


พ่อทมิฬผลักลูกในไส้หัวชนเสาดับ ก่อนอุ้มเผานั่งยางเก็บกระดูกฝังป่า
« เมื่อ: เมื่อวานนี้ เวลา 05:46:18 PM »
พ่อเชียงรายใจทมิฬมีปากเสียงกับลูกชายเรื่องเสพยา ก่อนผลักอกจนลูกชายหัวกระแทกเสาบ้านดับ กลัวความผิดรีบอุ้มร่างไร้วิญญาณไปเผานั่งยาง ก่อนเก็บกระดูกไปฝังในป่าลึก
เมื่อวันที่ 9 ก.ค. พ.ต.อ.ไพศาล นันตา ผกก.สภ.เวียงป่าเป้า จ.เชียงราย พร้อมด้วย พ.ต.ท.ประทวน อาจกล้า สวส.สภ.เวียงป่าเป้า นำกำลังชุดสืบสวนควบคุมตัว นายคำปน สิงห์ชู อายุ 53 ปี อยู่บ้านเลขที่ 36 หมู่ 3 ต.เวียง อ.เวียงป่าเป้า มาชี้จุดที่ได้นำชิ้นของ นายสุรพงษ์ สิงห์ชู อายุ 28 ปี ลูกชายแท้ๆ ที่มีทั้งส่วนหัว กระดูกแขน ขา มาฝังไว้ภายในป่า บ้านโป่งหนอง ต.เวียง อ.เวียงป่าเป้า อยู่ในเขตป่าอุทยานแห่งชาติดอยหลวง จากนั้นเจ้าหน้าที่กู้ภัยสยามรวมใจ เวียงป่าเป้า ได้ระดมกำลังกว่า 20 นาย มาช่วยขุดหาชิ้นส่วน
ทั้งนี้ สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 3 มิ.ย. ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งจาก นางเฉลียว สิงห์ชู อายุ 50 ปี ผู้เป็นแม่คนตาย ว่าลูกชายได้หายออกจากบ้านไป ตำรวจจึงได้ลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน และออกติดตามตัว จนกระทั่ง วันที่ 5 มิ.ย. นายคำปน ผู้เป็นพ่อ ได้มาขอถอนแจ้งความอ้างว่า ขณะนี้พบลูกชายแล้ว โดยไปพักอาศัยอยู่กับญาติต่างจังหวัด แต่ทางผู้เป็นแม่ไม่เชื่อ จึงเข้าพบตำรวจอีกครั้งและแจ้งซ้ำว่ายังไม่พบตัวลูกชาย ตำรวจเลยสงสัยการหายตัว จึงจัดชุดสืบสวนลงพื้นที่ พร้อมนำตัวนายคำปน มาสอบปากคำอย่างละเอียด พร้อมออกหาหลักฐานอื่นมาประกอบ
หลังสอบปากอย่างหนัก นายคำปน ได้รับสารภาพความจริงว่า เป็นคนลงมือฆ่าลูกชายกับมือเอง เนื่องจากทะเลาะกันในบ้าน ด้วยเหตุลูกชายติดยาเสพติด ตนเองเลยดุด่า ลูกชายจึงใช้เข็มขัดฟาดตอบโต้ และเกิดการผลักอกกันขึ้นจนศีรษะลูกชายไปกระแทกกับเสาบ้าน ล้มแน่นิ่งไป และเสียชีวิตในเวลาต่อมา ด้วยความที่กลัวผิด จึงได้นำร่างของลูกชาย ไปเผาด้วยยางรถยนต์ภายในป่าห่างจากบ้านออกไป 5 กิโลเมตร แต่ยังเหลือส่วนหัวและกระดูกแขน ขา ที่เผาไม่หมด จึงได้เก็บชิ้นส่วนที่เหลือไปฝังแทน เพื่ออำพรางคดีไม่ให้ใครเห็น จากนั้นก็กลับมาบ้านใช้ชีวิตปกตินานกว่า 1 เดือน
ส่วน พ.ต.อ.ไพศาล กล่าวว่า ตำรวจได้ติดตามสืบสวนไปที่บ้านคนตาย จนพบคราบเลือดในจุดที่เกิดเหตุบนบ้านพัก เป็นหลักฐานมัดผู้เป็นพ่อแน่นจึงได้แจ้งข้อหาฆ่าผู้อื่น แอบลอบฝัง ซ่อนเร้น ย้าย หรือทำลายศพ หรือส่วนของศพเพื่อปิดบังการตาย เบื้องต้นจะส่งไปศพตรวจเอกลักษณ์บุคคลตามขั้นตอนต่อไป.


บันทึกการเข้า