้ายลงทุกที รวมถึงการใช้ชีวิตที่สมบุกสมบันจากหน้าที่การงาน

“อาการไอนี้นอกจากจะบั่นทอนสุขภาพอนามัยที่ดีแล้ว หากปล่อยให้เป็นๆ หายๆ หรือเรื้อรังอยู่ ก็จะเสียบุคลิกภาพ ความมั่นใจ อีกทั้งเสียงไอและการมีเสมะหะเป็นสิ่งรบกวนและเป็นที่รังเกียจของคนรอบข้าง สิ่งเหล่านี้เป็นอุปสรรค์ท้าทายอย่างมากต่อหนุ่มสาววัยทำงานที่มุ่งมั่นที่จะทยานสู่ความเจริญก้าวหน้าตั้งแต่ต้นปี ดังนั้นเราควรจะเริ่มต้นกันที่การเรียนรู้เข้าใจสาเหตุและกลไกการไอ และทำการรักษาดูแลตนเองอย่างถูกวิธีกันโดยด่วน”

คุณหมอ อธิบายต่อว่า “อาการไอเกิดได้จากหลายสาเหตุ และมีลักษณะที่หลากหลาย จึงมีความจำเป็นต้องฉลาดเลือกใช้ยาที่เหมาะสมกับอาการ มิฉะนั้นก็จะไม่หายเสียที หรือกลายเป็นอาการเรื้อรัง ลักษณะของการไอบางครั้งก็ช่วยบอกสาเหตุได้เช่น แบบไอแห้งๆ ไม่มีเสมหะ มักเกิดจากสารระคายเคืองมลภาวะต่างๆ ในสิ่งแวดล้อม เช่น ควันบุหรี่ ฝุ่นละออง แบบที่สองคือไอและแน่นหน้าอก หายใจเร็ว หอบเหนื่อย มักพบในผู้ป่วยในโรคหอบหืดมักต้องใช้ยาขยายหลอดลมโดยช่วยให้กล้ามเนื้อหลอดลมคลายตัว และแบบที่พบบ่อยมากคือ ไอมีเสมหะ ลักษณะเสมหะจะช่วยในการวินิจฉัยโรคเบื้องต้นได้เช่น ถ้าเสมหะสีเหลืองเขียวข้น มักเกิดจากการติดเชื้อ ถ้าเป็นสีขาวใสมักเป็นอาการไอจากภูมิแพ้หรือหอบหืด

สำหรับคนที่ไอและมีเสมหะร่วมด้วยควรได้รับยากลุ่มละลายเสมหะ เช่น กลุ่มคาโบซิสเตอีน 500 มิลลิกรัม หรือ กลุ่มบรอมเฮกซีน 8 มิลลิกรัม เพื่อลดความเหนียวข้นของเสมหะ ทำให้เสมหะถูกละลายและขับออกมา และจะบรรเทารักษาอาการไอดีขึ้น โดยผู้ป่วยซึ่งมีอาการไอแบบมีเสมหะ ไม่ควรเลือกรับระทานยากลุ่มที่ระงับหรือกดอาการไออย่างที่คนมีอาการไอแบบแห้งๆ “แห้ง” ใช้ เพราะยาเหล่านี้แม้จะทำให้ไอรู้สึกว่าน้อยลง แต่ไม่ได้ช่วยให้เสมหะลดลง ในทางตรงข้ามจะยิ่งสะสมมากขึ้นในหลอดลม อาจทำให้เกิดหลอดลมอุดตันและเกิดการติดเชื้อจนกลายเป็นโรคปอดอักเสบรุนแรงได้”

คุณหมอแนะนำทิ้งท้ายว่า ตามปกติแล้วหากรับประทานยาที่ถูกกับโรคและอาการ รวมทั้งหลีกเลี่ยงปัจจัยแวดล้อมที่กระตุ้นการไอ พร้อมทั้งดูแลสุขภาพตนเองด้วยการนอนหลับพักผ่อนและดื่มน้ำอย่างเพียงพอ เสมหะจะลดลงภายใน 3-5 วัน อาการไอจะหายไปภายใน 5-7 วัน


 


ขอขอบคุณข้อมูลจาก หนังสือพิมพ์แนวหน้า วันที่ 15 ก.พ 2556