ผู้เขียน หัวข้อ: จ่อส่งหญิงป่วยจิต ถูกปล่อยเกาะ 20 ปี รักษา-รับเบี้ยยังชีพ  (อ่าน 450 ครั้ง)

ออฟไลน์ pigky

  • medtech ปี เอก
  • ******
  • กระทู้: 1170

จ่อส่งหญิงป่วยจิต ถูกปล่อยเกาะ 20 ปี รักษา-รับเบี้ยยังชีพ
« เมื่อ: วันนี้ เวลา 08:10:58 AM »
 

รอง ผวจ.ชุมพร และคณะเข้าเยี่ยม หญิงป่วยทางจิตโดนพ่อสร้างเกาะล้อมลวดหนาม ขังนาน 20 ปี รักษาอาการทางจิต พร้อมขึ้นทะเบียนเป็นครอบครัวผู้มีรายได้น้อย เพื่อช่วยเหลืออีกทางหนึ่ง...

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 6 มิ.ย. 56 นายชาติชาย อุทัยพันธุ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร พร้อมด้วย นายประจินต์ ธารศิริสิน นายอำเภอเมืองชุมพร นางสาววัลภา แก้วสวี เจ้าหน้าที่สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) จังหวัดชุมพร นายจัด สุจริต ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 2 ต.ทุ่งคา และนายสุรศักดิ์ มณทิราช ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ได้เดินทางไปยังบ้านเลขที่ 32 หมู่ 2 ต.ทุ่งคา อ.เมือง จ.ชุมพร หลังปรากฏเป็นข่าวว่า นายเฉียบ วัฒนจิตต์ วัย 86 ปี เจ้าของบ้านได้กักขัง น.ส.อนงค์ วัฒนจิตต์ อายุ 39 ปี บุตรสาว ที่ป่วยมีอาการทางจิตเป็นเวลานานกว่า 20 ปี ไว้ในกระต๊อบกลางสวนมะพร้าว โดยมีการขุดคูน้ำล้อมรอบและกั้นรั้วลวดหนามอย่างแน่นหนา เนื่องจากเกรงว่าบุตรสาวจะออกมาทำร้ายผู้เป็นพ่อและชาวบ้านหากเกิดอาการคลุ้มคลั่ง จนเป็นที่น่าเวทนาแก่ผู้ที่ทราบข่าวเป็นอย่างมาก



ทั้งนี้ เมื่อไปถึงบ้าน นายชาติชายและคณะก็เจอนายเฉียบ พ่อของ น.ส.อนงค์ พร้อมสอบถามรายละเอียดประมาณ 20 นาที ก่อนมอบเงินสดจำนวนหนึ่งให้นายเฉียบไว้ใช้จ่ายในการดูแลลูกสาว รวมทั้งมอบอาหารและขนมให้ 1 กระเช้า จากนั้นทั้งหมดก็เข้าไปในกระต๊อบที่พักของ น.ส.อนงค์ โดยมีการตะโกนพูดคุยกับ น.ส.อนงค์ และนำอาหารใส่ถุงแขวนที่ปลายไม้ไผ่ แล้วให้นายเฉียบผู้เป็นพ่อยื่นไปให้ น.ส.อนงค์ ที่บ่นว่าอยากกินขนมเดือนสิบและอาหาร ซึ่ง น.ส.อนงค์ อยู่ในสภาพเนื้อตัวสกปรก ผมเผ้ายาวรุงรัง

นายชาติชาย กล่าวว่า ทางจังหวัดชุมพรจัดได้สั่งให้เจ้าหน้าที่ พม. ประสานกับอำเภอเมือง อบต.ทุ่งคา กำนัน ต.ทุ่งคา และผู้ใหญ่บ้าน ให้ขึ้นทะเบียน น.ส.อนงค์ เป็นผู้พิการ เพื่อให้ น.ส.อนงค์ ได้รับเบี้ยยังชีพคนพิการ ส่วนในระยะยาวจะขอให้โรงพยาบาลประจำตำบลประสานกับโรงพยาบาลสวนสราญรมย์ เพื่อขอให้นำตัว น.ส.อนงค์ ไปดำเนินการรักษาอาการทางประสาทและให้ได้รับยาอย่างต่อเนื่อง ส่วนกรณีที่นายเฉียบต้องขังบุตรสาวเอาไว้ในกระต๊อบล้อมรอบด้วยคูน้ำและมีรั้วลวดหนามแน่นหนาก็ถือเป็นความจำเป็นที่ต้องทำ เพื่อความปลอดภัยของนายเฉียบ เพื่อนบ้าน และของตัว น.ส.อนงค์ เอง เพราะนายเฉียบนั้นมีอายุมากถึง 86 ปีแล้ว คงดูแลคนเดียวไม่ไหว




ทางด้าน นายประจินต์ กล่าวว่า นอกจากการขึ้นทะเบียน น.ส.อนงค์ เป็นผู้พิการแล้ว คงต้องขึ้นทะเบียนครอบครัวนี้เป็นครอบครัวผู้มีรายได้น้อยด้วย เพื่อให้ความช่วยเหลืออีกทางหนึ่ง นอกจากนั้น ต้องให้ทางครอบครัวดูแลในเรื่องสุขอนามัยของ น.ส.อนงค์ ที่ทราบว่าไม่ได้อาบน้ำและได้รับการดูแลอย่างถูกต้องมานานกว่า 20 ปีแล้ว และยังทราบด้วยว่า น.ส.อนงค์ เคยเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลสวนสราญรมย์ จ.สุราษฎร์ธานี แต่ไม่ได้กินยาอย่างต่อเนื่อง จึงต้องส่งตัวผู้ป่วยกลับไปรักษาอีก โดยมีญาติติดตามไปด้วย และต้องรอว่าแพทย์จะวินิจฉัยอย่างไร จะต้องรักษาต่อเนื่องที่โรงพยาบาลหรือไม่ ส่วนที่ญาติผู้ป่วยบอกว่า เคยแจ้งให้ทางอำเภอทราบ แต่เรื่องเงียบหาย คงต้องตรวจสอบก่อน เพราะตนเพิ่งเข้ารับตำแหน่งนายอำเภอเมืองชุมพร

ขณะที่ นายเฉียบ บิดาของ น.ส.อนงค์ กล่าวว่า รู้สึกดีใจที่มีหน่วยงานหลายหน่วยยื่นมือเข้ามาให้ความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน  ตนก็อายุมากแล้ว ไม่รู้จะทำอย่างไร ถ้าไม่ได้รับความช่วยเหลือในครั้งนี้ จึงต้องขอขอบคุณทุกฝ่ายที่ช่วยด้วย.