ผู้เขียน หัวข้อ: เชื่อ "สมีคำ" กบดานบ้านพักสุดหรูริมทะเลสาบ  (อ่าน 480 ครั้ง)

ออฟไลน์ beebee

  • medtech ปี เอก
  • ******
  • กระทู้: 1550
    • อีเมล์









   
เชื่อ "สมีคำ" กบดานบ้านพักสุดหรูริมทะเลสาบ
« เมื่อ: เมื่อวานนี้ เวลา 10:05:22 AM »










เช็คพิกัดบ้าน “สมีคำ” ในสหรัฐฯ พบแล้ว คาดตัวยังกบดานเงียบในบ้านพักหรูริมทะเลสาบ มีเบนซ์ อี 500 สีขาว จอดนิ่งอยู่ ขณะที่ “ดีเอสไอ” รวบรวมหลักฐานเตรียมขอหมายจับ พร้อมประสานสถานทูตให้ช่วยเหลือจับกุม-ส่งตัว

จากกรณีนายวิรพล สุขผล หรือ สมีคำ ประธานสำนักสงฆ์วัดป่าขันติธรรม จ.ศรีสะเกษ ถูกขับออกจากความเป็นพระ เนื่องจากกระทำผิดในหลายกรณีทั้งเสพเมถุน หลอกหลวง ฉ้อโกง และเกี่ยวข้องกับยาเสพติด โดยกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ตำรวจกองปราบปราม สำนักงาน ป.ป.ส. และ ปปง. ร่วมกันดำเนินการเอาผิดในส่วนต่าง ๆ ซึ่งดีเอสไอเตรียมจะรวบรวมหลักบานของศาลออกหมายจับในวันที่ 17 ก.ค. ขณะเดียวกันนายวิรพล ได้หลบหนีอยู่ในต่างประเทศโดยมีรายงานว่าไปกบดานกับลูกศิษย์อดีตพระยันตระ ที่สหรัฐอเมริกา ส่วน ป.ป.ส. ตรวจสอบพบการโอนย้ายเงินจากบัญชีจาก 300 ล้านบาทเหลือเพียง 3 ล้านบาทแล้วนั้น

ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 16 ก.ค. ผู้สื่อข่าวพิเศษ “เดลินิวส์” ประจำสหรัฐอเมริกา รายงานว่า หลังจากที่ทราบข้อมูลบ้านพักของนายวิรพล  สุขผล อดีตหลวงปู่เณรคำ เลขที่ 32140 Ortega Hwy. Lake Elsinore CA 92530 ได้มีการตั้งค่าพิกัดใน GPS, Google และ Mapquest แล้วทดสอบขับรถออกจากเมือง Fresno ผ่านไปทางเมือง Irvine เดินทางกว่า 3 ชั่วโมง จะเข้าพื้นที่บ้านพักของอดีตพระดังซึ่งตั้งอยู่ริมทะเลสาบ Lake Elsinore โดยพื้นถนนค่อนข้างขรุขระ แต่วิวสองข้างทางสวยงามเป็นเทือกเขาเล็ก ๆ สลับกับทุ่งหญ้าและโขดหินเหมือนกับภาพสมัยที่สมีคำเคยมาท่องเที่ยวกับบรรดาลูกศิษย์ก่อนหน้านี้ บริเวณบ้านมีธงชาติและธงธรรมจักร และป้ายบอกสถานที่เป็นภาษาไทยว่า “วัดป่าขันติบารมี” และมีชื่อภาษาลาวและอังกฤษกำกับอีกด้วย และมีการปั้นรูปเหมือนของพระภิกษุองค์ใหญ่ไว้ด้วย

สำหรับบ้านหลังดังกล่าวปิดประตูเงียบไม่มีคนเดินเข้าออกบ้านแต่อย่างใด มีเพียงรถเบนซ์ อี 500 สีขาว จอดอยู่ โดยทราบว่ารถคันดังกล่าวเป็นของอดีตหลวงปู่เณรคำที่ใช้เป็นยานพาหนะโดยสารไปปฏิบัติภารกิจต่าง ๆ ทำให้เชื่อว่าในขณะนี้สมีคำ หรือนายวิรพล ยังหลบซ่อนอยู่ในบ้านพักที่อ้างเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมในสหรัฐฯ เพื่อหลบหนีคดีอยู่ ไม่ได้เดินทางออกไปจากสหรัฐฯไปยังฝรั่งเศสหรือเยอรมันตามข่าวก่อนหน้านี้แต่อย่างใด โดยบ้านหลังดังกล่าวทราบว่ามีการซื้อต่อมาในราคา 230,000 ดอลล่าร์สหรัฐ หรือราว 7 ล้านบาท

ด้าน พ.ต.ท.พงษ์อินทร์ อินทรขาว ผบ.สำนักคดีความมั่นคง ดีเอสไอ กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีขอศาลอนุมัติหมายจับนายวิรพล ใน 2 ข้อหาคือความผิดตามพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และความผิดฐานล่วงละเมิดทางเพศเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี ว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างเร่งรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อนำไปยื่นต่อศาลขอออกหมายจับและเมื่อได้หมายจับแล้วจะรีบดำเนินการในขั้นตอนต่อไป โดยประสานกับทางสถานทูตต่างประเทศที่นายวิรพลไปอาศัยอยู่ ล่าสุดดีเอสไอทราบสถานที่พักพิงและพิกัดชัดเจนแล้ว แต่ไม่สามารถเปิดเผยได้ในขณะนี้ เนื่องจากเกรงว่าจะไหวตัวหลบหนี

พ.ต.ท.พงษ์อินทร์  กล่าวอีกว่า ส่วนการตรวจสอบเส้นทางการเงินนั้น ปปง.และ ป.ป.ส. อยู่ระหว่างดำเนินการตรวจสอบเชิงลึกอยู่ และทราบว่าได้ข้อมูลที่เป็น ประโยชน์เกี่ยวกับเส้นทางการเงิน ของนายวิรพลและคนใกล้ชิดแต่ยังต้องรอตรวจสอบให้ชัดเจนก่อน รวมทั้งประเด็นการครอบครองรถยนต์อีกกว่า 70 คัน กำลังเร่งตรวจสอบรายละเอียด ที่มาของรถเป็นรายคันว่ามีที่มาที่ไปอย่างไรและรถยนต์เหล่านั้นอยู่ในการครอบครองของผู้ใดบ้าง

ที่สำนักงาน ปปง. นายสงกรานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ประธานเครือข่ายต่อต้านการบ่อนทำลายชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เดินทางมาเพื่อยื่นหลักฐานเพิ่มเติมในการตรวจสอบเส้นทางการเงินบัญชีทรัพย์สินนายวิรพล กับพวก มี ร.ต.อ.หญิงสุวนีย์ แสวงผล รองเลขาธิการ ปปง. ฝ่ายปฏิบัติการ รับหนังสือ โดยนายสงกรานต์ กล่าวว่า วันนี้ได้นำหลักฐานเพิ่มเติมมาส่งให้เป็นเอกสารรายชื่อผู้ที่เกี่ยวข้องแต่ยังคงต้องขอปกปิดรายชื่อซึ่งเกี่ยวกับการอ้างว่าจะได้รับเครื่องราชฯ ในการบริจาคเงิน ยังยืนยันว่ามีการทำเป็นกระบวนการและมีอดีตนักการเมืองระดับชาติอยู่เบื้องหลัง

ด้านร.ต.อ.หญิงสุวนีย์ กล่าวว่า  จะมีการนำเรื่องนี้เข้าที่ประชุมคณะกรรมการธุรกรรมในวันที่ 19 ก.ค. นี้ เพื่อพิจารณาว่าเข้าข่ายความผิดมูลฐานหรือไม่ ที่ผ่านมาตรวจสอบหลายบัญชีและส่งข้อมูลให้ทางกองปราบปรามไปแล้ว สำหรับที่มีข่าวโยกย้ายทรัพย์สินนั้นอยู่ระหว่างการตรวจสอบและทองคำ 8,000 กิโลกรัมนั้นยังตรวจสอบไม่พบเช่นกัน 

วันเดียวกัน ที่สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด ศรีสะเกษ  นายอดิศร กิจบำรุง นักสืบสวนสอบสวนชำนาญการ กองข่าวกรองทางการเงิน ส่วนสืบสวนทางการเงิน สำนักงาน ปปง. เข้าพบนายวิรอด ไชยพรรณนา ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดศรีสะเกษ เพื่อสอบถามเส้นทางการเงินของอดีตหลวงปู่เณรคำ โดยใช้เวลาราว 2 ชั่วโมงจึงเสร็จสิ้น โดยมีการให้ข้อมูลที่มาที่ไปของคดีดังกล่าวและการเบิกเงินจ่ายเงินของสำนักสงฆ์เท่าที่สำนักงานพุทธศาสนาจังหวัดมีข้อมูลอยู่ ทั้งนี้ชุดเจ้าหน้าที่ปปง.อีกทีมหนึ่งได้เข้าไปสอบปากคำพยานในพื้นที่ อ.กันทรารมย์ อีก 3 ปาก เพื่อนำมาสรุปรวมส่งให้ผู้บังคับบัญชาดำเนินการต่อไป

ด้าน พ.อ.ชัชนันท์ เมธีธรรมาภรณ์ รอง ผบ.สำนักคดีความมั่นคง ดีเอสไอ พร้อมด้วย นายขจร มุกมีค่า ผอ.สำนักศิลปากรที่ 11 อุบลราชธานี และคณะ ได้เดินทางลงพื้นที่ตรวจสอบ วัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในการก่อสร้างองค์พระแก้วมรกตจำลอง ที่สำนักสงฆ์ขันติธรรม ต.ยาง อ.กันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ จากนั้น พ.อ.ชัชนันท์ กล่าวว่า จากการตรวจสอบวัสดุที่ใช้ในการก่อสร้างองค์พระแก้วมรกตจำลองนี้แล้ว พบว่าวัสดุที่ใช้ไม่ใช่หยกตามที่มีการโฆษณากล่าวอ้าง และมีการเผยแพร่ทางอินเทอร์เน็ต ถือว่ามีความผิดฐานหลอกลวงประชาชน อีกทั้งยังพบกระสอบบรรจุวัสดุคล้ายเศษหินสีเขียว จาก จ.สระบุรี ซึ่งหากถูกน้ำจะแข็งตัวคล้ายหิน อย่างไรก็ตามจะได้เก็บตัวอย่างวัสดุไปตรวจพิสูจน์อย่างละเอียดอีกครั้ง

ช่วงสายวันเดียวกัน ดร.สมชาติ วงศ์ธราธร ทนายความ ได้นำ น.ส.เอ (นามสมมุติ) อายุ 26 ปี พร้อมบุตรชายอายุ 11 ปี เข้ายื่นฟ้องต่อศาลเยาวชนและครอบครัว จ.ศรีสะเกษ เพื่อขอให้ศาลสั่งให้นายวิรพล สุขผล หรือสมีคำ รับรองว่าเป็นบุตรที่เกิดจากอดีตพระวิรพล เพื่อให้เด็กได้รับสิทธิในทรัพย์สินหรือมรดกตามกฏหมาย ของผู้เป็นพ่อ นอกจากนี้ยังได้ยื่นฟ้องเรียกค่าเลี้ยงดูบุตร นับจากเกิดจนถึงบรรลุนิติภาวะ คือ จนถึงอายุ 20 ปี โดยฟ้องเรียกค่าเลี้ยงดู เป็นจำนวนเงิน ปีละ 2 ล้านบาท จำนวน 20 ปี รวมเป็นเงิน 40 ล้านบาท โดยศาลได้นัดไกล่เกลี่ย และสืบพยาน ในวันที่ 9 ก.ย. ที่จะถึงนี้

ขณะที่ นายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) เปิดเผยว่า ตามกฎมหาเถรสมาคม ฉบับที่ 11 ว่าด้วยการลงนิคหกรรม (พ.ศ.2521) อดีตพระวิรพล ยังสามารถยื่นอุทธรณ์ได้ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ทราบคำวินิจฉัย ส่วนกรณีที่มีการอ้างว่าอดีตพระวิรพลมีการย้ายไปสังกัดวัดในต่างประเทศแล้วนั้น เป็นสิ่งที่ทำไม่ได้ เพราะวัดต่างประเทศไม่ได้ขึ้นกับกฎหมายไทย และ พ.ร.บ.คณะสงฆ์ หากไปอยู่วัดใดก็จะยังถือเป็นพระไร้สังกัด และไม่ได้เป็นพระสงฆ์ไทยแล้ว

ด้านนายสุนทร พยัคฆ์ อุปนายกฝ่ายช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมายสภาทนายความ แถลงผลการพิจารณาการให้ความช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมายฯกรณีนายสุขุม วงประสิทธิ ผู้ประสานงานสำนักสงฆ์วัดป่าขันติธรรม ขอให้ส่งทนายความผู้มีความเชี่ยวชาญทางด้านกฎหมายปกครองสงฆ์ร่วมฟังการสอบข้อเท็จจริงในการสอบสวนกรณีของนายวิรพล ว่า จากข้อเท็จจริงที่ปรากฏนั้นเห็นว่าผู้ร้องมีทรัพย์สินเพียงพออยู่ในฐานะที่จะทำการจัดหาทนายความเพื่อพิทักษ์สิทธิของตนเองได้ จึงไม่ถือว่าเป็นผู้ยากไร้ จึงไม่เข้าหลักเกณฑ์ สภาทนายความจึงมีคำสั่งไม่รับให้ความช่วยเหลือทางกฎหมาย

ที่ จ.ตาก ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการเช่าวัตถุมงคลที่ตลาดพระริมแม่น้ำปิง อ.เมืองตาก และ ศูนย์พระเครื่องตลาดเหนือ อ.แม่สอด ซึ่งเป็นตลาดที่มีการให้เช่าพระและรับเช่าพระรายใหญ่ในพื้นที่ เซียนพระต่างต้องเก็บวัตถุมงคลของหลวงปู่เณรคำไว้ใต้โต๊ะ ผิดกับช่วงก่อนที่หลวงปู่เณรคำ กำลังนิยมมีไม่เพียงพอขายเกลี้ยงตลอด แต่หลังเกิดข่าวฉาวแผงพระในจังหวัดตากไม่รับเช่าเหรียญ เพราะไม่มีราคาและคนหมดศรัทธาแล้ว..