ผู้เขียน หัวข้อ: ม้าเหล็กขนพยาบาลเที่ยวน้ำตก ขยี้เก๋งสาวพังยับ 3 ชีวิตรอด เชื่อปาฏิหาริย์  (อ่าน 371 ครั้ง)

ออฟไลน์ beebee

  • medtech ปี เอก
  • ******
  • กระทู้: 1550
    • อีเมล์



   
ม้าเหล็กขนพยาบาลเที่ยวน้ำตก ขยี้เก๋งสาวพังยับ 3 ชีวิตรอด เชื่อปาฏิหาริย์
« เมื่อ: เมื่อวานนี้ เวลา 02:14:14 PM »

 

 
เมื่อเวลา 10.14 น. วันที่ 25 ส.ค. ผู้สื่อข่าว ข่าวสด รายงานว่า ร.ต.ท.ปรเมศ งามเลิศ พนักงานสอบสวน สภ.เมืองกาญจนบุรี ได้รับแจ้งเหตุรถไฟชนรถยนต์เก๋ง ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดที่บริเวณจุดตัดทางรถไฟ ซอยนันทกาญจน์ หมู่ 3 ต.ปากแพรก อ.เมือง จ.กาญจนบุรี หลังรับแจ้งจึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ จากนั้นจึงรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมด้วยมูลนิธิพิทักษ์กาญจน์

ไปถึงพบรถไฟสายหัวลำโพง-น้ำตกไทรโยค ขบวนที่ 1217 รวม 3 โบกี้ ภายในมีนักท่องเที่ยว เจ้าหน้าที่พยาบาล OPD จากโรงพยาบาลราชวิถี มากกว่า 200 คน สภาพหัวจักรรถไฟกันชนหัก สายลมบังคับอุปกรณ์เสียหาย มีนายดุสิต สัมมาทิฏฐิ เป็นพนักงานขับรถไฟ ข้างรางรถไฟพบรถยนต์เก๋งยี่ห้อฮอนด้า ซีวิค สีแดง หมายเลขทะเบียน ภค 5878 กทม. จอดขนานกับรางรถไฟ สภาพด้านหน้าซ้ายถูกรถไฟขบวนดังกล่าวชนจนพังเสียหาย ทราบชื่อคนขับคือ นางคณิภา เลิศหงิมภูกนก อายุ 34 ปี อยู่บ้านเลขที่ 1616/71 หมู่ 3 ต.ปากแพรก อ.เมือง จ.กาญจนบุรี โดยมีนางสมพงษ์ วิเศษสิงห์ แม่ และ เด็กชายพงษ์ศุภณัฐ หรือ น้องแซน เลิศหงิมภูกนก อายุ 2 ขวบ นั่งอยู่ที่เบาะซ้าย ทั้งหมดไม่ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด แต่ทุกคนอยู่ในอาการที่ตื่นตระหนก ยกเว้น น้องแซน ที่ไม่รู้ว่าเกิดเหตุอะไรขึ้น และพบที่คอแขวนเบี้ยแก้หลวงปู่ดี วัดเทวสังฆาราม หรือวัดเหนือ ต่อมา ด.ต.ประเสริฐพงษ์ เลิศหงิมภูกนก เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร สภ.เมืองกาญจนบุรี ซึ่งเป็นสามีของนางคณิภา คนขับและเป็นพ่อของน้องแซน รีบเดินทางมาเยี่ยมด้วยความตกใจ

นายดุสิต สัมมาทิฏฐิ พนักงานขับรถไฟ เปิดเผยว่า ตนขับรถไฟออกมาจากสถานีหัวลำโพง มุ่งหน้าไปที่น้ำตกไทรโยคน้อย รถไฟมีทั้งหมด 3 โบกี้ โดยมีคณะเจ้าหน้าที่พยาบาล OPD จากโรงพยาบาลราชวิถีเหมามาเที่ยวที่น้ำตกไทรโยคน้อย เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุอยู่ๆ รถยนต์เก๋งคันดังกล่าว ก็ขับโผล่เอาส่วนหน้าออกมา ทำให้รถไฟชนเข้าอย่างจังจนรถยนต์เก๋งกระเด็นตกลงไปข้างทางได้รับความเสียหาย โชคดีที่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ ส่วนรถไฟได้รับความเสียหายกันชนหักและสายลมบังคับ

ด้านนางคณิภา กล่าวด้วยอาการตื่นตระหนกว่า ตนใช้เส้นทางนี้เป็นประจำทุกวัน ก่อนเกิดเหตุตนกำลังขับรถยนต์ไปส่งแม่ที่บ้าน โดยมีน้องแซนลูกชายวัย 2 ขวบนั่งอยู่กับแม่ที่เบาะซ้าย เมื่อมาถึงทางแยกตัดทางรถไฟ ตนก็ได้ชะลอรถเพื่อมองซ้ายมองขวา และไม่ได้ยินเสียงหวูดรถไฟ อีกทั้งยังมีพุ่มไม้ด้านซ้ายบังอยู่จึงมองไม่เห็นรถไฟ ขณะเดียวกันด้านหน้ารถยนต์ที่ตนขับมาได้เลยรางรถไฟและถูกชนเข้าอย่างจัง จนรถยนต์เก๋งที่ตนขับมากระเด็นตกลงไปข้างทาง แต่ก็นับว่าโชคดีที่ตนกับแม่และลูกชายไม่ได้รับบาดเจ็บ จากนั้นตนจึงรีบอุ้มลูกและพยุงแม่ลงมาจากรถทันที

แต่อย่างไรก็ตามตนขอให้การรถไฟช่วยกรุณาติดตั้งอุปกรณ์กั้นทางรถไฟด้วย เพราะที่ผ่านมาก็มีคนถูกรถไฟชนมาแล้วหลายราย นอกจากนั้นขอให้การรถไฟช่วยตักพุ่มไม้ที่ขึ้นตามทางรถไฟออกเพื่อไม่ให้ปิดบังสายตาของผู้ช้รถด้วย เพื่อความปลอดภัยของทุกคน

ด้าน ด.ต.ประเสริฐพงษ์ เลิศหงิมภูกนก เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร สภ.เมืองกาญจนบุรี สามีและพ่อของเด็ก กล่าวว่าตนเชื่อว่าทุกคนที่ประสบอุบัติเหตุถูกรถไฟชน และทุกคนจะต้องมีความผิดชดใช้ค่าเสียหายให้กับการรถไฟ และตนเชื่อว่าไม่มีใครต้องการให้มีเหตุดังกล่าวเกิดขึ้น แต่ทางการรถไฟก็ไม่เคยมาตัดพุ่มไม้ต่างๆ ที่ขึ้นข้างรางรถไฟออก ปล่อยให้หญ้าหรือต้นไม้โตสูงขึ้นจนบดบังสายตาของคนขับรถ ทำให้ทุกคนมองไม่เห็น อีกทั้งจุดดังกล่าวเป็นเขตชุมชนผู้คนต้องเข้าออกอยู่เป็นประจำ ตนมองว่าบางครั้งการรถไฟจะต้องรับผิดชอบบ้างกับอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นในบางกรณี

อย่างไรก็ตามการเกิดอุบัติเหตุกับครอบครัวของตนในครั้งนี้ ซึ่งไม่มีใครได้รับบาดเจ็บแม้แต่น้อย ตนและครอบครัวเชื่อว่าเป็นเพราะความศักดิ์สิทธิ์หรือปาฏิหาริย์ของ เบี้ยแก้หลวงปู่ดี วัดเทวสังฆาราม หรือวัดเหนือ ที่ลูกชายของตนแขวนคอเอาไว้ ที่ได้คุ้มครองให้ทุกคนปลอดภัย